หลายๆ คนคงวาดภาพอนาคตในฝันของตัวเองไว้ไม่มากก็น้อย ภาพในฝันของบางคนอาจจะเป็นมหาเศรษฐี มีเงินพันล้านที่แลกมาจากการทุ่มเททำงานอย่างหนัก หรือ สำหรับบางคนอาจจะเป็นแบบเรียบง่าย เกษียณแบบสบายๆ มีเงินพอกินใช้อย่างไม่ขัดส

แต่ไม่ว่าจะมีความฝันแบบไหนทุกแบบล้วนมีเงินเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น เพราะคงไม่มีใครอยากมีอนาคตแบบขัดสนในเรื่องการเงินแน่ๆ เงินจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เรามีอนาคตอย่างที่ฝันไว้ และแน่นอนว่าการลงทุนที่ถูกที่ถูกทาง จะก่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดี ผลตอบแทนที่ดีก็จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้

แต่ในชีวิตจริง การลงทุนไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว การลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพตัวเองหรือแม้กระทั่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบตัว ก็เป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญ

มาทำความรู้จักกับ การลงทุน 6 อย่าง เพื่อก้าวไปสู่อนาคตอย่างที่ฝันกับน้องถุงเงินกันเลยดีกว่าค้าบบบ


1. ลงทุนเพื่อความรู้

ลองคิดภาพนะครับว่า ถ้าเราไม่มีความรู้อะไรเลย เราก็คงไม่สามารถหาเงินได้แน่ๆ กลับกัน ถ้าเรามีความรู้ยิ่งมาก เราก็จะยิ่งหาเงินได้มาขึ้นเช่นกัน

จริงๆ แล้วถ้าจะบอกว่าความรู้นั้นเป็นพื้นฐานของการลงทุนอย่างอื่นทั้งหมดก็คงไม่ผิดนัก ไม่ว่าเป้าหมายเราจะเป็นอย่างไร ยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าเราไม่มีความรู้ เราก็คงเป็นเหมือนเรือที่ไม่มีไม้พาย ไม่สามารถไปไหนได้แน่

เพราะฉะนั้นการเรียนรู้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งทุกวันนี้ก็มีคอร์สเรียนที่นอกเหนือจากการศึกษาขั้นพื้นฐานเปิดมากมาย ถ้าเพื่อนๆ คิดว่าคอร์สเรียนไหนเหมาะกับตัวเอง ความรู้ความสามารถเหล่านั้นจะสามารถสร้างประโยชน์ให้เราได้ ก็อย่ารีรอ ลุยเลยครับ

เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ สู้ๆ นะเจ้ามะนุด


2. ลงทุนเพื่อประสบการณ์

"ประสบการณ์หาซื้อไม่ได้ อยากได้ต้องออกเดินทาง"

ก็คงจะจริงอย่างที่เขาว่ากันนะครับ ถ้าไม่เริ่มออกเดินทางเราก็คงจะไม่ได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากชีวิตประจำวันของเรา การได้พบเจอผู้คน ได้พบเจอเรื่องราว การที่เราได้มองเห็นโลกที่กว้างขึ้น มักจะทำให้เราเกิดไอเดียใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่แน่เราอาจจะได้ค้นพบตัวเองหรือแนวทางในการสร้างรายได้ให้เราเพิ่มจากประสบการณ์เหล่านี้ก็ได้

จริงๆแล้ว การลงทุนเพื่อประสบการณ์ในชีวิต ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องยากมากมายนักหรอกครับ เพราะโอกาสมักเข้ามาหาเราอยู่เสมอ เพียงแค่เราตอบรับกับทุกโอกาสในชีวิต ที่จะไม่ทำให้เราและผู้อื่นเดือดร้อน เพียงแค่นี้เราก็จะสามารถค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างไม่รู้จบแล้วล่ะครั


3. ลงทุนเพื่อเวลา

ใครๆ ก็อยากมีเวลาสักวันละ 30 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้เคลียร์งานที่คั่งค้าง เพื่อที่จะได้หารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ หรือ เพียงแค่เวลาเพื่อที่จะได้พักผ่อน

ก็อย่างที่รู้กันเป็นสากลโลก วันนึงมันจะไปมี 30 ชั่วโมงได้ไงเล่า ยกเว้นแต่มีของวิเศษของโดเรม่อนก็ว่าไปอย่าง

ในโลกของความเป็นจริง ของวิเศษของโดเรม่อนคงไม่สามารถข้ามมิติมาช่วยพวกเราได้ แต่ก็ใช่ว่าการเพิ่มเวลาในแต่ละวันจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว ถ้าเพิ่มมันยากนัก ก็ลองลดเวลาที่ไม่จำเป็นในแต่ละวันลงดูสิ

เช่น การลดเวลาการเดินทางในแต่ละวัน ด้วยการย้ายที่พักหรือการลงทุนซื้อคอนโดมาใกล้ที่ทำงานมากขึ้น เงินจำนวนที่เราลงทุนไปนี้ อาจจะทำให้เรามีเวลามากขึ้นถึงวันละ 2-3 ชั่วโมง สำหรับใครที่บ้านไกลหน่อย อาจจะเพื่อเวลาในชีวิตได้ถึงวันละ 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

