2.1k
views
วางแผนรวยด้วย Trading Diary

aom74-02

สวัสดีคร๊าบบบบบบ...... วันนี้พ่อลูกอ่อนอยากจะชักชวนให้ทุกคนมาลองเขียน Trading Diary กันครับ เนื่องจาก Trading Diary เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถวางแผนทำกำไรจากการซื้อขายหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การเขียน Trading Diary ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นอย่างเดียวนะครับ ผมคิดว่าข้อมูลที่อยู่ใน Trading Diary มีประโยชน์กับนักลงทุนที่ใช้แนวทางอื่นเช่นเดียวกันครับ

aom74-01

 

Trading Diary คือ บันทึกการซื้อขายนั่นเองครับ เวลาที่ผมซื้อขายหุ้นผมจะจดรายละเอียดที่เป็นข้อมูลการซื้อขายของผมลงไป ได้แก่

  1. วันที่ซื้อหุ้น ชื่อหุ้นที่ซื้อ ต้นทุนที่ซื้อ จำนวนหุ้นที่ซื้อ ค่า Commission ยอดเงินรวม
  2. วันที่ขายหุ้น ชื่อหุ้นที่ขาย ราคาที่ขาย จำนวนหุ้นที่ขาย ค่า Commission ยอดเงินรวม
  3. สรุปผลซื้อขายเป็นกำไรหรือขาดทุน และเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่  คิดเป็น % เทียบกับต้นทุน ทั้งที่เป็น Realized P/L และUnrealized P/L
  4. ผลประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มเติม เช่น เงินปันผล หุ้นปันผล Warrant โดยคำนวนออกมาเป็นตัวเงิน

 

นอกจากนั้นผมยังมี Check List เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าการซื้อขายในแต่ละครั้งของผมมีการวางแผนไว้อย่างไร และได้ทำตามแผนที่เราตั้งไว้หรือไม่ โดยข้อมูลที่มีอยู่ใน Check List ของผม ได้แก่ 

 

  1. รูปกราฟจังหวะที่ลงมือซื้อขาย
  2. กลยุทธ์ในการซื้อขาย เช่น วางแผนทยอยซื้อทยอยขายในแต่ละไม้อย่างไร สัดส่วนในการถือตามแนวโน้มและTrading ระยะสั้น
  3. เหตุผลที่ลงมือซื้อ เช่น แนวโน้มเป็นอย่างไร แนวรับแนวต้านอยู่ทีไหน ใช้ Indicator อะไรช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ  เป็นต้น
  4. เหตุผลที่ลงมือขาย เช่น ตัดขาดทุน  ราคาถึงเป้าหมาย ต้อง Lock กำไรจาก Trailing Stop หรือ ขายเพราะกลัวว่าราคาลงจะ ☺
  5. กำหนดจุดตัดขาดทุนอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ และเหตุผลการใช้ระดับราคานั้นเป็นจุดตัดขาดทุน
  6. ด้วยแผน Money Management ที่วางไว้ ในการซื้อหุ้นครั้งนี้จะซื้อได้จำนวนมากที่สุดกี่หุ้น
  7. Risk & Reward Ratio คำนวณความคุ้มค่าว่าการซื้อขายครั้งนี้ผลกำไรที่จะได้คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่

 

ประโยชน์ที่ผมได้จากการเขียน Trading Diary คือ 

  • พบว่าตัวเองมีวินัยในการซื้อขายมากขึ้น เนื่องจากการเขียน Trading Diary จะต้องทำ Check List ก่อนการซื้อขาย และต้องระบุเหตุผลในการซื้อขายทุกครั้ง ทำให้ต้องตอบตัวเองแบบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการตัดสินใจซื้อขายมีเหตุผลอะไร การที่เขียนสิ่งที่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยเตือนให้ผมไม่ทำอะไรนอกแผนที่วางไว้
  • ผมสามารถติดตามหรือดูผลการซื้อขายของตัวเองย้อนหลัง เพื่อดูว่าการซื้อขายครั้งไหนที่ทำได้ดี ครั้งไหนทำได้ไม่ดี กลยุทธ์ใดใช้งานได้ดี มีสิ่งใดต้องแก้ไขหรือสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้
  • ข้อมูลดิบใน Trading Diary สามารถมาคำนวณตัวชี้วัดต่างๆ เพื่อใช้พัฒนากลยุทธ์ในการซื้อขายของผมได้ เช่น  %จำนวนครั้งที่เป็นกำไรจากจำนวนครั้งที่ซื้อขายทั้งหมด (%win Ratio) , ครั้งที่ซื้อขายแล้วเป็นกำไรจะได้กำไรโดยเฉลี่ยกี่%ของเงินลงทุน (Average % Gain) , ครั้งที่ซื้อขายแล้วขาดทุนจะขาดทุนเฉลี่ยกี่%ของเงินลงทุน (Average% Loss) , อัตราของผลกำไรทั้งหมดต่อผลขาดทุนทั้งหมด (Profit Factor), คำนวณผลตอบแทนของพอร์ทคิดเป็นกี่ % ต่อปี (CAGR) , คำนวณระยะเวลาการถือหุ้น(Holding Period)แต่ละครั้ง เป็นต้น

 

มาลองเขียน Trading Diary กันแบบจริงๆจังๆกันนะครับ แล้วผลที่ได้รับจะทำให้คุณ ต๊กกะใจ...... :)

TRENDING