เวลาที่นักลงทุนเข้ามาในตลาด เห็นรายชื่อหุ้นเรียงรายกันเพียบเต็มไปหมด ก็คงจะเกิดคำถามว่าจะเลือกลงทุนในหุ้นตัวไหนดีนะ? อยากจะลงทุนระยะยาวหรือออมหุ้นเอาไว้ใช้ในยามเกษียณ! มาดูแนวทางของการเลือกหุ้นง่ายๆสไตล์การเลือกแฟนกันนะครับ

ว่าแต่เราจะเลือกแฟนอย่างไรที่จะทำให้ชีวิตของเรานั้นดี๊ดี มาดูง่ายๆกันดีกว่า

1. ดูว่าตอนนี้เขาทำงานทำการอะไรอยู่ (Business Model)

อยากได้แฟนซักคน เราก็ต้องหาคนที่ดูดีมีหน้าที่การงานใช่ไหมครับ ก็ต้องดูว่าเขาทำงานทำการอะไรบ้าง แล้วตำแหน่งงานของเขามีอนาคตหรือไม่ ก็เหมือนกับการดูหุ้นเลยครับ ดูธุรกิจที่บริษัทนั้นทำว่ารายได้มาจากอะไร มีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวไหม ธุรกิจอยู่ในเทรนที่จะเป็นขาขึ้นในอนาคตให้การลงทุนของเราเติบโตได้หรือเปล่า

2. ดูฐานะทางการเงินของเขาว่าเป็นอย่างไร (Financial Statement)

เชื่อสิ ใครๆก็อยากได้แฟนที่เหมาะสมเป็นคู่ชีวิตของเรา และเชื่อว่า 100 ทั้ง 100 ใครๆก็อยากมีแฟนฐานะดี ลงทุนเอารวยอย่าไปเอาแค่ความมัน ซึ่งการมองบริษัทก็ต้องดูสถานะทางการเงินเหมือนกันเนอะ งบการเงินหลักๆที่เรานำมาพิจารณาดูได้ หลักๆ มีอยู่ 3 อย่าง

1) ฐานะเป็นอย่างไรดูจากงบแสดงฐานะทางการเงิน

แฟนมีทรัพย์สินและหนี้สินอย่างไรและส่วนความเป็นเจ้าของขนาดไหน ถ้าแฟนเราติดหนี้เยอะ ก็คงไม่ชอบใช่ไหมล่ะ ยกเว้นว่าหนี้นั้นเป็นหนี้ที่ทำให้บริษัทสร้างรายได้เยอะและเร็วขึ้นกว่าเดิม ส่วนทรัพย์สินใครๆก็ชอบ ยิ่งเงินสดเยอะๆนี่ยิ่งชอบเลย ใช่เปล่า?

2) นิสัยการใช้เงินเป็นอย่างไรดูได้จากงบกำไรขาดทุน

ใครๆก็อยากได้แฟนหาเงินเก่งและประหยัด-ใช้จ่ายตามความเหมาะสม จะได้มีเงินมาสร้างฐานะมากยิ่งขึ้นถูกเปล่า เวลาดูหุ้นก็ดูเรื่องยอดขายจากการทำธุรกิจ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และดูว่า สุดท้ายแล้วบริษัทมีกำไรเติบโตขนาดไหน ถ้าเราไม่ชอบแฟนที่ใช้จ่ายสุรุยสุร่ายจนไม่มีเงินเก็บ หุ้นที่ทำธุรกิจขาดทุนเรื่อยๆเราก็คงไม่ชอบเหมือนกันใช่ไหม