อย่างที่บอกนะครับ ว่าเวลานั้นเราไม่ได้มาฟรีๆ ต้นทุนที่เสียไปก็ไม่ใช่น้อย ถ้าเราสามารถนำเวลาตรงนี้ไปสร้างงานเพิ่มรายได้ หรือนำไปทำอะไรที่เกิดประโยชน์ ก็คงจะเป้นการลงทุนชนิดหนึ่งที่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าไม่น้อย

เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า จึงควรใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดนะครับ


4. ลงทุนเพื่อความสัมพันธ์

“เพราะมนุษย์นั้นไม่สามารถอยู่โดยเพียงลำพังได้ การสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน จึงเป็นสิ่งที่ดีและน่าลงทุน”

อย่าว่าแต่พวกมะนุดเล้ย แมวอย่างเราๆ ก็ยังอยากจะมีเพื่อนกะเขาบ้างเหมือนกัน ก็อยู่ตัวคนเดียวมันช่างเหงาและเปล่าเปลี่ยว จะทำอะไรแต่ละทีก็คงยากลำบากน่าดู

แต่การลงทุนเพื่อความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบตัวนั้น ใช่ว่าจะเป็นการนำเงินไปให้คนนู้นคนนี้หรอกครับ แต่ผมหมายถึงการมีน้ำใจ ไม่ขี้เหนียวเกินไปนัก หรือถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ถึงแม้จะใช้เงินมากสักหน่อย แต่สิ่งที่เราจะได้รับกลับมา ไม่ใช่เพียงแค่ความสุขจากการเที่ยวเท่านั้น เรายังได้ความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมทริปกลับมาด้ว

พอเราเริ่มได้ทำงานหรือทำธุรกิจแล้ว จะรู้เลยว่าความสัมพันธ์เหล่านี้นั้นจะมีประโยชน์มาก

คิดแบบง่ายๆ ถ้าเราจะไปสัมภาษณ์งาน แต่เรามีคนในบริษัทที่เรารู้จักช่วยยืนยันว่า เราเป็นคนดี ทำงานเก่ง โอกาสในการได้งานก็จะมากขึ้นอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ก็คือ ความจริงใจ ถ้าเรารู้ว่าใครคบเราเพื่อนหวังเพียงแค่ผลประโยชน์ ก็คงรู้สึกแย่น่าดูเลย


5. ลงทุนเพื่อสุขภาพ

"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องออกกำลังกาย" แต่การออกกำลังกาย มันก็ต้องมีต้นทุนเหมือนกัน อุปกรณ์กีฬาแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่ถูกๆ แถมยังต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงอีก อาหารสุขภาพสมัยนี้ก็แพงเหลือเกิน แล้วมันจะคุ้มหรอ ?

ถ้าลองคำนวณคิดดูดีๆ สิ่งที่เราได้รับจากการดูแลสุขภาพมันไม่ได้ว่าเราจะได้รับเพียงสุขภาพที่ดีอย่างเดียวนะครับ มันอาจจะช่วยให้เราประหยัดได้มากขึ้นด้วย !!

เพราะถ้าเราสุขภาพดี เราก็คงไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยนัก เพราะค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ถูกๆ เราจึงประหยัดได้มาก และการเจ็บป่วยอาจทำให้เราสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ และโอกาสในอีกหลายๆ อย่างในชีวิต

เราเกิดมามีร่างกายเดียว การลงทุนในสุขภาพจึงแทบจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเมื่อโรคร้ายมาถึง ต่อให้ค่ารักษาแพงเท่าไหร่ แม้จะหมดตัว เราก็คงต้องยอมจริงมั้ยล่ะครับ


6. ลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย

สุดท้ายนี้ชีวิตเราก็หนีไม่พ้นเรื่องการเงินครับ เสริมด้วยกับระบบเศรษฐกิจของโลกเราที่มีเงินเฟ้อด้วยแล้วล่ะก็ การเก็บออมเงินเฉยๆ ก็คงไม่พอใช้จ่ายในอนาคตอย่างแน่ๆ

การรู้จักลงทุนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ หรือลงทุนเพื่อเป้าหมายอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลที่รอบด้าน อย่างเช่นเรามีภาระเยอะ จึงรับความเสี่ยงได้น้อย แต่กลับไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมาก อย่างงี้ก็ไม่ดีนะครับ ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ศึกษา

เห็นได้จากพวกวัยรุ่นใจร้อนทั้งหลาย เรียกกันง่ายๆว่า “เจ๊ง” กันมานักต่อนักแล้ว เพราะไม่ศึกษาให้ดีก่อนไงเล่า

 


ใครๆ ก็มีชีวิตที่ดีได้ ถ้ารู้จักลงทุนในทุกๆด้านของชีวิต เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้ก้าวถึงความสำเร็จได้ไวขึ้น แต่ใครที่อยากเริ่มต้นก้าวสู่ความสำเร็จทางการเงิน แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองเข้าไปติดตามเพจ Money ideas ไว้ ได้ความรู้การเงินดีๆ เพียบเลยนะเมี๊ยววว