4 คำบ่นเรื่องการเงินของมนุษย์เงินเดือนวัยกลางคน

 

 

จากสถิติของผู้อ่าน Facebook และเว็ปออมมันนี่ของพี่ต้าร์ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวันเริ่มต้นทำงานจนไปถึงวัยกลางคนในช่วงอายุประมาณ 35-50 ปี ที่กำลังนั่งคิดๆ  ว่าชีวิตของเรานั้นจะเป็นอย่างไรต่อ บางคนพบกับปัญหาในเรื่องที่การงานยังไม่มั่นคง บางคนเริ่มมีลูกแล้วค่าใช้จ่ายก็เริ่มเยอะ และบางคนก็นั่งนับปีว่าเราจะทำงานกันได้อีกนานแค่ไหน เวลามันผ่านไปเร็วนะแป๊ปๆ ก็ 40-50 แล้ว อีก 10 ปีก็เกษียณ ส่วนตัวแล้วผมเองก็มักจะได้ยินคำพูดขี้บ่นของวัยกลางคนค่อนข้างมากจากคนรอบข้างที่ยอดฮิตก็มีดังนี้ครับ

 

 

 

1. เมื่อไหร่จะเงินเดือนออก

 

คำบ่นนี้เบสิกที่สุดในชีวิตเลยนะครับ ต้นเดือนกินซูชิ ชาบู สเต็ก สนุกสนาน แต่ปลายเดือนอารมณ์แบบกินมาม่ากันแล้ว แล้วก็รอคอยวันที่เงินเดือนจะออกจนกระทั่งต้องโพสกันหน้าเฟสบ่นพรึมพรำ เมื่อไหร่เงินเดือนจะออก จะขาดใจตายให้ได้จริงๆ เรื่องนี้เป็นปัญหาของหลายๆ คนนะครับ และสุดท้ายแล้วการแก้ปัญหาก็คือการจัดการในเรื่องการเงินในแต่ละเดือนแต่ละวันอย่างเป็นระบบ

 

Tip ของผม : ลองวางแผนรายรับรายจ่ายดูนะครับ ดูว่าจริงๆ แล้วรายจ่ายในแต่ละเดือนเรามีอะไรบ้าง แล้วตั้งงบประมาณในการใช้จ่ายให้อย่างเหมาะสมทั้งในเรื่องรายจ่ายจำเป็น รายจ่ายลั่นล้า นอกจากนี้เราควรมีเป้าหมายในการเก็บเงินออมด้วย เผื่อเหลือเผื่อขาดให้มีใช้ในยามฉุกเฉิน

 

 

 

2. เมื่อไหร่ลูกหนี้จะโอนตังคืน

 

อย่าให้เม้าท์เลยขอบอก เรื่องการยืมตังนี่เป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องจัดการให้ได้เลย ทุกครั้งเวลาที่มีคนยืมตังเราเขาจะน่าสงสารมาก แต่พอให้ยืมตังไปแล้วถามว่าได้คืนไหม? ยากมากแทบกราบ แถมยังรู้สึกไม่ชอบใจเลยเวลาคนยืมตัง แล้วไปโพสใน Facebook ว่ากำลังใช้ชีวิตดี๊ดี ทวงมากๆ เราก็จะเจอปรากฎการณ์มนุษย์ล่องหน ทักไปไม่ตอบโทรไปไม่รับแล้วก็หายไปจากชีวิตเราเลย

 

Tip ของผม : ผมว่าจริงๆ แล้วเราจะต้องรู้จักปฏิเสธบ้าง ถ้าให้ความช่วยเหลือก็ให้ตามความเหมาะสมโดยที่เราไม่ได้เกิดความลำบากก็พอแล้ว อย่าไปบุญทุ่ม สายเปย์อะไรเกินไป และที่สำคัญคือหากเรามีความรู้ทางการเงินและจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเราได้ดีแล้ว อย่าลืมแนะนำให้เพื่อนนักยืมได้ตระหนักในเรื่องการเงินด้วย

 

 

 


3. เมื่อไหร่จะรวยจะมีธุรกิจของตัวเองซักที

 

เชื่อป่ะว่าทุกวันจะต้องมีคนตระโกนในใจว่า “เบื่อ… อยากลาออก” แล้วพอถามถึงงานใหม่ก็ยังไม่รู้จะไปทำที่ไหน งานสมัยนี้ก็ไม่ใช่จะหาง่าย ร่อนใบสมัครไปเป็นชาติแล้วก็ยังไม่มีใครเรียก แล้วก็มาจบที่คำบ่นที่ว่า “อยากมีธุรกิจ เมื่อไหร่จะมีธุรกิจ เป็นนายตัวเองซักที....” จากประสบการณ์ที่ผมทำงานประจำมาแล้ว ตามที่ได้คุยกับหลายๆ คนคิดว่าจริงๆ เราคงเบื่อกับงานที่ทำอยู่ อยากสบายมากขึ้นมีรายได้มากขึ้นละครับ

 

Tip ของผม : ถ้ายังมีโอกาสที่จะค้นหาตัวเองได้ก็ต้องลองดูนะครับ แต่ถ้าคิดว่าเราไม่อยากรับความเสี่ยงในการเปลี่ยนงานหรือออกมาทำธุรกิจเอง เราก็สามารถทำงานที่สร้างรายได้ ควบคู่กับการทำงานไม่ประจำที่ชอบไปด้วยกันก็ได้ และในอนาคตหากงานไม่ประจำนั้นกลายเป็นธุรกิจส่วนตัวที่มีรายได้ ก็มาทำเต็มตัวทีหลัง อย่างไรก็ตามสำหรับหลายๆ คนก็อาจจะใช้แนวทางในการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมเพื่อสะสมความมั่งคั่งและรับเงินปันผลจากการลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้อีกทางที่ทำให้เราสบายขึ้นนะครับ

 

 

 



4. เมื่อไหร่จะมีแบบคนอื่นบ้าง

 

แน่นอนว่าหลายคนพอทำงานไปๆ พร้อมๆ กับเพื่อนรุ่นๆ เดียวกัน ก็อาจจะเห็นแต่ละคนมีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปเรื่อยๆ บางทีพอไปเห็นเพื่อนถอยมือถือใหม่ ซื้อรถยนต์คันใหม่ ซื้อบ้านหลังใหม่ หรือไปถ่ายรูปเซลฟี่ในต่างประเทศ ก็ได้แต่มองแล้วก็คิดว่าเมื่อไหร่เราจะมีวันแบบนั้นบ้างวะ? โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันมีหลายปัจจัยนะ บางคนเขาก็รวยจากพื้นฐานที่บ้าน อาชีพการงาน และหลายๆ คนที่มีชีวิตดี๊ดีอาจจะกำลังหาเงินใช้หนี้มหาศาลอยู่ก็ได้

 

 

Tip ของผม : สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาถึงพื้นฐานความเป็นตัวเรานะครับ ต้องมีความพอเพียง มีแค่ไหนใช้ก็แค่นั้น ไม่แนะนำให้สร้างหนี้เยอะๆ เพียงเพราะต้องการมีเหมือนคนอื่น แต่ขอแนะนำให้สร้างความมั่งคั่งต่อยอดจากสิ่งที่เรามี คนที่เก็บหอมรอมริบ พัฒนาตัวเองและตั้งใจทำงานให้มีรายได้มากขึ้น สุดท้ายก็มีโอกาสทำให้เขารวยได้ ในขณะเดียวกันหากเราฟุ่มเฟือยก่อหนี้เรื่อยๆ เดี๋ยวชีวิตที่ดี๊ดีก็จะกลับมาสู่ชีวิตที่ต้องนั่งใช้หนี้ได้เช่นกันครับ

 

Basic RGB

 

ที่เล่ามาก็มาจากการสังเกตบรรดาเพื่อนพ้องและบรรดารุ่นพี่วัยกลางคนนั่นล่ะ แต่ก็ไม่แน่ใจนะว่าสุดท้ายคำบ่นเหล่านี้ระบาดไปยังรุ่นน้องๆ แล้วยัง ฮ่าๆ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าเรื่องคำบ่นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตการเงินนั้นมีคำตอบทั้งในแง่วิธีคิดและในแง่มุมในการปฏิบัตินะครับ วิธีการของผมก็เป็นแค่วิธีการหนึ่งที่อาจจะนำไปประยุกต์ใช้กับเพื่อนๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

 

 

Tar Kawin