5 ขั้นตอนที่ควรทำเพื่อให้การลงทุนไม่พลาดใน Market Timing ครั้งต่อไป

 

ไม่ว่านักลงทุนมือเก่าหรือมือใหม่ที่เข้ามาในตลาดหุ้นก็อาจจะพบประสบการณ์เดียวกันคือ พบจังหวะการลงทุนที่น่าซื้อมากๆเพราะหุ้นลงหนัก แต่ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวจะลงต่อพออีกแปปหุ้นก็ขึ้นสุดติ่งกระดิ่งแมว บางทีจังหวะที่มีข่าวบางอย่างซึ่งถ้าได้ขายก่อนหุ้นลงหนักๆแล้วค่อยกลับมาช้อนซื้ออีกทีก็คงได้กำไรกันเต็มไปหมด หรือแม้แต่ใครลงทุนออมหุ้นแบบ DCA แล้วพบว่าหุ้นกำลังลงหนักๆก็อยากจะเอาเงินก้อนเข้าไปลงทุนเพิ่มในจังหวะ Market Timing และทุกครั้งที่เราพบเรื่องอย่างงี้เราก็จะมาพูดแบบเดิมๆคือ

“รู้งี้…… น่าจะซื้อ”
“รู้งี้…… น่าจะขาย”

 

ในความเห็นผมนะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากต่างประเทศ ข่าวลือที่วุ่นวายและเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋าที่มีประสบการณ์การลงทุนมานานแล้วก็ตาม เรื่องจังหวะของการลงทุน หรือ Market Timing เนี่ย มันเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดตอนไหน ทุกคนต้องเจอเหมือนๆกัน แต่คนที่มีประสบการณ์มากกว่าก็จะมีโอกาสพยาการณ์แนวโน้มและตัดสินใจได้ดีกว่ามือใหม่ เพราะฉะนั้นแล้วพอผมเจอคำถามจากน้องๆนักลงทุนที่เสียดายและพลาดโอกาส ผมจะแนะนำให้ลองทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

 

1. จดไว้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไร : หาสมุดมาบันทึกเอาไว้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้นยาวนานแค่ไหน หลังเกิดเหตุการณ์แล้วมีนักวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าอย่างไร ทั้งนี้เราอาจจะลองประเมินด้วยตัวเองด้วยก็ได้นะครับว่าองค์ประกอบมีอะไรแล้วผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรแล้วเดี๋ยวตลาดก็จะเฉลยเอง เราฝึกไปช่วงแรกๆผิดบ้างถูกบ้างแต่ก็ฝึกไว้เถอะ สามารถใช้เป็นประสบการณ์ในการวิเคราะห์ในครั้งต่อๆไปได้


2. จดไว้ว่าตลาดหุ้นและราคาตอบสนองอย่างไร : ลองดูว่าหุ้นลงขนาดไหนหากเกิดเหตุการณ์ไม่ดีและในกรณีกลับกันถ้าเหตุการ์มันทำให้ขึ้นขึ้นเวอร์ๆก็ดูว่าหุ้นมันขึ้นขนาดไหน ผมเชื่อได้ว่าหากเราสังเกตเหตุการณ์พวกนั้นหลายๆครั้งก็จะรู้ได้ว่า หุ้นมันไม่ได้ขึ้นตลอดไปหรือลงตลอดไปในระยะสั้นหรอก มันต้องมีการขึ้นๆลงๆก่อนที่พื้นฐานจะมารองรับให้ไปในทิศทางที่ควรเป็น พอเราเห็นเหตุการณ์บ่อยๆเราจะมีความคุ้นเคยกับอารมณ์ตลาดมากขึ้น ไม่ตกใจง่าย


3. จดไว้ว่าเรากำลังทำอะไรและตัดสินใจอย่างไร : มือใหม่หลายคนพอเจอ Market Timing ขึ้นมาปุ๊ปเกิดอาการตกใจเพราะจากเดิมที่ดอยอยู่แล้วก็ดอยเข้าไปอีก บางคนอยู่ในจังหวะที่ดีเห็นหุ้นขึ้นพรวดๆจนมือสั่น ซักแปปก็จะมีคนมาไซโคว่าทำไมไม่ตัดสินใจแบบนั้นแบบนี้ ณ จุดนั้นลองจดบันทึกดูว่าเราตัดสินใจอย่างไร ไปตามอารมณ์หรือเชื่อในกลยุทธ์การลงทุนที่ตัวเองทำอยู่ แล้วท้ายสุดผลออกมาเป็นอย่างไร


4. นำข้อมูลที่เราบันทึกไว้ทั้งหมดมาพัฒนาในครั้งหน้า : สิ่งที่เราได้คิดวิเคราะห์ บันทึก และตัดสินใจทั้งหมดย่อมมีทั้งถูกต้องและผิดพลาดได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นั้นบ้าง เราก็ลองนำมาวิเคราะห์ดูนะครับและดูว่าเราควรจะแก้ไขในจุดไหนบ้างทั้งในเรื่องของมุมของการวิเคราะห์และมุมมองในการตัดสินใจอนาคต พอเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ไปบ่อยๆเราก็พอจะคาดการได้ว่าเราควรจะตัดสินใจอย่างไรในเหตุการณ์ต่างๆ


5. ลองแลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อนๆนักลงทุนดูก็ไม่เลวนะ : ถ้ามีโอกาสหลังจากเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นไปแล้ว เราลองคุยกับเพื่อนๆหรือขอให้บรรดาเซียนได้เล่ามุมมองรวมถึงประสบการณ์ของตัวเองในการตัดสินใจของแต่ละโอกาสในอดีตดูก็ไม่เลวนะครับ เราจะได้แลกเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองใหม่ๆ ทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ต่อเนื่องด้วย

 

5 ขั้นตอนที่ควรทำเพื่อให้การลงทุนไม่พลาดใน Market Timing ครั้งต่อไป

และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่เราควรทำเพื่อให้เราไม่พลาดกับการลงทุนในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆที่น่าสนใจ ลองบันทึกเหตุการณ์ วิเคราะห์สิ่งที่เราคิด และจดไว้ว่าเราตัดสินใจอย่างไร จะได้นำมาพัฒนาตัวเองให้เราสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