สำหรับคนที่สงสัยว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นต้องจดแบบไหน จดเมื่อไร และ จดยังไง วันนี้ พรี่หนอมสอนภาษีธุรกิจ มีเคล็ดลับดีๆ 5 ข้อในการเช็คว่า ธุรกิจของเราพร้อมจด VAT หรือไม่? มาฝากกันครับ

1. รายได้ของธุรกิจเราเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีไหม

คำว่า รายได้ หมายถึง รายได้ (เงินที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับในปีนั้นๆ) ไม่ใช่ "กำไร" ของธุรกิจ ดังนั้นไม่ต้องหักค่าใช้จ่ายก่อน แต่ให้เช็คเลยว่ารายได้จริงๆทั้งหมดของธุรกิจเราในแต่ละปีเกิน 1.8 ล้านบาทไหม

ถ้าคำตอบคือ "ใช่" โปรดดูรายละเอียดในข้อต่อไปทันทีครับ เพราะธุรกิจของคุณมีโอกาสต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT นั่นเองครับ

2. เช็คว่าธุรกิจที่เราทำได้รับสิทธิยกเว้น VAT ไหม 

ถ้าธุรกิจของเราไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ข้อนี้จะยืนยันอีกทีว่า คุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแน่ๆแล้วล่ะครับ

คุณสามารถตรวจสอบธุรกิจที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ตามลิงค์นี้ของกรมสรรพากรครับ
http://www.rd.go.th/publish/7052.0.html

จริงๆหลักการทั้งหมดสำหรับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายจะใช้ 2 ข้อที่ว่านี้ในการพิจารณา ซึ่งถ้าหากคุณมองว่าจะจดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อถึงกำหนดตามกฎหมาย ก็สามารถใช้หลักการนี้ได้ครับ 

แต่ถ้าหากมองต่อไปว่าจริงๆแล้วมันมีปัจจัยที่นอกเหนือกฎหมายและข้อบังคับทางภาษีที่มีผลต่อการตัดสินใจจด VAT แล้วล่ะก็ แนะนำให้อ่านอีก 3 ข้อต่อไปเพื่อเพิ่มโอกาสในการพิจารณาครับ

3. เป้าหมายของธุรกิจ

อย่างที่บอกไปว่า 2 ข้อที่ผ่านมาเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายเกี่ยวกับ VAT แต่สำหรับข้อนี้เป็นเรื่องของการวางเป้าหมายของธุรกิจ ว่า "คุณจริงจังกับธุรกิจแค่ไหน" ถ้าหากเป็นธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนสูง ดำเนินการระยะยาว และคาดว่ารายได้ของคุณในอนาคตต้องเกิน 1.8 ล้านบาทแน่ๆ สิ่งที่คุณควรทำคือการจดทะเบียน VAT ทันทีที่เริ่มกิจการเพราะจะทำให้คุณได้สิทธิในการขอคืนภาษีซื้อจากการลงทุนต่างๆที่เกิดขึ้น ในขณะที่ธุรกิจยังไม่เกิดรายได้ที่ต้องเสียภาษีขาย เพื่อให้ภาษีซื้อส่วนนี้มาช่วยในการลดยอดภาษีที่ต้องนำส่งกับกรมสรรพากรในอนาคตครับ

จำได้ใช่ไหมครับว่า VAT ที่ต้องนำส่งสรรพากรนั้น คือ VAT ขาย หักออกด้วย VAT ซื้อ ซึ่งถ้าหากเรามี VAT ซื้อมากๆที่เอามาใช้ได้ก็จะช่วยให้เรานำส่ง VAT ให้สรรพากรน้อยลงตามไปด้วยครับ

4. คุณจัดการเอกสารหลักฐานได้ไหม

สิ่งที่คุณต้องคิดต่อมาเรื่องของการจด VAT คือ การจัดการเอกสาร เพราะธุรกิจนั้นไม่ได้จบอยู่ที่การจด VAT แต่มันเป็นการเริ่มต้นของการจัดทำต่างๆ ทั้ง ใบกำกับภาษี เอกสารหลักฐาน รายงานต่างๆตามหน้าที่ของธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องทำครับ ลองถามตัวเองดูว่าคุณพร้อมจะจัดการเอกสารหลักฐานได้ไหม

ถ้าหากยังไม่พร้อมและรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทที่ต้องจด VAT ก็ต้องขอแสดงความยินดี แต่ถ้าหากต่อให้ไม่อยากจัดการเอกสารหลักฐานยังไง แต่เมื่อรายได้ของคุณถึงเกณฑ์ต้องจดตามกฎหมาย อันนี้ก็ต้องบอกว่าคุณมีหน้าที่ต้องทำเท่านั้นครับ และควรรีบหาคนมาช่วยจัดการเอกสารให้ไวที่สุดครับผม


5. คุณพร้อมเจอสรรพากรไหม

เมื่อเริ่มจดทะเบียน VAT เรามักจะได้ยินว่าจะมีสรรพากรมาหา มาตรวจสถานประกอบการ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง (อันนี้ชัวร์ว่าต้องเจอครั้งแรก) และยิ่งถ้าหากธุรกิจของคุณมีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) อยู่เรื่อยๆ อันนี้ก็ต้องแน่ใจเลยครับว่า ธุรกิจของคุณจะต้องมีโอกาสพบเจอสรรพากรอยู่บ่อยๆ และการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ย่อมต้องมีการตรวจสอบและอื่นๆตามมาอีกมากมายเช่นกันครับ

ต้องบอกว่าคำถามข้อนี้ไม่ใช่ข้อเสียของการจดทะเบียน VAT แต่เป็นการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าต่อการถูกตรวจสอบครับ ดังนั้นอย่ามองว่าการจด VAT ต้องเจอสรรพากรทุกกรณี แต่ในกรณีที่ขอคืนภาษีนั้น ต้องเจอแน่นอนครับ

หวังว่าบทความนี้คงจะช่วยให้เข้าใจเรื่อง VAT มากขึ้นนะครับ

#พรี่หนอมสอนภาษีธุรกิจ

ติดตาม : fb.me/biztaxthai
เพิ่มเพื่อน : https://line.me/ti/p/@biztaxthai