ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ พรี่หนอมเห็นว่ามีคนสนใจการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนใน LTF เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนและประหยัดภาษีไปพร้อมๆกัน ซึ่งสำหรับเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีด้วย LTF สำหรับปี 2560 นี้ ยังคงเหมือนเดิม คือ 15% ของรายได้ (ที่ต้องเสียภาษีและยังไม่หักค่าใช้จ่าย) และใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่ที่ต้องย้ำอีกทีก็คือ การถือครองต้องไม่ต่ำกว่า 7 ปีปฏิทิน หรือพูดง่ายๆกว่านั้นคือ ซื้อปี 2560 นี้ต้องถือครองไปจนกว่าจะขายได้ในช่วงต้นปี 2566 นั่นเองครับ

นอกจากเรื่องการลดหย่อนภาษีแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2559 ได้มีกฎหมายปลดล็อกให้ทางบลจ.จัดตั้งกองทุน LTF แบบใหม่ได้มากมาย แต่ก็นั่นแหละครับ ตัวเลือกที่มากมาย กลายเป็นว่าคนยิ่งตั้งคำถามเพิ่มขึ้นว่า สรุปแล้วกองทุนไหนดี? บอกเลยครับว่าคำถามนี้ถือว่าฮิตมากในเพจ TAXBugnoms ช่วงนี้ครับ

ลองเปลี่ยนจากคำว่า “ดี” มาเป็นความหมายที่ “จับต้องได้ก่อน”

ประโยคนี้คือสิ่งที่ผุดขึ้นในใจของผม หลังจากที่ได้รับคำถามเยอะๆมาช่วงนี้ครับ เพราะว่าถ้าเราลองจำกัดความคำว่าดีออกมาให้ชัดเจนและเห็นภาพ เราจะทราบว่าจริงๆแล้วเราต้องการกองทุน LTF กองไหนกันแน่ เอาล่ะครับ พูดมาถึงตรงนี้ ขออนุญาตยกตัวอย่างกองทุนที่ใครหลายคนรู้จักกันดี อย่าง กองทุนเปิด JUMBO 25 ปันผลหุ้นระยะยาว หรือ JB25LTF ของ TMBAM (TMB Asset Management) หรือที่รู้จักกันในนาม บลจ.ทหารไทย โดยวันนี้ขอถือโอกาสเปิดหนังสือชี้ชวนมาอธิบายประกอบเลยดีกว่าครับ

เริ่มจากชื่อก่อน แน่นอนว่าคำว่า JUMBO และ 25 นี้ต้องมีที่มา อ่า ไม่ใช่ว่ากองทุนนี้ลงทุนโดยผู้จัดการกองทุนตัวใหญ่ 25 คนนะครับ (ฮา...กริบ) แต่เป็นกองทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 25 ตัวซึ่งผ่านการคัดเลือกมาว่าเป็น “หุ้นใหญ่” ที่มีความ “มั่นคง” และ “เติบโต” อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงเป็นกิจการที่คนไทยคุ้นเคยกับการใช้สินค้าหรือบริการ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นกองทุนยังมีนโยบายกระจายความเสี่ยงโดยลงทุนในหุ้นไม่เกิน 3 ตัวต่ออุตสาหกรรม และมีการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนเป็นระยะๆ ตามชื่อของกองทุนนั่นเอง และแน่นอนครับว่ากองทุน JB25LTF นี้เป็นกองทุน LTF ที่สามารถนำไปใช้สิทธิ์ “ลดหย่อนภาษี” ได้ครับผม


เอาล่ะครับ เราลองมาดูรายชื่อหุ้นที่กองทุนนี้เลือกเข้ามาในพอร์ทการลงทุนกันดีกว่าครับ

JB25LTF

คำเตือน : ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

จากข้อมูลรายละเอียดการลงทุนของกองทุน ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 จะเห็นว่าทางกองทุนนั้นเน้นลงทุนในหุ้นใหญ่ๆ เป็นหลักตามที่นโยบายว่าไว้ครับ ได้แก่ ปตท., ท่าอากาศยานไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ปูนซีเมนต์ไทย, เครือเซ็นทรัล ซึ่งผมมั่นใจว่าใครหลายคนย่อมรู้จักกิจการเหล่านี้ดี หรืออย่างน้อยอาจจะเคยซื้อสินค้าหรือใช้บริการในหุ้นเหล่านี้บ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ


ส่วนทางด้านผลตอบแทนของกองทุนนี้ ก็เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานครับ โดยผลดำเนินงานย้อนหลังเปรียบเทียบล่าสุดนั้นเป็นดังนี้ครับ

JB25LTF

คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

จะเห็นว่ากองทุนนี้ให้ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2547 สูงถึง 11.12 % ต่อปี ส่วน ผลตอบแทนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป อยู่ในช่วงกลางๆของกลุ่มกองทุนรวมที่เป็น Equity Large Cap ซึ่งและมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานี้ครับ ซึ่งปัจจัยหลักนั้นขึ้นอยู่กับหุ้นที่ทางกองทุนเลือกนั่นเองครับ ส่วนเรื่องของความผันผวนนั้นถือว่าทำได้ดีในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาครับ 

