ถ้าเรากำลังขับรถไปเที่ยวสัมผัสอากาศเย็นบนภูเขา ขวามือเป็นภูเขา ซ้ายมือเป็นทางลาดชัน แล้วเจอป้ายเตือนข้างทางบอกว่าให้ระวังเพราะข้างหน้าถนนลื่นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เชื่อว่าหลายคนก็จะเริ่มแตะเบรค ชะลอความเร็ว แล้วขับรถอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพราะอยากไปให้ถึงที่พักอย่างปลอดภัย เรื่องการใช้เงินก็เช่นกัน

 

หากเราไม่อยากมีประสบการณ์ความผิดพลาดเป็นของตัวเอง

เราก็ต้องเรียนรู้ประสบการณ์ความผิดพลาดของคนอื่น

 

มันเหมือนป้ายเตือนข้างทางว่ามีวิธีใช้เงินอย่างไรจนทำให้ฐานะทางการเงินอ่อนแอ รู้ว่าทำแบบนี้แล้วผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร โดยที่ไม่ต้องเจอเอง มันจะทำให้เราก็จะระมัดระวังในการใช้เงินมากขึ้น รู้ว่าควรทำและไม่ควรทำอะไร

 

ผู้เขียนกราบขอบพระคุณและขออนุญาตยกตัวอย่างบุคคล 3 ท่าน และเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ ในแง่มุมของวิธีการใช้เงินเพื่อเป็นข้อเตือนใจให้ผู้อ่านระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น

 

คนแรก…เราจำภาพคุณมนัส บุญจำนงค์ได้หรือไม่

 

9 แนวคิดที่ทำให้การเงินพังยับเยิน

ภาพจากรายการคนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 2 (ดูคลิปสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ที่ท้ายบทความ)

 

อดีตนักชกโอลิมปิกเหรียญทองปี 2004 และเหรียญเงินปี 2008 ตอนนั้นได้ทั้งเงินอัดฉีด 10 กว่าล้าน พร้อมกับเงินเดือนให้ใช้ไปจนกระทั่งอายุ 60 ปี ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของนักชกสู้ชีวิตคนนี้ เพราะกว่าจะมีวันนี้ได้จะต้องผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนัก

 

เริ่มต้นชกมวยตอนอายุ 15 ปี ได้ไปโอลิมปิกตอนอายุ 24 ปี เท่ากับว่าใช้เวลา 9 ปีกว่าจะประสบความสำเร็จ เงินทองที่เข้ามาพร้อมกับชื่อเสียง ทำให้เกิดความหลงระเริง ใช้ชีวิตอย่างประมาทหมดเงินไปกับการกิน เที่ยว ติดหญิง เลี้ยงเพื่อนฝูงไปไม่ต่ำกว่าวันละ 3-4 หมื่นบาท รวมถึงเล่นการพนันที่แต่ละครั้งหมดเงินไป 3-4 หมื่นบาท ใครมายืมเงินก็ให้ แล้วซื้อทุกอย่างที่ตัวเองอยากได้

 

ถ้าเป็นหนังคงเดาตอนจบได้ไม่ยากเลยใช่ไหมจ๊ะ เงิน 10 ล้านก็ค่อยๆหมดลง เพื่อนฝูงที่เคยรักเลี้ยงเฮฮากันก็เริ่มหายหน้าหายตาไป เงินที่เคยให้เพื่อนยืมก็ไม่ค่อยได้คืน ชีวิตครอบครัวก็จบลงเพราะฝ่ายหญิงทนความเจ้าชู้ไม่ได้ก็ขอแยกทางกันไป แต่ก็ยังดีที่รู้สึกตัวได้จนกลับมาทำงานตั้งตัวอีกครั้งกับการขายขนม

 

คนที่สอง…คุณสมรักษ์ คำสิงห์

 

9 แนวคิดที่ทำให้การเงินพังยับเยิน

นักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย

 

เมื่อมีชื่อเสียง เงินทองก็เข้ามามากขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาต้องการนำเงินไปต่อยอดให้มันเติบโต ซึ่งคุณสมรักษ์เลือกที่จะนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • ปั๊มน้ำมัน
  • หมู่บ้านจัดสรร
  • รถทัวร์
  • โรงงานน้ำดื่ม
  • ร้านหมูกระทะ

 

หมดเงินไปนับ 10 ล้าน!! กับธุรกิจที่ไม่เชี่ยวชาญ การไม่รู้จริงในธุรกิจที่ลงทุน ไม่ได้เอาใจใส่เท่าที่ควร แล้วไว้ใจฝากให้คนอื่นดูแลจึงมีโอกาสถูกโกงสูงมาก รวมถึงเป็นคนใจกว้างมากเกินไป มีอะไรก็ให้ เช่น ให้คนยืมเงินโดยไม่สอบถามว่านำเงินนั้นไปทำอะไร

