สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว aomMONEY และแฟนเพจ TarKawin ในช่วงเดือนสุดท้ายอย่างนี้อย่าลืมว่าเรายังมีทางเลือกการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการลดหย่อนภาษีนะครับ สำหรับวันนี้พี่ต้าร์ก็มีกองทุนรวม RMF ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง ซึ่งกองทุนนี้น่าจะเหมาะกับหลายๆ คนที่อยากสร้างถุงเงินให้กับบั้นปลายชีวิตโดยเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นนะครับ กองทุนที่จะมา Review ให้ฟังคือ T-NFRMF กองทุนตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพจาก 

บลจ.ธนชาต ครับ มาดูรายละเอียดกันเลย


1. นโยบายการลงทุน

กองทุนนี้เป็นกองทุน RMF นะครับ ซึ่งเราจะต้องลงทุนในระยะยาวเพื่อให้เข้าเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี โดยกอง T-NFRMF ความเสี่ยงอยู่ในระดับ 4 เป็นกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งจะมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนพันธบัตรรัฐบาล แต่แน่นอนว่าความเสี่ยงต่ำกว่ากองทุนผสมและตราสารทุนนะครับ เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ




2. สัดส่วนการลงทุน

หลักๆ แล้วกองทุนนี้จะมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้นะครับ รวมไปถึง เงินฝากและตราสารทางการเงินต่างๆ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดี พอร์ตการลงทุนของกองทุนรวมนี้ ปัจจุบันมีสัดส่วนของ NAV ดังนี้นะครับ


หุ้นกู้และพันธบัตร 83.34%

  • หุ้นกู้ภาคเอกชน 68.28%

  • หุ้นกู้สถาบันการเงิน 13.65%

  • พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ 6.41%

ตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน 10.26%

  • ตั๋วแลกเงิน 10.26%


จะเห็นได้ว่าพอร์ตการลงทุนส่วนใหญ่นั้นไปลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชนเกินครึ่งเลยนะครับ สิ่งที่สำคัญที่นักลงทุนจะต้องพิจารณาก็คือ พวกหุ้นกู้เหล่านี้มีความเสี่ยงขนาดไหน อันดับความน่าเชื่อถืออย่างไร อย่างในทรัพย์สิน 5 อันดับแรกนั้นจะเห็นได้ว่า อันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับ A และ AA ซึ่งเป็น 13.72% ของ NAV กองทุนรวมครับ


แหล่งที่มา: หนังสือชี้ชวน T-NFRMF บลจ.ธนชาต ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2560



3. ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

การลงทุนในกองทุนรวมนั้นจะขาดไม่ได้เลยคือการดูผลตอบแทนย้อนหลัง เพราะสิ่งนี้จะบอกว่ากองทุนรวมนั้นมีความสามารถสร้างผลตอบแทนในอดีตได้อย่างไร ผู้จัดการกองทุนรวมมีความเก่งและความสามารถในการบริหารงานขนาดไหน


ผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ 29 กันยายน 2560

หลายๆ คนอาจจะมองว่า อ้าว! กองทุนรวมตราสารหนี้ไม่ได้ชนะเกณฑ์มาตรฐานหรอ ก็อยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะครับ เพราะดัชนีอ้างอิงเขาใช้ตราสารหนี้หุ้นกู้ภาคเอกชน (BBBup) ส่วนกองทุนนี้ลงทุนในทรัพย์สินที่ความเสี่ยงที่หลากหลาย อย่างทรัพย์สินหลักๆ ในพอร์ตก็มี Rating สูง เช่น AA และ A ผลตอบแทนย่อมน้อยกว่าอยู่แล้ว

ทีนี้ผมเลยอยากจะให้ดูตัววัดในเรื่องของความผันผวนมากกว่านะครับ เนื่องจากผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนได้ตลอดเวลาเพื่อให้เข้ากับสภาวะของการลงทุนในช่วงนั้นๆ ได้ดีกว่า จะเห็นได้ว่าความผันผวนของกองทุนนี้เรียกได้ว่าต่ำมากๆ ไม่ค่อยจะแกว่งเมื่อเทียบกับความผันผวนของดัชนีมาตรฐานครับ กองทุนนี้ถ้ามองในระยะยาวก็ถือว่าผลตอบแทนดีทีเดียว


แหล่งที่มา: หนังสือชี้ชวน T-NFRMF บลจ.ธนชาต ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2560