หากใครสนใจก็สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/HNh5JQ


นอกจากนั้นทางหนังสือชี้ชวนเองระบุไว้ชัดเจนด้วยว่า กองทุนนี้เคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปี คือ -27.94 ดังนั้นตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจเช่นกันครับว่า รับผลขาดทุนได้ขนาดไหนและพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับหรือเปล่า


ส่วนทางด้านค่าธรรมเนียมนั้น ถือว่าไม่แพงครับ อยู่ที่ประมาณ 1.45% เท่านั้น ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยของกองทุน LTF ทั่วไปครับ

JB25LTF


กองทุนนี้เหมาะกับใครและใครควรจะซื้อ?

มาถึงช่วงสรุปสุดท้ายสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีตอนปลายปีนี้ แน่นอนว่ากองทุนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการสิทธิในการลดหย่อนภาษีจากการซื้อ LTF แน่ๆล่ะครับ และที่สำคัญกว่านั้น ผมคิดว่ากองทุนนี้เหมาะสมกับคนที่มีคุณสมบัติ 3 ข้อนี้ครับ คือ

  1. ชอบความมั่นคงและสบายใจในการลงทุน จะเห็นว่าหุ้นที่กองทุนเลือกนั้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นของกิจการขนาดใหญ่และมั่นคง เติบโตมานาน และถ้ามองกันจริงๆ ถ้าเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกเกิดปัญหาหรือวิกฤตขึ้นมา ผมคิดว่าหุ้นเล็กๆหรือหุ้นขนาดกลางทั้งหลายน่าจะโดนผลกระทบหนักกว่า ดังนั้นความมั่นคงของหุ้นที่กองทุนเลือกนั้นถือว่าเป็นจุดแข็งหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาครับ

  1. อยากได้เงินปันผลตลอดการลงทุน อีกข้อมูลหนึ่งที่ผมเห็นว่าน่าสนใจจากกองทุนนี้คือโอกาสรับเงินปันผลครับ ซึ่งถ้าหากเราต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุนเป็นระยะๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านอื่นๆ  โดยกองทุนนี้มีการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังปีละ 2 ครั้งมาตั้งแต่ปี 2553 ครับ ถ้าหากคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผล คุณสมบัตินี้เป็นอีกข้อหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาประกอบครับ

  1. รับความเสี่ยงได้และคาดหวังผลตอบแทนในระดับหนึ่ง กองทุนนี้มีการกระจายความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เกิน 3 ตัว จึงลดความเสี่ยงของการที่กลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งตกต่ำมากได้พอสมควร ในอีกด้านหนึ่งกองทุนเน้นหุ้นใหญ่ที่มีความมั่นคงสูง ย่อมมีแนวโน้มผันผวนต่ำกว่าหุ้นขนาดกลางและเล็ก เรียกได้ว่าลงทุนแล้วอาจจะรู้สึกสบายใจกว่า แต่อย่างไรก็ตามจำนวนหุ้นถือครองมีจำนวนไม่มากนัก และมีสัดส่วนการลงทุนที่ไม่เท่ากันในหุ้นทุกตัว โดยหุ้นที่กองทุนให้น้ำหนักมากกว่านั้นย่อมจะมีผลกับการลงทุนมากกว่า

คุณสมบัติทั้ง 3 ข้อนี้คือหนึ่งในเรื่องที่ควรพิจารณาประกอบกันครับ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมนะครับว่าเมื่อพูดถึงการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว คงจะต้องย้ำอีกทีว่า ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ

อย่าลืมนะครับว่า กองทุนที่ "ดี" ที่สุดสำหรับเรานั้น เราต้องเปลี่ยนมันเป็นความหมายที่ "จับต้อง ได้เสียก่อน ว่านิยามของคำว่าดีนั้นมันหมายถึงอะไร ไม่งั้นเราจะไม่สามารถเจอกองทุนที่ถูกใจได้เลยล่ะครับผม

(Review) มั่นคง...ดี” ลงทุนพร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับ JB25LTF

สุดท้ายนี้ พรี่หนอมก็ขออวยพรให้ทุกคนโชคดีในการลงทุนและลดหย่อนภาษีได้ตามที่ต้องการครับ และถ้าหากใครสนใจก็สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/HNh5JQ ครับ

และสำหรับโปรโมชั่นในช่วงนี้สำหรับคนที่ add line @TMBAM (http://line.me/ti/p/@dpn9454a) จะได้รับฟรี “กระเป๋าเพิ่มทรัพย์” ด้วยนะครับ

#มั่นคงดี #JB25LTF #TMBAM


บทความนี้เป็น Advertorial