Gen ต่างกันซื้อประกันยังไง?

 

เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ เคยได้ยินคำว่า “เด็กสมัยนี้” กันบ้างไหมครับ? บอกตรงๆครับว่าเป็นอีกหนึ่งคำที่ผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไร เพราะมันเหมือนเปรียบเทียบความแตกต่างให้ฟังว่าสมัยก่อนนั้นดีกว่าตอนนี้ยังไงบ้าง และในขณะที่เราเรียกใครหลายๆคนว่าเด็กสมัยนี้ ผมว่าเราเองก็อาจจะถูกเรียกย้อนกลายๆว่า “ผู้ใหญ่หัวโบราณ” ก็ได้เหมือนกันนะครับ (ฮ่าๆๆๆ… อ้าว ไม่ตลก - -”)

 

ประเด็นที่ผม TAXBugnoms ยกขึ้นมาพูดคุยและถามเพื่อนๆพี่ๆน้องๆนั้น ไม่ได้จะบอกหรอกครับว่า เด็กสมัยนี้ กับ ผู้ใหญ่ นั้นแตกต่างกันอย่างไร และใครดีกว่า แต่ต้องการจะยกขึ้นมาให้ฟังว่า ความแตกต่างกันนี่แหละ จะเป็นตัวกำหนดแผนการเงินในชีวิตและในอนาคตของเราทุกคนครับ

ลองยกตัวอย่างง่ายๆดูก็ได้ครับ ถ้าหากตอนนี้คุณเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยที่เรียกว่า GEN X (เกิดในช่วง พ.ศ. 2508-2522) อายุตอนนี้ของคุณก็จะอยู่ที่ประมาณ 40 - 50 ปี การวางแผนการเงินของคุณก็ย่อมที่จะแตกต่างกับเด็กในรุ่น GEN Y (เกิดในช่วง พ.ศ. 2523-2540) นี่เป็นวัยเพิ่งเริ่มทำงานตอนต้นๆ ไปจนถึงกลางๆ ใช่ไหมล่ะครับ

 

ถ้าหากเป็นเรื่องของภาษีแล้ว การซื้อประกันชีวิตเพื่อประหยัดภาษีก็ย่อมจะได้สิทธิเหมือนกัน (หากซื้อตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด) แต่ก่อนอื่นคงต้องตอบคำถามก่อนไหมครับว่าเราทำ ประกันชีวิต เพื่ออะไร?

 

เราทำประกันชีวิตเพื่ออะไร?

สำหรับผมแล้ว ถึงแม้ “ประกันชีวิต” จะมีมากมายหลากหลายแบบ แต่ทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ “การป้องกันความเสี่ยง” ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งเราและคนที่อยู่ข้างหลังนั้นสบายใจ

เมื่อเรารู้วัตถุประสงค์ของประกันชีวิตแล้ว สิ่งต่อมาที่เราต้องทำคือการเลือกแบบประกันให้เหมาะสม ถ้าหากเราต้องการที่จะดูแลคนข้างหลัง หากว่าเราเป็นอะไรไป การเลือกประกันชีวิตแบบตลอดชีพ หรือแบบชั่วระยะเวลาจะเหมาะกว่าแบบสะสมทรัพย์ เพราะจ่ายเบี้ยถูกกว่า และได้วงเงินคุ้มครองชีวิตที่สูงกว่า เป็นต้น

หรือถ้าหากเราต้องการสะสมเงินเป้าหมายในอนาคต โดยมีการคุ้มครองชีวิตพ่วงเข้าไปด้วย แบบนี้ประกันแบบสะสมทรัพย์ก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่าครับ

แต่สำหรับบางคนที่ต้องการสร้างเงินบำนาญเพื่อการันตีรายได้หลังเกษียณของตัวเองแบบนี้ อาจจะมองดูประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นทางเลือกแทนก็ได้เช่นเดียวกัน

 

นี่คือตัวอย่างบางส่วนของหลักในการเลือกทำประกันที่ผมอยากจะให้พิจารณากันครับ เพราะสิ่งที่เราต้องการนั้นไม่ใช่เพียงแค่การลดหย่อนภาษี แต่เป็นการทำประกันเพื่อวัตถุประสงค์การเงินของเราในอนาคตไปพร้อมๆกันครับ

