ในยุคสมัยที่การเดินทางคือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำกัน รถยนต์ ถือเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ช่วยให้การเดินทางของเรานั้นง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นั่นจึงอาจเป็นเหตุผลที่มนุษย์เงินเดือนหลายๆคน ต่างมีความฝันที่อยากจะมี “รถยนต์” เป็นของตัวเอง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถสักคัน ทาง aomMONEY มีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยมาแบ่งปันเพื่อนๆ ให้อ่านกันครับ อย่างน้อยเพื่อความคุ้มค่าที่สุดของเราครับ

ข้อที่ 1 : รู้ว่ารถยนต์แบบไหนที่ต้องการ

การคำนึงถึงผลประโยชน์ในการใช้งาน จะช่วยทำให้เราสามารถเลือกรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการได้มากที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจนเกินไปครับ

ตัวอย่าง เช่น หากคุณต้องการมีรถสักคันหนึ่ง ไว้สำหรับใช้เดินทางเวลาไปทำงานเพียงเท่านั้น คุณอาจจะเลือกซื้อรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่ใหญ่มากและประหยัดน้ำมัน อย่างรถยนต์ eco car วิ่งใช้งานในระยะใกล้ๆ ก็ได้ครับ

ข้อที่ 2 : ศึกษาและวางแผนก่อนผ่อนเสมอ

ในการวางเงินดาวน์ โดยปกติทั่วไปแล้ว เราควรมีเงินก้อนก่อนดาวน์รถยนต์ประมาณ 25% ของราคารถที่จะซื้อ เพราะยิ่งเราสามารถที่จะวางเงินดาวน์ได้สูงเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ระยะเวลาที่ต้องผ่อนและเสียดอกเบี้ยน้อยลงเท่านั้นครับ

ข้อที่ 3 : วางแผนเก็บออมมีเงินสำรองจ่าย

การเก็บออมถือเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่จะช่วยทำให้เรามีเงินเก็บในกระเป๋ามากยิ่งขึ้น เพื่อใช้ในการดูแลรถในระยะยาว เพราะอย่าลืมนะครับว่ายิ่งรถแพง ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งแพง แถมยังสบายใจเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินอีกด้วยนะครับ

ข้อที่ 4 : ประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ

นอกจากค่าใช้จ่ายในการซื้อรถแล้ว ก็อย่าลืมนะครับว่ายังมีค่าใช้จ่ายอื่นแอบแฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าที่จอดรถ ซึ่งการประเมินค่าใช้จ่ายในเบื้องต้น จะสามารถช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้นครับ

ข้อที่ 5 : เลือกรถยนต์ในราคาที่เหมาะสม

สำหรับเทคนิคในการเลือกซื้อรถยนต์ที่เหมาะสมกับเรานั้น เราควรเลือกซื้อรถยนต์ที่มีราคาไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินที่เรามีครับ เพื่อให้ไม่เกิดภาระหนี้สินที่มากจนเกินไป

ข้อที่ 6 : ศึกษาการต่อ ภาษีรถยนต์ และ พ.ร.บ.

สำหรับการต่อ ภาษีรถยนต์ และ พ.ร.บ.นั้นมีค่าใช้จ่าย ที่เจ้าของรถทุกคันจำเป็นจะต้องจ่ายตามกฏหมายในทุกๆปีครับ โดยค่าภาษีรถยนต์ จะเริ่มต้นจ่ายตั้งแต่ 600 ซีซี แรกที่ 50 สตางค์ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดความจุที่กำหนดครับ

ส่วนค่าใช้จ่าย พ.ร.บ. สำหรับรถเก๋ง จะจ่ายที่ 600 บาท รถกระบะ 900 บาทและรถตู้ (ไม่เกิน15 ที่นั่ง) 1,100 บาท ครับ

ข้อที่ 7: ทำประกันภัยรถยนต์ สบายใจยามเกิดเหตุ

แม้ว่าการทำประกันรถยนต์อาจจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับเราในทุกๆปี แต่การทำประกันรถยนต์ก็ถือเป็นการคุ้มครองอย่างหนึ่งที่คุ้มค่า และสามารถช่วยจ่ายค่าซ่อมแซมให้กับเราได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ ซึ่งเมื่อเปรียบกันแล้วการทำประกันรถยนต์ จะลดค่าเสียหายได้ดีกว่าจ่ายเองอย่างแน่นอนครับ

อย่างที่ได้กล่าวไปนะครับ สำหรับใครที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ในปีนี้ ก็อย่าลืมที่จะวางแผนการเงินและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนทำการ ซื้อ-ขาย นะครับ เพื่อที่เราจะได้มีรถยนต์คันแรก อย่างสบายใจไร้กังวล ตรงกับความต้องการมากที่สุด และมีหนี้สินน้อยที่สุดนั่นเองครับ

ที่มา : https://www.roojai.com/article/your-car/7-yearly-car-expense/

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/