เมื่อหลายปีที่แล้วเราเป็นอีกหนึ่งคนที่ลงทุนหุ้นเป็นหลัก เพราะมองว่าได้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ความรู้สึกช่วงนั้นมี 2 แบบ ในยามหุ้นขึ้นหน้าตาสดใส อารมณ์ดียิ้มร่าเริงทั้งวันเพราะอะไรๆก็ดูดีไปหมด แต่ยามหุ้นผันผวนไหลเป็นน้ำตกลงมาเป็นร้อยจุด จุกเสียดแน่นท้องปวดใจจี๊ดๆ กันเลยทีเดียว

 

จากประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่า "อย่าวางไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว" จากการนำเงินลงทุนไปไว้ในที่ใดที่หนึ่งเพียงแหล่งเดียวนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก หากการลงทุนนั้นผิดพลาดก็จะส่งผลเสียหายกับเงินของเราทั้งหมด ดังนั้น ควรจัดสรรเงินลงทุนไว้หลายๆที่เพื่อกระจายความเสี่ยง

 

สินทรัพย์ทางการเงินแต่ละรูปแบบนั้นตอบสนองเป้าหมายการเงินที่แตกต่างกัน การลงทุนเพียงด้านเดียวไม่สามารถสร้างผลประโยชน์ให้เราได้ทุกๆด้าน เราควรเลือกนำจุดเด่นของสินทรัพย์ทางการเงินแต่ละรูปแบบมาประกอบกัน ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินทั้งในระยะสั้น กลางและยาว

 

การจัดสรรเงินลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อเราสำรวจแล้วว่าตนเองต้องการวางแผนการเงินไปในทิศทางใด การเลือกแหล่งเก็บเงินของเราก็จะง่ายขึ้น บทความนี้มีแนวทางการจัดสรรเงินเพื่อประกอบการตัดสินใจให้นักลงทุนนำไปปรับใช้ให้เข้ากับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง โดยหลักของสมาคมนักวางแผนการเงินไทยที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายการเงินและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข ภายใต้ข้อจำกัดของตนเอง

การวางแผนการเงินส่วนบุคคลออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้

  1. การวางแผนการลงทุน เพื่อสร้างเงินลงทุนให้เติบโตตามเป้าหมายภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  2. การวางแผนประกันชีวิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ชีวิตและทรัพย์สิน
  3. การวางแผนเพื่อวัยเกษียณ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณ
  4. การวางแผนภาษี เพื่อจัดการภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายและใช้สิทธิประโยชน์เพื่อประหยัดภาษีสูงสุด
  5. การวางแผนมรดก เพื่อส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาทได้ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุด

ที่มา : สมาคมนักวางแผนการเงินไทย http://tfpa.or.th/2014/pages.php?page=3-1

 

ตอนนี้เราเข้าใจการวางแผนการเงินแบบภาพรวมแล้วว่าประกอบด้วยอะไรบ้างที่จะทำให้เรามีสุขภาพการเงินที่แข็งแรง ในขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จตามแผนที่เราตั้งไว้




5 สัดส่วนการวางแผนการเงินที่ต้องมีในชีวิต

 

ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้นักลงทุนเลือกมากมาย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอามาผสมกันอย่างไรให้ตอบโจทย์กับการวางแผนทางการเงินของตนเอง วันนี้เรามีตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นและยังได้รับประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

 

ซื้อ 2 ให้ 5

เป็นการนำจุดเด่นของ "เงินฝากประจำ" ที่ได้รับผลตอบแทนสูงในระยะสั้นและ "ประกันชีวิต" ที่เน้นการคุ้มครองความเสี่ยงชีวิตกับสร้างวินัยการออมเงินมาผสมกันเป็น “โครงการให้ 5” เพื่อผลประโยชน์ 5 รูปแบบตอบโจทย์เป้าหมายการวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่เราสามารถเลือกความคุ้มครองเองได้ ดังนี้

