หากเปรียบ “เงิน” เหมือนกับ “น้ำ” และที่กักเก็บเงินเหมือนกับ “ตุ่ม” ดังนั้นแล้ว ชีวิตคู่ก็เหมือนกับการมีตุ่มน้ำ 2 ใบ ใบหนึ่งของเรา อีกใบของคู่รักเรา แต่ความพิเศษอยู่ที่ตุ่มทั้ง 2 ใบนี้ไม่ได้แยกจากกัน เพราะมี “ท่อน้ำ” ที่เชื่อมต่อระหว่างกันอยู่

ผลลัพธ์ที่มีโอกาสเป็นไปได้ คือ…

➡️ถ้าตุ่มใบที่ 1 เก็บน้ำได้อย่างดี แต่ตุ่มใบที่ 2 มีรอยรั่ว = น้ำในตุ่มทั้ง 2 ใบจะลดลง
➡️ถ้าตุ่มใบที่ 1 และ 2 เก็บน้ำได้อย่างดีไม่มีรอยรั่ว = น้ำในตุ่มทั้ง 2 ใบก็จะมีแต่เพิ่ม

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ถ้าคู่ของเราเป็นคนที่มักสร้าง “รอยรั่วทางการเงิน” ให้เงินไหลออกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหนี้ หรือการใช้เงินเกินตัว เราเองในฐานะคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกัน มีทางเลือกอยู่อย่างน้อย 2 ทาง ดังนี้

✅ 1. ตัดท่อที่เชื่อมระหว่างตุ่ม

เป็นการตัดความเชื่อมโยงเรื่องของ “เงิน” ของทั้งคู่ คือ “การแยกกระเป๋า” นั่นเอง โดยหลักการ คือ ต่างคนต่างหารายได้ ต่างคนต่างใช้จ่าย ต่างคนต่างเก็บเงิน แต่กรณีที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนรวมหรือรายจ่ายครอบครัวที่ไม่สามารถแบ่งได้ เพราะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในเรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยเพิ่มเติมว่า จะแบ่งกันรับผิดชอบได้อย่างไรบ้าง เช่น

🔎 แบ่งจ่ายคนละครึ่ง 50/50

เช่น มีค่าเทอมลูก 100,000 บาท ก็แบ่งจ่ายคนละ 50,000 บาท เท่าๆ กัน

🔎 แบ่งจ่ายตามสัดส่วนของรายได้

เช่น ฝ่ายชายมีรายได้ 60,000 บาท/เดือน ฝ่ายหญิงมีรายได้ 40,000 บาท/เดือน รวมเงินของทั้งคู่เท่ากับ 100,000 บาท/เดือน ดังนั้น สัดส่วนการหารายได้ของฝ่ายชายต่อฝ่ายหญิง เท่ากับ 60/40
เท่ากับว่า ค่าเทอมลูก 100,000 บาท ฝ่ายชายต้องจ่าย (60%) = 60,000 บาท และฝ่ายหญิงจ่าย (40%) = 40,000 บาท

✅ 2. ไม่ตัดท่อ แต่ช่วยกันอุดรอยรั่ว

หากเลือกวิธีนี้ ต้องจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังว่า ปัญหาเรื่องเงินที่เกิดขึ้นมันส่งผลเสียอย่างไรต่อการเงินในภาพรวมของครอบครัวบ้าง หากต่างฝ่ายต่างรับฟังซึ่งกันและกันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราวางแผนชีวิตคู่และวางแผนการเงินไปด้วยกันได้

แต่ก็เข้าใจว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเห็นความสำคัญเรื่องการจัดการเงินได้ด้วยตัวเองหรือเพียงเพราะคำพูดของคนอื่น เหมือนกับคำที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” เมื่อเป็นแบบนี้ ในการพูดคุยให้อีกฝ่ายหันมาสนใจเรื่องการจัดการเงินให้ดีขึ้น ควรหยิบยกเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง หากคู่ชีวิตของเรายังมีนิสัยการใช้เงินแบเดิมอยู่

🔎 คำแนะนำ “การจัดการหนี้”

ลำดับเแรกให้ดูก่อนว่าหนี้ทั้งหมดเกิดจากอะไรบ้าง? จำเป็นหรือไม่? สาเหตุของการเป็นหนี้คืออะไร? จากนั้นให้ลองเช็กรายรับ-รายจ่าย ว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ตัดได้บ้าง เพื่อนำเงินมาเคลียร์หนี้ก่อน โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยสูง อย่าง หนี้จากบัตรเครดิต และในระหว่างนี้ต้องปฏิญาณกับตัวเองด้วยว่า จะไม่เป็นหนี้เพิ่ม รวมทั้งการช่วยเหลือด้านการเงิน(ให้ยืม)กับผู้อื่นก็ต้องหยุดไว้ก่อน สุดท้ายหากไม่สามารถจัดการหนี้ได้ด้วยตัวเองจริงๆ ก็สามารถลองปรึกษา “คลิกนิคแก้หนี้” เพื่อให้คำแนะนำได้ (https://www.debtclinicbysam.com/)

🔎 คำแนะนำ “การเริ่มเก็บเงิน”

สำหรับคนที่ยังไม่เคยเริ่มเก็บเงินเลย สิ่งที่ยากที่สุด ไม่ใช่การ “เริ่มต้น” แต่เป็น “ความสม่ำเสมอ” ดังนั้น สำหรับใครที่อยากมีเงินเก็บ ต้องทำให้รู้สึกว่า “การเก็บเงินไม่ได้ทำให้เราลำบากจนเกินไป” ทำเล็กๆ แต่สม่ำเสมอดีกว่า เช่น ใช้วิธีเก็บเงินวันละ 50 บาท หรือเก็บแบงค์ 50 บาท พอครบเดือนก็นำเงินที่ได้ไปฝากที่ธนาคาร หรือเมื่อเก็บเงินได้มากพอแล้วก็สามารถนำเงินไปต่อยอดเพื่อลงทุนได้อีกด้วย

สุดท้ายนี้ หน้าที่ของคนมีคู่ ไม่ใช่การมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้หมด แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้ “มีเงินเหลือเก็บ” ให้ได้ เพราะการใช้ชีวิตคู่ แน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ ดังนั้น ควรจะมีการพูดคุยและวางแผนการเงินร่วมกันจะดีกว่า

โดย: คุณลูกหมู - นฤมล บุญสนอง นักวางแผนการเงิน CFP®