“ถ้าใครเห็นป้าย sale แล้วใจสั่น”

“รู้สึกแปลกๆ เวลาไม่มีของติดมือกลับบ้าน”

หรือ “รู้สึกหายเครียดเวลาได้ช้อปปิ้ง”

แสดงว่าเจ้ามะนุดมีแนวโน้ม เข้าใกล้โรค Shopaholic แล้วล่ะ

ซึ่งไอโรค Shopaholic หรือ โรคเสพติดการช้อปปิ้งเนี้ย
เป็นศัตรูตัวสำคัญของการเงินเราเลย
เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเงินก็ต้องพังทลายลงเมื่อเจอป้ายเซลล์
ยิ่งเป้ามหมายในการลงทุนนะ ไม่ต้องหวังเลย


วันนี้พ่อมดถุงเงิน มีคาถาวิเศษมาแนะนำ
เพื่อป้องกันตัวเองจากโรค Shopaholic
แท็กเพื่อนมะนุดนักช้อปมาท่องไปพร้อมๆ กันเลย


1. “ตั้งมั่นในงบที่ตั้งไว้”

ใช่ว่าเราจะไม่ควรช้อปปิ้งเลยเน้าะ แต่การช้อปปิ้งของเราต้องได้ประโยชน์ และไม่ทำให้ตัวเราเดือดร้อน

การตั้งงบไว้อย่าเหมาะสม จะช่วยให้เราควบคุมรายจ่ายตรงนี้ได้ดีเลยแหละ จะตั้งไว้ที่ 20 หรือ 30% ของเงินเดือน หรือตั้งเป็นเงินคงที่ เช่น 3000 บาทต่อเดือน ก็ได้หมดนะ

แต่ถ้าใครมีค่าใช้จ่ายในการช้อปปิ้งอยู่ในปัจจุบันสูงมาก เกิน 50% ของเงินเดือน อันนี้เริ่มวิกฤตและ ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ ลด  จาก 50% เหลือ 40% เหลือ 30%

แล้วสักวันนึง เราจะตกใจที่มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นมาเยอะเลยแหละ


2. “อดทนอดกลั้นให้พ้น 14 วัน”

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าอันไหนคือของที่เราอยากได้จริงๆ หรือเปล่า ตอนก่อนซื้อก็ชอบอยู่หรอก แต่พอซื้อมาไม่ชอบละ ไม่ได้ใช้เลย เสียเงินไปเปล่าๆ เลยใช่มั้ยหล่ะ

ใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่ ลองใช้วิธีนี้ของถุงเงินดูสิ่

ถ้าชอบของชิ้นไหนแล้ว แต่ยังลังเลให้จดเอาไว้ก่อน แล้วรอสักสองสัปดาห์หรือ 14 วันถ้าเรายังอยากได้อยู่ นั่นก็อาจจะหมายความว่า เราชอบของชิ้นนั้นจริงๆ

วิธีนี้จะช่วยกรองของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ได้จำนวนหนึ่ง

ถุงเงินใช้วิธีนี้กับเจ้านายบ่อยก็ได้ผลอยู่นะ


3. “รู้จักที่ใดควรไป ที่ใดไม่ควรไม่ไป”

เมื่อเห็นแล้วอยากได้ ก็ไม่ต้องไปเห็นมันซะเลยสิ

การผ่านร้านค้าบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นความอยากได้ของในตัวเรา ด้วยสินค้าที่ถูกใจ ด้วยป้าย sale ขนาดใหญ่การหลีกเลี่ยงการเดินผ่านร้านค้าต่างๆ จึงทำให้ลดความยากของเราลงได้ ทั้งร้านค้าในห้างและร้านค้าออนไลน์ เลยนะ Hind ร้านค้าไว้ อย่าให้มันขึ้นใน feed หรือ notification เรา


4. “จิตใจที่แข็งแกร่ง นั้นสำคัญที่สุด”

ถึงแม้จะทำทุกทางแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือใจเรานั่นแหละ ถ้าใจไม่แข็งพอเราก็จะแอบไปช้อปปิ้งอีกจนได้ คำว่า “นิดเดียวไม่เป็นไรหรอก” คงจะได้พูดกับตัวเองบ่อยๆ

คิดถึงความสำคัญของเงินไว้ ว่าเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้บ้าง ถ้าป่วยจะทำไง จะเอาเงินไหนไว้สำรองรักษา
ถ้าแก่แล้วจะทำไง จะเอาเงินไหนไว้เลี้ยงชีพ

เงินที่จะใช้ซื้อของไม่กี่พันในปัจจุบัน
ผ่านการเวลา การสะสม และการลงทุน
อาจจะกลายเป็นเงินหลายล้านในอนาคตก็ได้นะ


5. “ตัดได้ก็ตัด ตัดไม่ได้ก็ซื้อ”

ซื้อสิ่ เลิกไม่ได้ก็ซื้อมันซะเลย แต่ไม่ใช่ซื้ออะไรก็ได้นะ ต้องซื้อสินทรัพย์ที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนในอนาคตต่างหาก ช้อปหุ้น ช้อปทอง ช้อปกันให้เต็มที่เลย คันไม้คันมืออยากซื้อของเมื่อไหร่ ก็เข้าไปกด

ถ้าซื้อแบบไม่ต้องใช้ความรู้เยอะ ถุงเงินแนะนำ ให้ซื้อทองเก็บไว้ หรือถ้าจะซื้อตลาดหุ้น  ลองมองหาหุ้นที่มีพื้นฐานดีๆ แล้วถือยาวๆ กันไปเลย ซื้อหลักทรัพย์ก็เหมือนซื้อเสื้อผ้า ถ้าไม่ดูให้ดี ก็อาจขาดทุนได้ เหมือนเสื้อผ้าที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใส่

แต่ถุงเงินไม่ห่วงหรอก เพราะเจ้ามะนุดนักช้อปปิ้ง
จะต้องมีเซ้นด้านนี้กันอยู่แล้วใช่มั้ยหล่ะ

ถ้าพร้อมแล้วละก็ไปเปิดพอร์ต
เตรียมช้อปปิ้งเพื่ออนาคตกันเล้ยยยย


5 คาถาวิเศษ ป้องกันการหมดตัวจากการช้อปปิ้ง



และที่สำคัญเจ้ามะนุดทุกคนสามารถเรื่องราวทางการเงินดีๆ อีกมายมาย ได้ที่ Page Money Ideas

https://www.facebook.com/moneyideasth/photos