เรื่องแรกคือ ความสอดคล้องของตัวเลขในงบการเงินกับตัวเลขในแบบแสดงรายการว่าถูกต้องและตรงกันหรือไม่

โดยตัวเลขทุกตัวที่อยู่ในแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด. 50 นั้นควรเป็นตัวเลขเดียวกันที่กระทบยอดได้กับงบการเงิน หรืองบทดลองของธุรกิจ เพื่อไม่ให้มีปัญหาหลังจากยื่นแบบแสดงรายการภาษี

โดยเฉพาะตัวเลขของกำไรทางบัญชีและกำไรที่แสดงในงบการเงินนั้น ควรจะถูกต้องและตรงกัน ซึ่งถ้าหากพลาดเรื่องง่ายๆ แบบนี้ แสดงว่าเรื่องอื่นอาจจะมีปัญหาได้แล้วล่ะครับ 



เรื่องที่สอง คือ เช็ครายการปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษีว่าถูกต้องหรือไม่ โดยมีการบวกกลับรายการปรับปรุงต่างๆต่อไปนี้อย่างครบถ้วน

1) รายได้ที่ให้ถือเป็นรายได้
รายได้บางรายการ หลักการบัญชีไม่ถือเป็นรายได้แต่หลักภาษีอากรถือเป็นรายได้ มีผลทำให้กำไรทางภาษีจะสูงกว่ากำไรทางบัญชี

2) รายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้น
รายได้บางรายการ หลักการบัญชีถือเป็นรายได้ แต่หลักภาษีอากรจะไม่ถือเป็นรายได้ มีผลทำให้กำไรทางภาษีจะต่ำกว่ากำไรทางบัญชี

3) รายจ่ายต้องห้าม
รายจ่ายบางรายการ หลักการบัญชีถือเป็นรายจ่าย แต่หลักภาษีอากรไม่ถือเป็นรายจ่าย มีผลกำไรทางบัญชีจะต่ำกว่ากำไรทางภาษี

4) รายจ่ายที่หักได้เพิ่มขึ้น
รายจ่ายบางรายการ หลักภาษีอากรกำหนดให้หักเป็นรายจ่ายได้มากกว่าหลักการบัญชี มีผลทำให้กำไรทางภาษีต่ำกว่ากำไรทางบัญชี

และถ้าหากจะให้ดีกว่านั้นแล้ว ควรจะทำรายการปรับปรุงกำไรทางบัญชีให้เป็นภาษี โดยมีกระดาษทำการและเอกสารหลักฐานประกอบการปรับปรุงไว้อย่างเรียบร้อยด้วยครับ


เรื่องที่สาม คือ เช็ครายการปรับปรุงพิเศษที่มีในปีภาษีต่างๆ เช่น ปี 2560 หรือ ปี 2561 ที่มีรายการปรับปรุงมากมายเพิ่มขึ้นครับ

โดยรายการเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ที่แบบแสดงรายการภ.ง.ด. 50 ประจำปี ซึ่งจะมีรายละเอียดบอกไว้ครบถ้วนอยู่แล้วครับ เรามีหน้าที่เช็คให้ดีก่อนที่จะยื่นแบบแสดงรายการว่ามีการกรอกครบถ้วนหรือเปล่า


เรื่องที่สี่ เช็คอัตราภาษีและวิธีการคำนวณภาษี

ในแต่ละปี บางประเภทของธุรกิจจะมีอัตราภาษีแตกต่างกันไปครับ เช่น ธุรกิจ SMEs ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้าน และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท จะสิทธิประโยชน์ในการลดอัตราภาษี

นอกจากนั้นบางทีจะมีเรื่องพิเศษที่ได้ลดอัตราภาษีเพิ่ม เช่น การจดแจ้งพรบ.บัญชีชุดเดียว ซึ่งตรงนี้ทางธุรกิจต้องตรวจสอบและเช็คใ้หดีก่อนที่จะยื่นแบบแสดงรายการเช่นเดียวกันครับ


เรื่องสุดท้ายที่พลาดกันบ่อยๆ นั่นคือ รายการภาษีครึ่งปี และภาษีเงินได้หัก ณ ทีจ่ายครับ

สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของการเก็บตัวเลขที่ถูกต้อง เช่น การประมาณการภาษีครึ่งปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51) ไว้นั้น ต้องไม่ประมาณการขาดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 25) หรือมีการยื่นแบบไว้ถูกต้อง รวมถึงภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่สามารถนำมาเครดิต (หักออก) จากภาษีที่คำนวณได้ ส่วนนี้ก็ควรจะเก็บรายการหลักฐานต่างๆไว้ให้ครบถ้วนด้วยครับ เพื่อจะได้ใช้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ครับ



ติดตามความรู้เรื่องภาษีสำหรับคนทำธุรกิจได้ที่แฟนเพจ พรี่หนอมสอนภาษีธุรกิจ หรือกดเพิ่มเพื่อนได้ที่ Line @BizTaxThai หรือคลิกที่ลิงค์
https://line.me/ti/p/@biztaxthai ครับ

#ยืืนภาษี #ภาษีธุรกิจ
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภงด50
#พรี่หนอมสอนภาษ๊ธุรกิจ