cover-daddy-02

สวัสดีครับทุกคน รีวิวโปรแกรม “Bualuang iAlgo” ตอนที่ 2 จะเป็นการจำลองสถานการณ์ที่จะมีโอกาสใช้งานคำสั่งประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ในโปรแกรม “Bualuang iAlgo” ว่ามีสถานการณ์อะไรบ้างที่แต่เดิมเราต้องเฝ้าหน้าจอเพื่อรอส่งคำสั่งซื้อขาย หรือต้องวานให้มาร์ของเราให้ช่วยเฝ้าหุ้นให้เรา และในแต่ละสถานการณ์เราจะเลือกใช้คำสั่งประเภทใด 

Condition Stop Order 

Condition Stop Order เป็นคำสั่งที่กำหนดเงื่อนไขของราคาขึ้นมา 1 เงื่อนไข เมื่อราคาไปถึงระดับที่เรากำหนดไว้ Order ของเราจึงค่อยทำงาน ซึ่งใครที่ซื้อขายอนุพันธ์ในตลาด TFEX คงจะคุ้นเคยกับคำสั่ง Condition Stop Order เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นคำสั่งที่มีให้ใช้งานอยู่ในทุกโปรแกรมส่งคำสั่งซื้อขาย แต่วันนี้เราสามารถใช้งานคำสั่ง Condition Stop Order  ในการซื้อขายหุ้นได้ผ่านโปรแกรม “Bualuang iAlgo” 

สถานการณ์ที่ Condition Stop Order  จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราในการซื้อหุ้น Screen Shot 2557-12-01 at 4.15.59 PM

 

สมมุติว่าปัจจุบันราคา INTUCH อยู่ที่ 73.75 แต่ยังไม่เป็นราคาที่เราสนใจจะซื้อ แล้วการวิเคราะห์ทางเทคนิคบอกกับเราว่าควรจะซื้อหุ้น INTUCH ถ้าราคาสามารถเบรกแนวต้านที่ 74.50 ขึ้นไปได้ เช่นเริ่มซื้อขายกันที่ 75.00  แต่ว่าราคา 75.00 เป็นราคาที่อยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน ไม่สามารถจะส่งคำสั่งซื้อได้ทันที เพราะถ้าเราส่งคำสั่งซื้อที่ 75.00 เข้าไปที่ตลาดในขณะที่ราคาปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ 73.75 คำสั่งของเราจะ matched เนื่องจากราคาสั่งซื้อของเราอยู่สูงกว่าราคาตลาด

จากสถานการณ์นี้ เราจึงต้องนั่งเฝ้าราคาตัวเอง หรือต้องสั่งเจ้าหน้าที่การตลาดของเราให้ช่วยเฝ้าราคาให้ โดยบอกว่า “คุณมาร์เก็ตติ้งครับช่วยเฝ้าหุ้น INTUCH ให้หน่อยนะครับ ถ้าราคาถึง 75.00 หรือเกิน 75.00  ขึ้นไป ก็ให้เคาะซื้อหุ้นตามไปเลยโดยอั้นราคาไว้ที่ไม่เกิน 75.25 นะ เอาทั้งหมด 10,000 หุ้น” ถ้าเราส่งคำสั่งด้วยวิธีนี้ความเสี่ยงของเราคือ ถ้าหุ้นขึ้นจริงแล้วมาร์ของเราลืมเฝ้าหรือลงมือไม่ทัน เราก็คงจะพลาดโอกาสในการซื้อหุ้นครั้งนั้น จากสถานการณ์ข้างต้นคำสั่งประเภทที่เหมาะกับความต้องการคือ Condition Stop Order เนื่องจาก Condition Stop Order เป็นการคำสั่งแบบกำหนดเงื่อนไขของราคาที่เราจะซื้อหรือจะขายไว้ล่วงหน้า ถ้าราคาเข้าเงื่อนไขเมื่อไหร่ โปรแกรมจะช่วยส่งคำสั่งซื้อหรือขายให้อัตโนมัติทันที แต่ถ้าราคายังไม่เข้าเงื่อนไขคำสั่งจะยังไม่ถูกส่งเข้าระบบซื้อขาย ดังนั้นแนวทางในการส่งคำสั่ง Stop Order จะประกอบไป 2 ส่วน คือ 1 เงื่อนไขของราคา (Condition)ที่จะให้โปรแกรมช่วยเฝ้า ได้แก่ ถ้าหุ้น INTUCH ราคาสูงกว่าหรือเท่ากับ 75.00 (Trigger Stock = INTUCH , Trigger Price = 75.00 , Trigger Cond. คือ Last Price >= Trigger Price) 2 คำสั่งที่จะส่งเข้าตลาด (Order) คือ ซื้อหุ้น INTUCH จำนวน 10,000 หุ้น ในราคาไม่เกิน 75.25  (Buy , Stock =INTUCH , Vol = 10,000 ,  Price = 75.25)

Screen Shot 2557-12-01 at 4.16.24 PM 

เมื่อเราส่งคำสั่ง Stop Order แล้วโปรแกรมจะคอยเฝ้าตลาดแทนเรา ตลอดเวลาที่ราคายังไม่เข้าเงื่อนไข คือ ราคายังไม่สูงกว่าหรือเท่ากับ 75.00 คำสั่งซื้อหุ้นจะยังไม่ถูกส่งเข้าไปในตลาด เมื่อไหร่ที่ราคาเพิ่มสูงขึ้นจนมีการซื้อขายจริงที่ราคา 75.00 หรือมากกว่า คำสั่งซื้อหุ้น INTUCH จำนวน 10,000 หุ้น ที่ราคา 75.25 จะถูกส่งเข้าตลาดทันที แต่เราไม่ต้องกลัวนะครับว่าราคาที่เราจะซื้อได้คือ 75.25 เพราะถ้าราคาตลาดขณะนั้นมี Offer ต่ำกว่า 75.25 เราก็จะซื้อได้ตามราคาที่ Offer ในขณะนั้น

