แรงบันดาลใจในการเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะผมได้พบกับนักลงทุนจำนวนมากที่พยายามเรียนรู้การซื้อขายหุ้นด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิคแต่ประสบปัญหาไม่ประสบความสำเร็จไม่สามารถซื้อขายหุ้นแล้วได้กำไร มีข้อสังเกตหลายอย่างที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์และการพูดคุยกับนักลงทุนหลายคน พบว่ามีประเด็นที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้ครับที่ทำให้คนที่พยายามศึกษาการ วิเคราะห์ทางเทคนิคมาตั้งนานแต่ไม่สามารถทำกำไรได้สักที

1. มีกลยุทธ์ในการทำกำไรที่ดีแต่ไม่บริหารเงินลงทุน (Money Management)

การบริหารเงินลงทุนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในแผนกลยุทธ์การซื้อขายหุ้นที่จะขาดไม่ได้ ถึงแม้จะมีกลยุทธ์ในการทำกำไรที่ดีขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่มีการบริหารเงินลงทุนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จเวลาวางแผนซื้อขายหุ้น จะให้ความสำคัญกับการบริหารเงินลงทุนและออกแบบกลยุทธ์การซื้อขายเพื่อปกป้องเงินลงทุนมากกว่าจะเน้นไปที่แผนในการทำกำไร  สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเทรดเดอร์เหล่านั้นเข้าใจความจริงที่ว่าถึงแม้จะวางแผนการซื้อขายมาอย่างดีผลการซื้อขายก็มีโอกาสที่จะออกมาเป็นขาดทุนได้ ถ้าไม่มีการวางแผนที่จะขาดทุนไว้ล่วงหน้าแล้วเกิดผลขาดทุนจำนวนมากในการซื้อขายเพียงไม่กี่ครั้ง กว่าจะทำกำไรให้เงินทุนกลับมาเท่าเดิมก็จะยากขึ้น ในทางกลับกันพบว่าเทรดเดอร์มือใหม่จะเน้นแผนกลยุทธ์ในการทำกำไรมากกว่าและไม่ค่อยให้ความสนใจในการเตรียมตัวรับผลขาดทุน

การให้ความสำคัญแต่กลยุทธ์ในการทำกำไรเพียงอย่างเดียว เปรียบเสมือนกับเวลาแข่งกีฬาแล้วผู้จัดการทีมวางแผนที่เน้นแต่เกมรุกหวังจะทำคะแนนฝั่งตรงข้ามเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีแผนป้องกันเพื่อรับมือกับฝ่ายตรงข้าม ถึงแม้ทีมจะทำคะแนนได้มากแต่ถ้าไม่มีการป้องกันแล้วถูกฝ่ายตรงข้ามทำคะแนนได้มากกว่าผลการแข่งขันก็ออกมาแพ้อยู่ดี ในเกมของการลงทุนมีกติกาที่สำคัญคือใครป้องกันเงินลงทุนไม่ให้ขาดทุนได้เก่งจะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้น

2. ไม่มีวิธีซื้อขายหุ้นเป็นของตัวเอง 

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะมีวิธีการซื้อขาย(Trade Setup)เป็นของตัวเอง รายละเอียดใน Trade Setup จะมีการกำหนดว่า จะถือหุ้นนานแค่ไหน ภาวะตลาดโดยรวมเป็นแบบใดและรูปร่างหน้าตากราฟแบบไหนจึงจะลงมือซื้อขาย จะใช้กราฟรายวัน รายชั่วโมง รายนาที หรือรายสัปดาห์ จะใช้ Indicator ตัวไหนประกอบการตัดสินใจ และจะซื้อด้วยจำนวนเท่าไหร่ วางจุดตัดขาดทุนไว้ตรงไหน และมีแผนการทำกำไรอย่างไร ซึ่งวิธีการซื้อขายหรือ Trade Setup นี้จะถูกออกแบบและปรับแต่งให้เหมาะสมกับสไตล์การซื้อขายและความชอบส่วนตัวของเทรดเดอร์รายนั้นๆ ทำให้เวลาที่เทรดเดอร์เหล่านั้นใช้งาน Trade Setup ที่ตัวเองสร้างขึ้น จะเข้าใจอย่างดีถึงข้อดี ข้อเสีย ข้อสังเกตพิเศษของ Trade Setup ที่ใช้อยู่คืออะไร แต่เวลาที่เราลอกเอาวิธีการซื้อขายของเทรดเดอร์คนอื่นมาใช้แบบโต้งๆ เรามักจะไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จหรือจะเกิดสภาวะอึดอัดในการลงทุนเพราะวิธีการซื้อขายเหล่านั้นไม่เหมาะกับสไตล์ของเรานั่นเอง 

