"Money Coach" ชาตินี้ไม่มีวันจน

ผมต้องการส่งต่อความรู้การเงินที่ถูกต้องให้คนไทย

สวัสดีครับ วันนี้เป็นหน้าที่ของ @TAXBugnoms ที่จะต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ “คุยแบบไม่โง่” ครั้งที่ 3 ในตอนที่มีชื่อว่า Money Coach ชาตินี้ไม่มีวันจน : ผมต้องการส่งต่อความรู้การเงินที่ถูกต้อง ให้คนไทย เพราะวันนี้เราจะมาสัมภาษณ์ผู้ชายคนหนึ่งที่เขาเรียกตัวเองว่า “Money Coach”

ผู้ชายคนนี้ คือ คนที่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินหลักสิบล้านของครอบครัวและมีอิสรภาพทางการเงินได้ตั้งแต่อายุ 34 ปี มีชีวิตที่สามารถออกแบบได้ตามความต้องการของตัวเอง และมีปณิธานที่จะช่วยเหลือสังคมโดยการส่งต่อความรู้การเงินที่ถูกต้องให้กับคนไทย…และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาพบกับบทสัมภาษณ์ระดับ HardCore (20+) ของผู้ชายคนนี้กันดีกว่าครับ...  Money Coach หรือ พี่หนุ่ม จักรพงษ์  เมษพันธุ์  ขอเชิญติดตามได้เลยครับ!!!!


ก่อนอื่นขอถามพี่ตรงๆนะครับ ทำไมถึงกล้าเรียกตัวเองว่า “โค้ช”

Money Coach : จริงๆ ตอนแรกพี่ก็มองตัวเองเป็น “นักวางแผนการเงิน” หรือ “ที่ปรึกษาทางการเงิน” นั่นแหละ แต่นานวันเข้าเริ่มรู้สึกไม่ชอบวิธีการทำงานของอาชีพนี้ เพราะพี่ว่าพวกนั้นให้ได้แค่ “คำตอบ” แต่พี่ต้องการให้ “วิธีคิด” ให้ “กระบวนการหาคำตอบ” เพื่อให้เค้าทำได้ทำเป็น เพราะเงินแม่งอยู่กับเราตั้งแต่เกิดจนตาย ถ้าต้องคอยถามคนอื่นอยู่ตลอด มันจะรอดมั้ย และนั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “โค้ช” ในมุมของพี่

แปลว่า..โค้ชคือคนที่สอนให้คนคิดเป็น พอคิดเป็นปุ๊บ เราไม่ต้องยุ่งกับชีวิตเขาอีกต่อไป

Money Coach :  ใช่ …  พอมึงคิดเป็น Mindset มึงถูกปุ๊บ กูก็ไม่ต้องยุ่งเรื่องของมึง จบเลยใช่ไหม ที่จริงตอนแรก พี่อยากจะใช้คำว่า “ครูการเงิน” นะ แต่รู้สึกว่ามันดูยกย่องตัวเองเกินไป สำหรับพี่ คำว่า “ครู” เป็นคำที่คนอื่นรู้สึกศรัทธาและอยากเรียกเรา ไม่ใช่เรายกหางตัวเองและบังคับให้คนอื่นเรียกเราว่า “ครู”

ถูกครับ!!!

Money Coach :  คนอื่นเรียกเราว่าครู หรือ อาจารย์ มันฟังดูยิ่งใหญ่ แต่คำว่า “โค้ช” เป็นคำเรียกกลางๆ แบบไม่ได้เป็นผู้วิเศษอะไร หน้าที่ของโค้ชแค่ดูว่ามึงคิดผิดหรือคิดถูกเท่านั้น!! ถ้ามึงคิดถูก ทำกี่ทีแม่งก็ถูก แต่ถ้ามึงคิดผิด ทำไปเหอะสัส ผิดหมด

ผมพอทราบมาว่า พี่เคยมีปัญหาเรื่องหนี้มาก่อน แต่หลังจากที่ผ่านพ้นเรื่องหนี้มาได้ ทำไมพี่ไม่ไปรับทำงานวางแผนการเงิน สร้างรายได้เพิ่มให้กับชีวิต ทำไมกลับมาสอนให้คนเก็บเงินแทน

Money Coach :  พี่ว่ามันเหมือนกับการสอนคนให้ตกปลาว่ะ  คือ ถ้าเราให้คำตอบ เค้าก็ต้องอยู่กับเราไปเรื่อยๆ อย่างที่บอก เรื่องเงินมันอยู่กับชีวิตเค้าตลอดแหละ เดี๋ยวมันแต่งงาน อีกสองเดือนมันมีลูก เผลอแป๊บเดียวลูกเข้าเรียน เอาอีกแหละ เงิน-เงิน-เงิน พอเจ็บป่วย เอาอีกแล้ว เงิน-เงิน-เงิน- ถ้าเราให้หลักคิดมันทีเดียวแล้วแม่งจบ มึงไปคิดต่อเอง งานมันยากกว่าตอบไปเลย เพราะมันต้องสอน ต้องบ่ม แต่ระยะยาวแม่งดีกว่ากันมาก