3)  มีเงินจริงเปล่าเถอะดูจากงบกระแสเงินสด

บางคนดูรวยนะแต่ไม่ใช่ว่าจะมีเงิน มีแต่หนี้ และบางคนดูจนแต่มีเงินในตู้เซฟธนาคารเต็มไปหมด เวลามองธุรกิจก็มองดูเงินจากงบกระแสเงินสดว่าเงินน่ะขายของได้แล้วได้เงินจริงไหม เอาเงินไปลงทุนเพิ่มหรือเปล่า และเงินนั้นมาจากการกู้หนี้ยืมสิน-การเพิ่มทุน และมีการใช้คืนเจ้าหนี้-มอบปันผลให้กับนักลงทุนบ้างไหม ถ้าจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพพร้อม มีเงินให้แฟนใช้เนี่ย ใครๆก็ชอบ

มองงบการเงินแล้ว อย่าลืมดูคำอธิบายประกอบด้วยนะครับเพราะเราจะสามารถเข้าใจพื้นฐานกิจการได้อย่างดียิ่งขึ้น ถ้าแฟนเรามีฐานะดีขึ้น หาเงินเก่งขึ้น และเงินสดเข้ามาในบัญชีเยอะขึ้นเรื่อยๆแถมมีเงินให้เราใช้ด้วยอีก (ปันผล) โอ้ย น่ารักน่าสนใจ

3. ดูว่าแฟนคิดอะไรทำตามสัญญาได้หรือเปล่า (Vision & Action)

ถ้ามีแฟนที่ความคิดความอ่านดี วางแผนอนาคตล่วงหน้าเยอะๆว่าจะทำอะไร และทำตามที่พูดได้นี่ขอบอกเลยว่าเปอร์เฟค แต่ถ้าเจอคนไม่ทำตามสัญญาปากก็บอกว่า “คิดถึงจังมาหาหน่อย” แต่ก็ไม่ว่างเจอกันซักที อย่างงี้ก็ไม่ไหว เลือกหุ้นเราก็ติดตามดูด้วยนะว่าผู้บริหารเป็นอย่างไร มีวิสัยทัศน์มากแค่ไหนและทำภารกิจได้ตามที่บอกไว้หรือไม่ ลอง Search ข่าวเก่าๆมาดูก็ได้ บางคนพูดว่าจะทำโน้นทำนี่มาตั้งแต่ชาติที่แล้วจะได้มีกำไร แต่ถึงชาตินี้ก็ไม่ได้ทำก็มี

4. เลือกคนที่เหมาะในเวลาที่ใช่ด้วย

ถ้าจิตใจคือคุณค่า หน้าตาก็คือราคา โดยปกติแล้วคนที่รวย เพอร์เฟคนั้นคนก็ย่อมมาจีบเยอะ คู่แข่งเพียบเล่นตัวจีบยาก หุ้นก็เช่นกัน ของดีๆราคาก็จะสูง ก็ลองหาจังหว่ะและโอกาสในการซื้อหุ้นดูก็ได้ เช่น

  • ตอนที่เขาไม่ได้แต่งหน้า (คนยังไม่สนใจจีบ เป็นหุ้นคุณค่าดีๆที่ไม่มีใครรู้จัก)
  • ตอนที่เขากำลังท้อแท้โดนทิ้ง (ธุรกิจพื้นฐานดี แต่กำลังเจอช่วงที่ไม่ดีหรือมีข่าวไม่ดี)

ถ้าเราไม่อยากรอเวลาก็เดินหน้าจีบเลย ทยอยจีบเดือนละครั้ง น้ำซึมบ่อทราย เดี๋ยวเขาก็มีใจให้เอง

เห็นไหมว่าการเลือกแฟนนั้นไม่ยากอย่างไร การเลือกหุ้นก็ไม่อย่างนั้น ก็ดูพื้นฐานเขาดีๆ ทำอะไร มีเงินไหม ความคิดเป็นอย่างไร เวลาที่ใช่ตอนไหนที่ควรจีบ แน่นอนว่าหากคุณใช้หลักการเดียวกันนี้แม้คุณจะจีบแฟนตามสเปคไม่ติดแต่คุณได้ซื้อหุ้นดีๆแน่นอน ฮ่าๆ