5 สัดส่วนการวางแผนการเงินที่ต้องมีในชีวิต

1. ดอกเบี้ยสูงสุด 5% ต่อปี

รายละเอียดของผลประโยชน์ 5 รูปแบบ ดังนี้

รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำพิเศษ 6 เดือน โดยเงินฝากขั้นต่ำ 50,000 บาท พร้อมกับสมัครประกันชีวิตมีค่าเบี้ยประกันภัยขั้นต่ำ 100,000 บาทและสูงสุดไม่เกินค่าเบี้ยประกันภัย  จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษตั้งแต่ 4.5 %ต่อปี ถึง 5 % ต่อปี

เมื่อครบกำหนดฝากประจำ 6 เดือน ธนาคารจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันให้แบบอัตโนมัติ ส่วนเงินต้นธนาคารจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากประจำ 6 เดือนปกติที่มีชื่อบัญชีเดียวกัน

5 สัดส่วนการวางแผนการเงินที่ต้องมีในชีวิต

แบบประกันชีวิตที่เข้าร่วม “โครงการให้ 5” กับความคุ้มครองที่เราเลือกได้

แบบสะสมทรัพย์

  •     Perfect Choice 12/6 :  จ่ายเบี้ยสั้น  6 ปี คุ้มครองนาน 12 ปี
  •     Perfect Value 12/8 : จ่ายเบี้ยสั้น  8 ปี คุ้มครองนาน 12 ปี
  •     Perfect Money 15/6 : จ่ายเบี้ยสั้น  6 ปี คุ้มครองนาน 15 ปี
  •     Perfect Saver 20/20 : จ่ายเบี้ยเบาๆ 20 ปี คุ้มครองนาน 20 ปี

แบบสร้างเงินมรดก

  •     Perfect Life 99/5 :  จ่ายเบี้ยสั้น 5 ปี คุ้มครองตลอดชีพและมีมรดกให้ลูกหลาน

แบบสร้างเงินบำนาญ

  •     Perfect Annuity 85/5 : สร้างเงินบำนาญได้เองด้วยการจ่ายเบี้ยสั้น 5 ปี รับเงินบำนาญ 15% ของทุนประกันตั้งแต่อายุ 60 - 85 ปี

แบบคุ้มครองสุขภาพ

  •     Perfect Health Med

 

2. เงินคืน 5%

รับผลตอบแทนระยะสั้นจากการได้เงินคืน 5% ของค่าเบี้ยประกันภัยที่ชำระปีแรก เข้าบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันของธนาคารธนชาต

 

3. เงินคืนระหว่างปีกรมธรรม์

ผลประโยชน์จากประกันชีวิตจากการคืนเงินระหว่างปีนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบของกรมธรรม์ ซึ่งนักลงทุนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย

 

4. ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท

ภาครัฐใช้การประหยัดภาษีสร้างแรงจูงใจให้คนทำประกันชีวิตสะสมเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงและดูแลตนเองได้ในวัยเกษียณ รวมถึงลดภาระรายจ่ายของภาครัฐในอนาคต โดยการให้สิทธิประโยชน์ใช้เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ส่งผลดีให้เรามีเงินในเป๋ามากขึ้นจากการลดรายจ่ายทางด้านภาษี

แบบประกันลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

  •     Perfect Choice 12/6
  •     Perfect Value 12/8
  •     Perfect Money 15/6
  •     Perfect Saver 20/20

แบบประกันลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท (ในกรณีไม่มีประกันชีวิตแบบอื่น)

  •     Perfect Annuity 85/5
  •     Perfect Life 99/5

 

5. คุ้มครองชีวิต

จุดเด่นที่สำคัญของการทำประกันชีวิต คือ การคุ้มครองชีวิต ที่จะปกป้องตัวเราและคนในครอบครัวไปถึงเป้าหมายการเงินที่วางไว้ได้อย่างปลอดภัยครบทุกคน แต่ถ้ามีผู้ที่ต้องจากไปก่อนเวลาอันควรก็มีเงินจากประกันชีวิตมาบรรเทาความเดือดร้อนได้ ซึ่งการคำนวณทุนประกันว่าจะต้องเป็นเท่าไหร่นั้