ทีนี้พี่เลยให้หลักคิด  6 ข้อง่ายๆ ว่า ถ้ามึงไม่อยากมีปัญหา มึงทำ 6 หัวข้อให้ได้อยู่ตลอดเวลานะ เพราะมันเป็น Dymanic (ขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา) คือ Step เดียวในชีวิต ไม่ว่ามึงจะทำอะไรก็ตาม มึงก็อย่าลืมนะ

เพิ่มเติมโดยผู้สัมภาษณ์ :
หลัก 6 ข้อคิด คือ Money Fitness: สภาพคล่องดี ปลอดหนี้จน พร้อมชนความเสี่ยง มีเสบียงสำรอง สอดคล้องเกณฑ์ภาษี บั้นปลายมีทุนเกษียณ

มันก็มีนะคนที่สอนไปแล้วทำไมได้ แม่งงงงง พอกลับไปเป็นหนึ้ก็มาหาเราใหม่ พี่จะพูดอยู่เสมอว่า คนเราผิดครั้งแรกเค้าเรียกว่าไม่รู้ แต่ผิดครั้งที่สองมันเรียกว่าควาย เออ คือ ... กูคาดหวังกับลูกศิษย์กูมากว่าแม่งจะไม่เป็นควาย ไปกลับไปเจ็บเหมือนเดิม ไม่ยอมให้ชีวิตกลับไปแย่เหมือนเดิม

อีกเรื่องที่ตัดสินใจเอามาสอน เพราะพี่เชื่อว่าถ้าเราให้คำตอบคนไป มันก็มีคนอีกเป็นแสนๆ ที่อยากได้คำตอบพวกนี้ ก็ต้องถามอีก แต่ถ้าเราสอนให้คนคิดเป็น มันจะเป็นกลาย “โค้ช” คนต่อไป เพราะฉะนั้นคำว่า Money Coach มันไม่ใช่แค่พี่แล้ว แต่มันหมายถึงทุกคนที่มีความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง พร้อมที่จะสอนคนอื่นต่อไปได้

ทีนี้พี่ไม่กลัวหรือครับว่าไอ้พวกที่ออกมาสอนจะดังกว่าเรา จะเก่งกว่าเรา หรือเกิดเป็นกรณีศิษย์คิดล้างครู

Money Coach :  มีอยู่แล้ว... ตอนนี้ก็เริ่มมีลูกศิษย์ออกมาสอนอสังหาแล้ว มีสอนการเงินด้วย ถามว่ากังวลไหมก็กังวลเหมือนกันนะ แต่พี่เชื่อว่า คนอย่างกูไม่มีอีกแล้ว ไม่มีใครสอนการเงินได้เหมือนกู

ไม่กลัวเค้าเรียนกับเรา แล้วไปหลอกคนอื่นๆ เก็บเงินแพงๆ หรือครับ

Money Coach :  นี่ไง!! มันถึงมีความจำเป็นที่ Money Coach ต้นฉบับยังต้องอยู่ สมมติว่าเราหายไปจากบู้ตึ้งเลย เหลือแต่ลูกศิษย์เรา ดีบ้างเลวบ้าง แม่งก็ยังไปหลอกคนอื่นได้ แต่ว่าถ้ายังมีเจ้าสำนักอยู่ แบบของแท้น่ะ ของแท้เป็นสาย Money Coach ตัวจริง มันต้องเป็บแบบนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดรับลูกศิษย์อะไรมากมาย แต่ว่าเราจะต้องคงอยู่ เพื่อดูแลคุ้มครองตรงนี้ต่อไป

พี่มีจัดการพวก “นอกรีต” ไหม

Money Coach : ที่ผ่านมาก็มีหลังไมค์ไปคุย ว่าต้องระมัดระวัง ให้คิดว่าสิ่งที่เราทำ เราคิดว่าเราทำเพื่อได้สตางค์ มันไม่ผิดอะไร ถ้าคุณสอนคนเก็บเงินก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่าถ้าคุณไปสอนหุ้นแล้วบอกหุ้น คุณรับผิดชอบเค้าไหวหรือเปล่า สุดท้ายแล้วก็ได้แต่บอก ถ้าคนไม่สำนึกเราก็ทำอะไรไม่ได้หรอก

พี่ไม่คิดจะรวมหัวกันปาขี้ หรือแบนพวกแม่ง อะไรอย่างนี้บ้างหรอครับ

Money Coach : พอ (มึง) พูดก็คิดเหมือนกันน่ะ (ฮา) แต่มันเป็นเรื่องของกรรม เคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งไปสัมมนาโดนใบจองอสังหาฯไป 19 ใบ เบ็ดเสร็จคิดเป็นเงิน 60 กว่าล้าน ตอนแรกพี่ได้ยินก็คิดว่า ใบละล้านสองล้าน แต่ที่ไหนได้ ใบละเก้าล้าน (ราคาคอนโดที่จอง) สิ่งหนึ่งที่เค้าพูดตอนที่มาเจอเรา เค้าบอกว่า เนี่ย!! น่าจะมาเจออาจารย์ก่อนน่ะ ไปเจอแบบนี้แต่แรกโชคร้ายเลย