ตัวอย่าง

ที่ผมพบอยู่บ่อยๆ เช่น มักจะมีคนถามว่าจำนวนวันของเส้น Moving Average ที่ผมใช้งานอยู่คือกี่วันเผื่อจะลอกเอาไปใช้งานบ้าง ผมก็ยินดีตอบให้เลยทันทีครับว่าผมใช้เส้น 10EMA คู่กับเส้น 50 EMA กับกราฟรายวันในการซื้อขายหุ้น แต่ปรากฏว่าก็มีคนจำนวนไม่น้อยบ่นว่าเส้น Moving Average ที่ผมใช้งานนั้นให้สัญญาณในการตัดสินใจซื้อขายที่ช้าเกินไป แต่ผมกลับคิดว่าผมใช้งานเส้น Moving Average สองเส้นนี้ได้อย่างสบายใจและมีประสิทธิภาพที่สุด

ข้อแนะนำ

เราไม่สามารถลอกวิธีการซื้อขายของคนอื่นมาใช้งานแล้วประสบความสำเร็จได้ แต่เราสามารถศึกษาแนวความคิดหรือเหตุผลทางเทคนิคที่สนับสนุนในการสร้าง Trade Setup ของคนเก่งๆ และนำแนวทางเหล่านั้นมาพัฒนา ปรับปรุงหรือเพิ่มเติมเงื่อนไขเพื่อให้เหมาะสมกับสไตล์และความชอบส่วนตัวของเรา ให้จินตนาการว่า Trade Setup ประจำตัวของแต่ละคนนั้นเป็นเหมือนกับการใช้งานอาวุธประจำกาย แต่ละคนจะมีความถนัดในอาวุธแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าให้คนที่ถนัดใช้ดาบในการต่อสู้มาใช้หอกหรือธนูก็คงจะใช้งานได้ไม่ดีนัก การใช้งานอาวุธที่ไม่ถนัดในการต่อสู้นั้นมีโอกาสทำให้แพ้ได้สูง แต่ถ้าได้ใช้อาวุธดาบที่คล่องมือและฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีก็สามารถที่จะฟาดฟันเอาชนะได้ไม่ยาก

3. มีแผนการซื้อขายที่ดีแต่ไม่ทำตามแผนที่วางไว้

ถ้าจะถามเทรดเดอร์ว่าอะไรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดที่จะทำให้การซื้อขายประสบความสำเร็จ คำตอบที่เราจะได้ คือ “การมีแผนในการซื้อขายและวินัยที่จะปฏิบัติตามแผนที่วางไว้” เป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด เพราะถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้ในการอ่านกราฟเป็นอย่างดี วางกลยุทธ์ในการซื้อขายสร้าง Trade Setup ที่มีประสิทธิภาพในการทำกำไรสูง มีแผนในการบริหารความเสี่ยงของเงินลงทุนที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าเราไม่สามารถทำตามแผนที่วางไว้ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในการซื้อขายได้

มีการทดลองและทฤษฎีทางจิตวิทยาการลงทุนมากมายที่พยายามอธิบายเหตุผลว่าทำไมคนเราจึงไม่ยอมทำตามแผนที่วางไว้ หรือมักจะเลือกลงมือในทางเลือกที่ส่งผลร้ายต่อการลงทุนมากว่าทางเลือกที่ส่งผลดี อย่างไรก็ตามการที่เราตอบได้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เราไม่ยอมทำตามแผนที่วางไว้มีประโยชน์น้อยมากต่อผลการซื้อขาย คำตอบที่จะทำให้ผลการซื้อขายของเราดีขึ้นและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เราคือ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้แผนที่เราวางไว้บอกให้เราทำอะไร และเราได้ลงมือทำหรือแล้วยัง

4. การหาคำตอบจากกราฟ

ข้อผิดพลาดที่สำคัญที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคือการพยายามวิเคราะห์กราฟเพื่อตอบคำถามว่าอนาคตราคาจะต้องเคลื่อนที่ไปอย่างไร และไปในทิศทางไหนจะขึ้นหรือ