ข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบ Percentile

ในส่วนของผลตอบแทนแบบ Percentile เมื่อเราเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆ ที่มีในลักษณะใกล้เคียงกัน อย่าง AIMC Category นั้น จะเทียบกับ Mid Term General Bond นะครับ จะเห็นได้ว่าในระยะสั้นผลตอบแทนนั้นจะอยู่ใน Percentile แถวๆ Percentile กลางๆ แต่พอเป็นระยะยาวแล้วจะอยู่ใน Percentile ระดับต้นๆ เลยนะครับ ก็เหมาะดีนะกับการถือแบบ RMF นอกจากผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาวแล้วเรายังไม่ต้องเจอภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบดอกเบี้ยเงินฝากด้วย

ในส่วนของความผันผวนเมื่อเทียบกับกองทุนใกล้เคียงกัน ก็ถือว่าผู้จัดการกองทุนรวมบริหารจัดการได้ดีนะครับ โดยเฉพาะในช่วงระยะสั้นจะอยู่ใน Percentile แรกๆ แต่ในระยะยาวผู้ถือกองทุนนี้อาจจะพบความผันผวนเพิ่มขึ้นครับ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้เป็นข้อมูลในอดีตซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลตอบแทนในอนาคตนะครับ


แหล่งที่มา: หนังสือชี้ชวน T-NFRMF บลจ.ธนชาต ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2560



4. สนใจซื้อกองทุนรวมมีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมอย่างไรบ้าง

สามารถซื้อกองทุนรวมได้ในเวลาทำการนะครับ (8:30-15:30) โดยมีมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อที่ 1,000 บาท และการชำระเงินค่าขายหน่วยลงทุนนั้นคือ 1 วันทำการ (T+1)

ในส่วนของค่าธรรมเนียมนั้นมีบางส่วนที่ยังไม่เรียกเก็บนะครับ ก็เป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนที่จะประหยัดต้นทุนในตรงนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามกองทุนก็มีค่าธรรมเนียมเรียกเก็บจากกองทุนนะครับ ซึ่งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายมีดังนี้ครับ


ค่าธรรมเนียมเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน

ค่าธรรมเนียมการขาย:                 ไม่เกิน 3% ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันไม่เก็บ)

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน:           ไม่เกิน 3% ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันไม่เก็บ)

ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่าง บลจ.:        200 บาท


ค่าธรรมเนียมเรียกเก็บจากกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการจัดการ:          ไม่เกิน 0.75% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์:    ไม่เกิน 0.055% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน:           ไม่เกิน 0.125% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

ค่าใช้จ่าย:                                 ตามที่จ่ายจริง



5. กองทุนนี้เหมาะกับใคร?

มาถึงตรงนี้แล้วหลายๆคนก็คงถามตัวเองว่า กองทุนนี้เหมาะกับตัวเราหรือเปล่า? ผมขอแนะนำดังนี้นะครับ

  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย: บางคนไม่อยากจะรับความเสี่ยงการลงทุนในหุ้น กลัวลงทุนไปแล้วเห็นราคาขึ้นลงหัวใจจะวาย การลงทุนในกองทุนนี้ก็น่าจะตอบโจทย์นะครับเพราะเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ 

  • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงแต่อยากกระจายความเสี่ยง: นักลงทุนบางคนอาจจะมองว่าเราลงทุนมีแต่กองทุนหุ้นทั้งนั้นเลย เกิดในวันที่เกษียณแล้วหุ้นตกพอดีจะทำอย่างไร ก็อาจจะแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ได้เช่นกันนะครับ อย่างน้อยถ้าตลาดหุ้นไม่ได้ดีในวันเกษียณของเรา ก็ยังมีเงินในกองทุนนี้อีกก้อนไว้ใช้ได้เช่นกันครับ


แต่อย่าลืมนะครับว่าการลงทุนมีความเสี่ยงผู้เข้าร่วมลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และคู่มือการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน และกองทุนนี้คือ RMF ที่จะต้องถือถึงอายุ 55 ปี และถือครองครบ 5 ปีด้วยนะ ใครขายก่อนและทำผิดเงื่อนไขการลงทุนจะมีผลในเรื่องของการขอเรียกคืนภาษีที่ได้ขอลดหย่อนไว้รวมถึงมีโอกาสที่จะต้องเสียภาษีในส่วนของ Capital Gain ที่ได้รับมาด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จากเว็บไซต์ของกรมสรรพากรนะครับ


(Review) T-NFRMF กองทุนตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพจาก บลจ.ธนชาต


หากใครสนใจลงทุนในกองทุนรวม T-NFRMF กองทุนตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ อย่าลืมอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวนนะครับ และหากสนใจก็สามารถติดต่อซื้อกองทุนนี้ได้ที่ธนาคารธนชาตทุกสาขาในวันและเวลาทำการ หากเราวางแผนภาษีได้ดี จัดพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสม และลงทุนตามเป้าหมายของเราแล้ว อนาคตทุกคนจะประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ครับ





บทความนี้เป็น Advertorial