สถานการณ์ที่ Condition Stop Order  จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราในการขายหุ้นเพื่อขายทำกำไรหรือตัดขาดทุน

 

Screen Shot 2557-12-01 at 4.16.47 PM

สมมุติว่าปัจจุบันราคาหุ้น CK อยู่ที่ 26.75 แต่ยังไม่เป็นราคาที่เราสนใจจะขาย เราอยากจะขายหุ้น CK (ไม่ว่าจะขายเพื่อล็อคกำไรหรือขายเพื่อตัดขาดทุนก็ตาม) แต่เรากำหนดไว้ในใจว่าถ้าราคาหลุดแนวรับที่ 24.00 ลงไปจะขายหุ้นทิ้ง เช่นถ้าราคาลงไปถึง 23.75 แต่ว่าราคา 23.75 เป็นราคาที่อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ไม่สามารถส่งคำสั่งขายได้ทันที เพราะถ้าเราส่งคำสั่งขายที่ 23.75 เข้าไปที่ตลาด คำสั่งขายของเราจะ matched เนื่องจากราคาสั่งขายของเราอยู่ต่ำกว่าราคาตลาด 

ในสถานการณ์แบบนี้เราก็คงต้องนั่งเฝ้าราคา หรือต้องสั่งเจ้าหน้าที่การตลาดของเราให้ช่วยเฝ้าราคาหุ้นให้โดยบอกว่า “คุณมาร์เก็ตติ้งครับขอรบกวนอีกครั้งนะครับช่วยเฝ้าหุ้น CK ให้หน่อย ถ้าราคาหลุด 24.00 ลงไปถึง 23.75  ก็ให้โยนซ้ายขายหุ้นตามไปเลยนะ แต่อย่าขายต่ำกว่า 23.50 ละกันนะ เอาหมดพอร์ทเลย 100,000 หุ้น”  ซึ่งความเสี่ยงที่เราจะต้องเจอก็เหมือนเหตุการ์ก่อนหน้านี้ครับเดิมครับ ถ้าหุ้นลงจริงแล้วมาร์ของเราลืมเฝ้าหรือขายให้ไม่ทัน เราก็คงจะพลาดโอกาสในการขายหุ้น จากเหตุการณ์ข้างต้นคำสั่งประเภทที่เหมาะกับความต้องการคือ Condition Stop Order อีกเช่นเดียวกัน โดย 1 เงื่อนไขของราคา (Condition) ที่จะให้โปรแกรมช่วยเฝ้า  คือ ถ้าหุ้น CK ราคาต่ำกว่าหรือเท่ากับ 23.75  (Trigger Stock = CK , Trigger Price = 23.75 , Trigger Cond. คือ Last Price <= Trigger Price)

2 คำสั่งที่จะส่งเข้าตลาด (Order) : ขายหุ้น CK จำนวน 100,000 หุ้น ในราคาไม่เกิน 23.50 (Sell ,Stock = CK , Vol = 100,000 , Price = 23.50)

 

Screen Shot 2557-12-01 at 4.17.19 PM

 

เมื่อเราส่งคำสั่ง Stop Order แล้วโปรแกรมจะคอยเฝ้าตลาดแทนเรา ตลอดเวลาที่ราคายังไม่เข้าเงื่อนไข คือ ราคายังไม่ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 23.75  คำสั่งขายหุ้นจะยังไม่ถูกส่งเข้าไปในตลาด แต่ถ้าราคาเริ่มลดลงจนมีการซื้อขายจริงที่ราคา 23.75 หรือต่ำกว่า คำสั่งขายหุ้น CK จำนวน 100,000 หุ้น ที่ราคา 23.50 จะถูกส่งเข้าตลาด ไม่ต้องกังวลเราจะขายได้ที่ราคา 23.50 เท่านั้นนะครับ เพราะถ้าราคาตลาดขณะนั้นมี Bid สูงกว่า 23.50 เราก็จะซื้อได้ตามราคาที่ Bid

จากที่เล่ามาทั้งหมดเลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมพอพ่อลูกอ่อนรู้ว่ามีคำสั่ง Condition Stop Order สำหรับการซื้อขายหุ้นให้ใช้แล้ว จึงรู้สึกว่า “มันใช่…มันดีงามอะ….น้ำตาพ่อลูกอ่อนจิไหล T_T ได้ใช้ Stop Order กับหุ้นแล้วครัชชชชชช” ตามที่เขียนไว้ในรีวิวตอนที่ 1 เพราะพ่อลูกอ่อนสามารถส่งคำสั่ง Condition Stop Order แล้วไปเล่นกับลูกได้เลยโดยไม่ต้องมาเฝ้าหน้าจอนั้นเอง ☺

สำหรับรีวิวตอนที่ 3 จะเป็นการจำลองสถานการณ์ที่จะใช้คำสั่งประเภท Bracket Order ให้ได้ชมกันว่า จะมีสถานการณ์ไหนบ้างที่เหมาะที่จะนำ Bracket Order ไปใช้งาน ฝากติดตามกันด้วยนะครับ สำหรับบทความนี้ต้องของจบแต่เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ....