ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

สมัยนี้เรื่องของ “ประสบการณ์” ถือเป็นเรื่องสำคัญในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างแดน นักท่องเที่ยวทุกคนอยากได้รับประสบกาณ์ที่ดีจากการพักผ่อนและมีช่วงเวลาอันน่าประทับใจด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกใจที่ธุรกิจโรงแรมที่เป็นจุดหมายปลายทางในฝัน จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมระดับบนที่มอบความประทับใจในบริการได้คุ้มค่าเงินทุกเม็ดที่จ่ายไป

ธุรกิจโรงแรมน่าสนใจโดยเฉพาะโรงแรมระดับบน

ด้วยลักษณะของรายได้ที่เกิดอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ทำให้ธุรกิจโรงแรมเป็นเหมือนน้ำผึ้งที่หอมหวานดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนอยู่เสมอ ดังนั้น Key Success หลักในการเติบโตที่ดีของกลุ่มธุรกิจโรงแรมจึงต้องเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนห้องพักและค่าที่พักต่อคืน ซึ่งโรงแรมระดับบนจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่จะมองเรื่องของประสบการณ์และบริการมาก่อนเรื่องราคา ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาหากโรงแรมจะเพิ่มราคาห้องพักให้สูงขึ้นในทุกปี

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หุ้นน้องใหม่ในเครือสิงห์

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ที่จะใช้สัญลักษณ์ “SHR” เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นหัวหอกหลักในการดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ และกลุ่มสิงห์ เอสเตทที่เน้นลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทระดับบนในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Luxury) มีเป้าหมายที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ

SHR มีกลยุทธ์หลักในขยายฐานธุรกิจกลุ่มโรงแรมด้วยการลงทุนในโครงการใหม่ทั้งในรูปแบบของการซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ ทำให้ความพร้อมในการเติบโตของ SHR มีมากขึ้นเมื่อได้รับเงินทุนจากการ IPO ภายหลังเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว

ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ของ SHR อยู่ในต่างประเทศ

นักลงทุนไทยอาจจะยังไม่คุ้นชื่อของ SHR กันสักเท่าไหร่ เพราะโรงแรมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เช่น ประเทศไทย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐมอริเชียส และ สหราชอาณาจักร ลักษณะธุรกิจของ SHR จะลงทุนผ่าน 4 Business Platform ได้แก่

  1. โรงแรมที่ SHR บริหารจัดการเอง ได้แก่ โรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และโรงแรม สันติบุรี เกาะสมุย 
  2. โรงแรมที่ SHR บริหารจัดการเองผ่าน Franchise Agreement กับแบรนด์ระดับโลกได้แก่ SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton ร่วมกับแบรนด์ Hilton และ Hard Rock Hotel Maldives ร่วมกับแบรนด์ Hardrock ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ และ 29 โรงแรมในสหราชอาณาจักร ร่วมกับแบรนด์ Mercure และ Holiday Inn
  3. โรงแรมที่ SHR บริหารผ่าน Hotel Management Agreement คือ โรงแรมที่ SHR บริหารผ่านสัญญาบริหารจัดการโรงแรมภายใต้แบรนด์ Outrigger 6 โรงแรมใน 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐมอริเชียส และสาธารณรัฐมัลดีฟส์
  4. โรงแรมที่ SHR เป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบการอื่น ผ่านการสร้างแบรนด์การบริหารจัดการโรงแรมของ SHR เอง ซึ่งถือเป็น Asset Light Model โดย ปัจจุบัน SHR ได้พัฒนาแบรนด์ “SAii” และใช้ประกอบกิจการโรงแรมแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่ในโครงการ Crossroads เฟส 1 โดยมีชื่อว่า “SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton” และยังมีแผนที่จะพัฒนาแบรนด์อื่นๆ สำหรับโรงแรมระดับ Upper Mid-Scale ในประเทศไทย และในระดับภูมิภาค
  5. SHR มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในประเทศและต่างประเทศที่ใกล้เคียงกัน โดยในปี 2561 สัดส่วนรายได้ที่มาจากโรงแรมในประเทศและต่างประเทศเท่ากับ 54.5% และ 45.5% ตามลำดับ และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 สัดส่วนรายได้จากโรงแรมในประเทศและต่างประเทศเท่ากับ 51.1% และ 48.9% ตามลำดับ 