หลังจากเลือกได้แล้ว เราค่อยมาดูกันครับว่า เงื่อนไขทางภาษีของประกันแต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าผมทบทวนให้ฟังสั้นๆ ตามนี้ครับ

 

ประกันชีวิตกับเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี

ประกันชีวิต (แบบทั่วไป) สำหรับคนที่ทำประกันชีวิตให้ตัวเอง (ย้ำนะครับว่าต้องทำประกันชีวิตให้ตัวเองเท่านั้น) สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้สูงสุดถึง 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • เป็นกรมธรรม์ที่ทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
  • หากมีการจ่ายเงินคืน เงินปันผลหรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา ต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี

ประกันชีวิตแบบบำนาญ สำหรับผู้ที่ซื้อประกันชีวิตประเภทนี้จะสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้ (เงินได้ที่ต้องเสียภาษี) และไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ครับ

  • กรมธรรม์ประกันชีวิตมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • เป็นกรมธรรม์ที่ทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย
  • การจ่ายผลประโยชน์จะต้องจ่ายเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
  • ช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์ คือ ตั้งแต่ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น
  • ต้องจ่ายเบี้ยประกันครบก่อนได้รับผลประโยชน์

นอกจากนั้นประกันแบบบำนาญยังมีเงื่อนไขร่วมกับค่าลดหย่อนอื่นๆด้วยครับ นั่นคือ เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เข้ากับ RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข. หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนและ กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งหมดนี้สามารถใช้สิทธิได้สูงสุดรวมกันไม่เกิน 500,000 บาทอีกด้วยครับ

 

แล้วทีนี้ Gen ต่างกันจะเลือกซื้อประกันอย่างไร?

ทีนี้คำถามที่ผมจะถามต่อตามหัวข้อคือ GEN ที่แตกต่างกันแบบนี้ จะเลือกซื้อประกันชีวิตยังไงกันดี มาถึงตรงนี้ ผมขอตอบตามคิดว่าตัวเองครับว่า ไม่ว่าจะเป็น Gen ไหนก็ตาม สิ่งที่ต้องการคือการป้องกันความเสี่ยงเหมือนๆ กันหมดครับ (อ่าวว)  

เพียงแต่ว่า ถ้ามองในแง่ของคนรุ่นใหม่ที่ยังจะไม่ได้มีภาระมากมายเท่าไรนัก อาจจะสนใจประกันแบบออมทรัพย์ เพื่อสะสมเงินเป้าหมายในอนาคต โดยมีการคุ้มครองชีวิตพ่วงเข้าไปด้วย แต่ถ้าหากเป็นคนรุ่นเก่า เอ่ย รุ่นพี่สักหน่อย สิ่งที่ต้องคิดย่อมมีมากกว่า ทั้งภาระและการดูแลคนที่อยู่เบื้องหลังหากเราเป็นอะไรไป อาจจะเลือกประกันชีวิตที่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าครับ ซึ่งตรงนี้ไม่ว่าจะ Gen ไหนก็ตาม ล้วนต้องหาคำตอบให้กับตัวเองก่อนตัดสินใจครับผม

Printคลิกเพื่อดูภาพใหญ่

เอาล่ะครับ… ขายของสักที ...สำหรับคนที่กำลังมองหาประกันเพื่อออมทรัพย์และลดหย่อนภาษี วันนี้ผมมีแบบประกันที่น่าสนใจจาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มาแนะนำกันครับ ตัวแรกคือ iGen แบบประกันสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการออมเงินสบายๆ วางแผนระยะสั้น ได้สิทธิลดหย่อนภาษี สูงสุดต่อเนื่อง 6 ปี ครับ และ iProtect S แบบประกันสำหรับวัยทำงานใส่ใจคนในครอบครัว ที่ต้องการป้องกันทุกความเสี่ยงทางการเงิน และได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี สูงสุดต่อเนื่อง10 ปี ซึ่งใครที่สนใจก็ส

TaxBugnoms

TaxBugnoms

GURU aomMONEY ผู้รอบรู้ด้านภาษี บัญชี การเงิน การลงทุน

Related Story