heaven-02   พูดถึงเรื่องเงินทีไร ใครๆก็บอกว่าเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว (ยากเยอะเลย - -") แถมเรื่องพวกนี้ยังไม่ค่อยมีใครสอนเราอีกต่างหาก ตั้งแต่ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย สุดท้ายกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มีปัญหาการเงินเสียแล้ว   วันนี้ @TAXBugnoms ขอแนะนำวิธีการบริหารเงินดีๆ ที่ได้รับจากน้องบก.คู่บุญ คือ คุณต่อทอง ทองหล่อ ที่ทำให้ผมเซอร์ไพร้ส์กับแนวคิดวิธีการจัดการการเงินของน้องเค้ามากๆ โดยแนวคิดนี้มีชื่อว่า "7 บัญชีสู่สวรรค์ทางการเงิน"   เอาล่ะครับเรามาดูกันเลยว่าน้องเค้ามีวิธีบริหารจัดการการเงินอย่างไรบ้าง ทุกครั้งที่เรามีรายได้มา ให้แบ่งเงินออกเป็น 7 บัญชี ตามสัดส่วนดังนี้ครับ  

1. 55% สำหรับบัญชีเพื่อการใช้จ่าย (Living Account)

เงินส่วนนี้จะเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์และถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของเรา และที่สำคัญที่สุดเราห้ามใช้จ่ายเงินเกินกว่าส่วนนี้อย่างเด็ดขาด  

2. 20% สำหรับบัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน (Saving Account)

เพื่อเก็บไว้ใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ชีวิตมีปัญหา โดยต้องเก็บไว้ขั้นต่ำ 3 - 6 เท่าของรายรับต่อเดือน และส่วนที่เกินกว่านั้น อาจจะสำรองไว้ใช้เพื่อสร้างเป้าหมายทางการเงินในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน รถ แต่งงาน ค่าการศึกษาบุตร สำหรับส่วนนี้ให้เก็บไว้ในกองทุนรวมที่สามารถขายออกได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน (T+1)  

3. 10% สำหรับบัญชีเพื่ออิสรภาพการเงิน (Freedom Account)

โดยเก็บไว้ในกองทุนรวม กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือบัญชีออมหุ้น เพื่อสร้างอิสรภาพการเงินระยะยาวที่เราต้องการ โดยบัญชีนี้เราจะมีข้อแม้ว่า "ห้ามถอนเด็ดขาด" จนกว่าจะถึงอายุที่กำหนดไว้  

4. 5% สำหรับบัญชีเพื่อการศึกษา (Education Account)

โดยเก็บไว้ในกองทุนรวมที่ขายได้ภายใน 1 วัน หรือบัญชีออมทรัพย์ เพื่อสร้างการศึกษาต่อยอดความรู้เพื่อเป็นทรัพย์สินตัวเองในอนาคต ดังเช่นที่เบนจามิน แฟรงคลิน เคยกล่าวไว้ว่า "การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในความรู้" นั่นเอง  

5. 5% สำหรับบัญชีรางวัลชีวิต (Play Account)

เก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพื่อใช้จ่ายให้แหลกลาญ สมกับความเหนื่อยยากที่ผ่านมาในชีวิต  

6. 5% สำหรับบัญชีเพื่อสังคม (Donation Account)

โดยเก็บไว้ในกองทุนรวมที่ขายได้ภายใน 1 วัน หรือบัญชีออมทรัพย์ เพื่อสร้างสรรค์สังคมผ่านการบริจาคหรือให้การกุศลต่างๆ เพื่อเรียนรู้ถึงการเป็นผู้ให้และการแบ่งปันเพื่อคนอื่นบ้าง  

7. บัญชีเครดิตการ์ด (Credit Card Account)

สำหรับคนที่มีบัตรเครดิต ทุกครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตรให้โอนเงินจากบัญชีเพื่อการใช้จ่าย (Living Account) มายังบัญชีบัตรเครดิตทุกครั้ง เพื่อให้เราไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัว และที่สำคัญทำให้เราไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตอีกต่างหาก  

หมายเหตุ...

1) กองทุนที่เปิดไว้ควรเป็นคนละกองกัน เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการเงิน 2) ควรผูกบัญชีเข้ากับบัญชี internet banking และ mobile banking เพื่อความสะดวกในการโอน 3) % ดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้เองตามความต้องการ 4) วิธีนี้เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีรายได้ประจำ 5) การเลือกกองทุนควรศึกษาก่อนลงทุน เพราะมีความเสี่ยงในการลงทุน 6) หากรับความเสี่ยงได้ ส่วนที่เหลือจากบัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน (Saving Account) สามารถเปลี่ยนเป็นการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆได้ เช่น หุ้น อนุพันธ์ อีทีเอฟ ทอง ซิลเวอร์ คริปโตเคอเรนซี กองทุนรวม คอนโด ที่ดิน ตึกแถว ห้องเช่า พระเครื่อง ของสะสม หรือสารพัดสินทรัพย์ที่คุณสนใจลงทุน ฯลฯ 7) โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุน ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ   ป.ล. แนวคิดนี้อ้างอิงจากวิธีการแบ่งเงินตาม 6Jars Model ของ T Harv Eker (นักวางแผน) เพื่อให้ชีวิตมีความสมดุล ไม่ขัดสน และช่วยทำให้รวยได้ทั้งทางตัวเลขและทางจิตใจ สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่มาจาก น้องมัด ต่อทอง ทองหล่อ ผู้มีแนวคิดดีๆที่ทำให้ผมเซอร์ไพร้ส์เสมอด้วยครับ   heaven-01