อัตราการเข้าพักและค่าที่พักเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

เมื่อพิจารณาอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ของโรงแรมในเครือ SHR ในปี 2561 พบว่าโรงแรมที่ SHR บริหารจัดการเอง ได้แก่ โรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และโรงแรม สันติบุรี เกาะสมุย มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 76.1% และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 8,415 บาท

ในขณะที่ โรงแรม ที่ SHR บริหารผ่าน Hotel Management Agreement ได้แก่ โรงแรมในกลุ่ม Outrigger มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 78.5%  และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 6,287 บาท สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้แก่ SHR ได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง SHR ยังมีแผนที่จะทำการปรับปรุงพัฒนาโรงแรมต่างๆ ได้แก่ โรงแรมในกลุ่ม Outrigger และโรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และการปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่กลุ่มบริษัทได้เป็นอย่างดี

การบริหารกำไรภายใต้ยุทธวิธีของสิงห์

โดยรายได้ของ SHR เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 63.1% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ในปี 2559 ทำรายได้จากการดำเนินงานเท่ากับ 968.0 ล้านบาท 

ปี 2560 ทำรายได้จากการดำเนินงานเท่ากับ 1,074.0 ล้านบาท

ปี 2561 ทำรายได้จากการดำเนินงานเท่ากับ 2,575.7 ล้านบาท

การเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องมีสาเหตุสำคัญจากการรับรู้รายได้จากโรงแรมในกลุ่ม Outrigger ที่ SHR เข้าซื้อเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 และผลประกอบการที่ดีขึ้นของโรงแรมที่บริษัทบริหารจัดการเอง ซึ่งการเข้าซื้อธุรกิจโรงแรมที่มีศักยภาพในการเติบโตเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของ SHR

นอกจากการได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ และสิงห์ เอสเตท แล้ว ด้วยประสบการณ์การบริหารของทีมบริหารระดับมืออาชีพ เป็นผลให้โรงแรม SHR มีผลการดำเนินงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนได้จากความสามารถในการทำกำไร โดยในปี 25612 SHR มีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA Margin) สูงถึงที่ 34.1%

จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่า SHR จะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของการบริหารกำไรเอาชนะคู่แข่งในระยะยาวได้หรือไม่

5 ปีข้างหน้า มุ่งเป้าหมายเป็นผู้นำกลุ่มโรงแรมระดับบนในราคาเอื้อมถึง

นอกจากที่ SHR เป็นบริษัทในธุรกิจโรงแรมที่มีอัตราการเติบโตของการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนห้องสูงที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งเทียบเคียงในอุตสาหกรรมที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แผนการเติบโตของ SHR ยังยิ่งใหญ่ไม่แพ้บริษัทในเครือเช่นกัน โดยตั้งเป้าที่จะขยายขนาดของจำนวนโรงแรมและจำนวนห้องพักเป็นอย่างน้อย 2 เท่า หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15.0% ต่อปี จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน 39 โรงแรม 4,647 ห้อง ให้เป็น 80 โรงแรม และมีห้องพักมากกว่า 8,000 ห้อง ผ่าน Business Platform ทั้ง 4 Platform ภายในปี 2568 ถือเป็นช่วงการลงทุนที่น่าจับตามองว่าการเติบโตของ SHR จะสามารถสร้างกำไรให้เติบโตได้มากขนาดไหน

แผนการเสนอขายหุ้นไอพีโอของน้องใหม่ในเครือสิงห์

SHR จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 1,437,456,000 หุ้น ที่ราคาพาร์ 5 บาทต่อหุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย โดย SHR จะเปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปในวันที่ 1 - 5 พฤศจิกายน 2562 ผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา

การระดมทุนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนในการปรับปรุงพัฒนาโรงแรมที่ SHR มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจทั้งในอนาคต การชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการทั่วไป

เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการเสนอขายหลักทรัพย์จากแบบรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ SHR ได้ทาง www.sec.or.th และ www.shotelsresorts.com

หมายเหตุ: ภายหลังการ IPO แล้ว SHR จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของสิงห์ เอสเตท เช่นเดิม โดยคงสัดส่วนการถือหุ้นใน SHR ในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่า 58.8%

ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY

บทความนี้เป็น Advertorial