 


คนที่สาม...คุณสุชิน ควรสงวน

9 แนวคิดที่ทำให้การเงินพังยับเยิน

อ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่ลิงค์ท้ายบทความ

 

9 แนวคิดที่ทำให้การเงินพังยับเยิน

ตัวอย่างนักร้องในสังกัด

 

ในช่วงที่คุณสุชิน เป็นนักจัดรายการวิทยุและเจ้าของค่ายเพลงลูกทุ่งนั้นมีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท เขามีรายได้เข้ามามากมาย เรียกได้ว่าถ้า “วันนี้ใช้เงินหมด พรุ่งนี้ก็หาใหม่ได้” เพราะคิดว่าตนเองเป็นคนมีชื่อเสียงหาเงินได้ทุกวัน  จึงทำให้ใช้ชีวิตอย่างประมาท ไม่มีเงินออมเก็บไว้ เงินที่ได้รับมาก็หมดไปกับการกิน เที่ยว ทำบุญ ถ้าใครเดือดร้อนเรื่องเงินก็ให้

 

แต่โลกธุรกิจก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะวงการเพลง นอกจากต้องต่อสู้กับเทปผีแล้ว ยังต้องปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปฟังแบบออนไลน์มากขึ้นอีกด้วย บวกกับสาเหตุอื่นๆจึงทำให้ค่ายโฟร์เอสได้ปิดตัวลงในปี 2552

 

ปัจจุบันชีวิตย่ำแย่เพราะเป็นเส้นเลือดในสมองตีบและกำลังขึ้นศาลเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องเรื่องหนี้สิน เขาได้มาออกรายการปากโป้งเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งคุณสุชินบอกกลางรายการปากโป้งว่า มีเงินต้องเก็บ พอถึงเวลาเศรษฐกิจมันล่ม เศรษฐกิจมันลงเหวขึ้นมา จะตัวเองก็ช่วยตัวเองไม่ได้”

 

คนที่สี่...เหยื่อแชร์ลูกโซ่

 

9 แนวคิดที่ทำให้การเงินพังยับเยิน

ที่มา : รายการเจาะข่าวเด่น จับแชร์ลูกโซ่

ลงทุนธุรกรรมออนไลน์ ตอน 1 (12 ม.ค.59)

 

เมื่อความโลภเข้าตาอะไรๆก็มาฉุดรั้งไว้ไม่ได้ หลายครั้งที่เราเห็นช่องทางทำเงินอย่างง่าย ลงทุนแล้วรวยเร็วโดยที่ไม่ต้องลงแรง เช่น ใส่เงินลงทุน 10,000 บาท 3 วันได้เงินกลับมา 3,500 บาท ถ้าเป็นคนขี้สงสัยเขาจะตั้งคำถามว่านำเงินไปลงทุนอะไร ทำไมได้เงินกลับมาเร็วจัง เกิดความระมัดระวังแล้วไม่ตัดสินใจลงทุนเพราะกลัวว่าจะถูกหลอก

 

ในทางกลับกัน หลายคนอาจจะเห็นโอกาสทำเงินง่ายๆ คิดว่าถ้าลงเงินมากขึ้นจะได้เงินกลับมามากกว่านี้ ความฝันที่จะมีบ้าน รถยนต์และชีวิตที่ดีขึ้นกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หลังจากนั้นก็จะมองหาแหล่งเงินทางอื่นเพื่อนำมาลงทุนมากขึ้น เช่น ชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนด้วย ยืมเงิน เอาบ้านและที่ดินไปจำนอง เปลี่ยนรถยนต์เป็นเงินสด การกู้ยืมนอกระบบและอีกสารพัดวิธีที่จะได้เงินมาลงทุน

 

9 แนวคิดที่ทำให้การเงินพังยับเยิน

 

ระบบที่ล่องลอย เงินทองก็ล่องหน

 

ภาพความร่ำรวยได้ลอยออกมาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีแต่ตัวเลข บอกว่าตอนนี้เรามีเงินลงทุนและได้ผลตอบแทนอยู่ที่เท่าไหร่ ธุรกรรมทุกอย่างฝากไว้บนหน้าจอหรือฝากให้หัวหน้าทีมไปทำธุรกรรมแทน โดยไม่เคยมีหลักฐานเอกสารชัดเจนส่งมายืนยันที่บ้านเลยสักครั้ง (การลงทุนท