เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ทางทีมงาน aomMONEY ได้รับเกียรติจากทางฝ่ายการสื่อสารองค์กรของ บลจ. ยูโอบี ให้เข้าร่วมรับฟังทัศนะและทิศทางการลงทุนเชิงบวกท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งมาพร้อมกับการเสนอ 5 กองทุนจาก บลจ. ยูโอบี ที่ได้คัดสรรมาให้ ตามชีพจรของเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่พิเศษมากๆ สำหรับคนทำงานด้านการเงินและการลงทุน

โดยภายในงานนี้มีแม่ทัพงานอย่าง คุณวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่มาร่วมเล่าภาพกว้างถึงสถานการณ์ของ บลจ.ยูโอบีอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ตามด้วย คุณวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่อสารองค์กรสายพัฒนาธุรกิจ มาเล่าถึงภาพรวมเศรษฐกิจองค์รวม และคุณรัชดา ตั้งหะรัฐ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด มาให้ข้อมูลถึงภาพรวมของ 5 กองทุนที่ บลจ.ยูโอบี คัดสรรมาเสิร์ฟตามสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

คุณรัชดา กล่าวว่า “จากภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2562 นี้ บลจ. ยูโอบี คาดว่าความเสี่ยงในการลงทุนจะเพิ่มสูงขึ้น การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทจึงมีความสำคัญ โดยควรเน้นเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นที่มีคุณภาพสูง หรือเลือกลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อสามารถกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในภาวะตลาดผันผวนได้”

สำหรับ 5 กองทุนที่ บลจ. ยูโอบี ได้คัดสรรมาให้ตามสภาวะเศรษฐกิจมีดังต่อไปนี้

1) กองทุนเปิด ไทย ตราสารหนี้ (TFFIF)

TFFIF ย่อมาจาก Thai Fixed Income Fund

กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนที่ลงทุนแบบไม่มีความเสี่ยงต่างประเทศ

ระดับความเสี่ยงกองทุนอยู่ในระดับ 4 

ภาพรวมของกอง: เน้นลงทุนในตราสารหนี้ และหรือเงินฝากทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน ที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมไม่มีการคิดด้านซื้อและขาย ส่วนอัตราผลตอบแทน (Return) เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 2-4 %

กองทุนนี้เหมาะสำหรับ: ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และคาดหวังผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก และต้องการได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะปานกลางถึงระยะยาว

2) กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS) 

กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund กองทุนรวมที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงในต่างประเทศ

ระดับความเสี่ยงกองทุนอยู่ในระดับ 5

ภาพรวมของกอง: อายุของกองนี้ประมาณ 2 ปี เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ PIMCO GIS Income Fund (Class I) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน และเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพ และมีการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ที่หลากหลาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าหน่วยลงทุนในต่างประเทศ 

โดยกอง UGIS นี้มีกลยุทธ์แบบ Passive Management เน้นการเคลื่อนไหวตามดัชนีตลาด จึงทำให้ความผันผวนของกองไม่สูงมากนัก ส่วนค่าธรรมเนียมการขายเก็บจริง 1% และไม่เกิน 2% ไม่กำหนดราคาซื้อขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป รวมถึงไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล 

กองทุนนี้เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้และสนใจในกองทุนรวมต่างประเทศ และผลกำไรส่วนต่างจากราคาหน่วยลงทุน

3) กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เฟล็กซิเบิ้ล อินคัม ฟันด์ (UFI-N)

กองทุนรวมผสม กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund กองทุนรวมที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงในต่างประเทศ

ระดับความเสี่ยงกองทุนอยู่ในระดับ 6

ภาพรวมของกอง: กอง UFI-N นั้นเน้นลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ โดยจะมีการดำเนินการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่า NAV ของกองทุน จุดเด่นอีกข้อคือการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจที่เหมาะสมของผู้จัดการกองทุน 

ด้านค่าธรรมเนียมการขายเก็บจริง 1.50% สูงสุดไม่เกิน 2% มูลค่าการซื้อขายครั้งแรกและครั้งถัดไปไม่กำหนดขั้นต่ำ และไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

กองทุนนี้เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้และสนใจในกองทุนรวมต่างประเทศ และผลกำไรส่วนต่างจากราคาหน่วยลงทุน

กองทุนนี้ไม่เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และต้องการรักษาเงินต้นเอาไว้

4) กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินโนเวชั่น ฟันด์ (UNI)

กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่างประเทศ 

ระดับความเสี่ยงกองทุนอยู่ในระดับ 6

ภาพรวมของกอง: แม้ว่ากอง UNI เพิ่งจดทะเบียนไปเมื่อ 30 ตุลาคม 2561 หรือไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทว่าความน่าสนใจของกอง UNI นี้ คือเป็นกองตราสารทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งถือเป็น Mega Trend ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนจากรายชื่อทรัพย์สินและการลงทุน 5 อันดับแรกของกองประกอบไปด้วย

1. Alphabet Inc 

2. Eisai Co Ltd

3. Visa Inc

4. Nike Inc

5. Alibaba Group Holding Inc 

และอีกข้อที่สำคัญคือมีการส่งมอบให้ Wellington Management Company บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการบริหารกองทุนเป็นผู้รับช่วงในการลงทุนต่อในบางส่วนหรือทั้งหมดอีกด้วย

ด้านค่าธรรมเนียมการขายเก็บจริง 1.50% สูงสุดไม่เกิน 2% มูลค่าการซื้อขายครั้งแรกและครั้งถัดไปไม่กำหนดขั้นต่ำ และไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

กองทุนนี้เหมาะสำหรับ: คนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับสูง สามารถถือครองได้ในระยะปานกลางไปจนถึงระยะยาว

5) กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (UCHINA)

ระดับความเสี่ยงกองทุนอยู่ในระดับ 6

ภาพรวมของกอง: ใครที่กำลังสนใจการลงทุนในประเทศจีนต้องห้ามพลาดกับกองทุน UCHINA ที่เหมือนมาตอบโจทย์เทรนด์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนโดยเฉพาะ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้ในระดับเหนือ 6% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เรียกได้ว่าเหนือกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ผนวกกับนโยบายการผลักดันให้เกิดการบริโภคภายในประเทศด้วยก็ยิ่งโตเข้าไปใหญ่

จุดที่น่าสนใจอีกด้านคือการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ UBS (LUX) Equility SICAV – All China USD (Class I-A1 - acc) เพียงกองเดียว ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงหุ้นจีนทั้งในตลาด Onshore และ Offshore เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนเลือกหุ้นได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง ส่วนด้านกลยุทธ์การบริหารกองเน้น Active Management และมีการคัดเลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน (Bottom – up Analysis)

ด้านค่าธรรมเนียมการขายเก็บจริง 1.50% สูงสุดไม่เกิน 2% มูลค่าการซื้อขายครั้งแรกและครั้งถัดไปไม่กำหนดขั้นต่ำ

กองทุนนี้เหมาะสำหรับ: คนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับสูง สามารถถือครองได้ในระยะปานกลางไปจนถึงระยะยาว

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 กองทุนพิเศษที่ทาง บลจ. ยูโอบี ได้นำเสนอมาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นครับ ถ้าใครสนใจกองไหนเป็นพิเศษก็สามารถเสิร์ชหาอ่านหนังสือชี้ชวนเพื่อศึกษาให้แน่ใจก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ ไว้ครั้งหน้าถ้า aomMONEY มีอะไรอัพเดทเป็นพิเศษเช่นนี้ จะรีบนำมาบอกต่อกันทันทีจ้า