1.7k
views
3 เรื่องควรรู้ก่อนศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค

 

aom65sd-01-02

 

 

“คุณคาดหวังอะไรจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค?”

 

     คำถามนี้จะเป็นคำถามแรกที่ผมมักจะถามคนที่มาเรียนการวิเคราะห์ทางเทคนิคกับผม เนื่องจากประสบการณ์ในการสอนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ทำให้รู้ว่าคนจำนวนมากที่สนใจศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค มีคาดหวังผลลัพท์ที่สูงเกินกว่าสิ่งที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะให้ได้ ส่งผลทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นเวลาที่ตัดสินใจซื้อหุ้นจากผลของการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้วผลที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เกิดความไม่มั่นใจหรือสงสัยว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะนำไปใช้งานเพื่อซื้อขายหุ้นแล้วได้กำไรจริงๆ หรือเปล่า และความคาดหวังที่สูงเกินไปนี่เองที่ทำให้อีกหลายๆคนที่ศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากตั้งนาน เรียนกับอาจารย์หลายคน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ทำกำไรได้สักที

 

     บทความนี้ผมจะยกตัวอย่าง ความหวัง 3 อย่างที่คนส่วนใหญ่ต้องการได้จากการเรียนรู้การวิเคราะห์ทางเทคนิค แต่เป็นสิ่งที่การวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่สามารถจะให้ได้ เราลองมาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง 

 

aom65-01

 

 

ข้อแรก

      หลายคนคาดหวังว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นศาสตร์ที่จะทำให้เราพยากรณ์หรือทำนายการขึ้นลงของราคาได้อย่างแม่นยำ ด้วยการดูกราฟ ลากเส้น ดูแนวรับแนวต้าน หรือใช้ indicator  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเราใช้เครืองมือทางเทคนิคอะไรก็ตาม หรือจะวิเคราะห์กราฟหุ้นและ Indicators อย่างละเอียดยิบขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถทำนายการเคลื่อนที่ของราคาได้อย่างแม่นยำหรือถูกต้อง 100% การวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำนายหรือคาดการณ์ว่าราคาในอนาคตจะขึ้นหรือลง

 

      แต่…….การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่แท้จริงจะเป็นการวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามว่าพฤติกรรมของคนที่เข้ามาซื้อขายในตลาด ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร ฝั่งซื้อหรือฝั่งขายฝั่งไหนแสดงความรีบร้อนในการลงมือมากกว่ากัน (ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำนายอนาคตเลยครับ)  หลังจากที่เราวิเคราะห์พฤติกรรมของคนที่เข้ามาซื้อขายในตลาดได้แล้ว เราจะตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขายหุ้นอย่างไร โดยพิจารณาจากความน่าจะเป็นว่าการลงมือซื้อหรือขายในครั้งนั้น เราจะต้องมีโอกาสได้กำไรมากกว่าโอกาสที่จะขาดทุน หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า High Winning Probability

 

ข้อสอง

 

     หลายคนคาดหวังว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้เราซื้อขายได้กำไรทุกครั้ง  แต่จากความจริงในข้อแรก สิ่งที่เราจะได้รับจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ High Winning probability เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เราซื้อขายแล้วจะได้กำไรทุกครั้ง ความจริงข้อนี้นักวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นเซียนรู้ดีกันทุกคน แต่สำหรับมือใหม่บางคนที่ไม่ทราบความจริงข้อนี้เวลานำความรู้ที่ได้เรียนมามาลงมือซื้อขายในสนามจริง แล้วผลการซื้อขายออกมาเป็นขาดทุนก็จะเริ่มไม่มั่นใจว่าความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาดีจริงหรือไม่ จากนั้นก็ทดลองไปเรียนกับอาจารย์คนใหม่ ศึกษาเทคนิคอื่นๆเพื่อเติม แต่ถึงยิ่งเรียนมากเท่าไหร่ ก็ยังมีครั้งที่ซื้อขายแล้วขาดทุนเกิดขึ้นอยู่ สุดท้ายก็ตีโพยตีพายไปว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่ดีจริงใช้ซื้อขายแล้วไม่ได้กำไร

 

     ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องยอมรับก่อนก็คือความจริงที่ว่า ถึงแม้วิเคราะห์ทางเทคนิคมาอย่างดีหรือมีแนวทางการวิเคราะห์ที่ละเอียดซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายจะต้องมีครั้งที่เป็นกำไรและครั้งที่ขาดทุนเกิดขึ้นเสมอๆสลับกันไป (Random Outcome) แต่สิ่งที่เราจะคาดหวังที่ได้จริงๆ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ก็คือ เมื่อเราซื้อขายด้วยจำนวนครั้งที่มากพออย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผลลัพท์ของการซื้อขายทั้งหมดจะออกมาเป็นกำไร (Consistent Results)

 

     ส่วนตัวผมมีความเชื่อว่าไม่มีเซียนเทคนิคคนไหนที่ให้หวย(หุ้น)แม่นทุกตัวหรือทุกรอบครับ ลองคิดดูครับว่าถ้าเซียนเหล่านั้นรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นจริงๆ ทำไมเค้าต้องหวังดีมาบอกกับเราด้วย? ถ้าเซียนเหล่านั้นรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นจริงควรเก็บข้อมูลนี้ไว้คนเดียว แล้วขายบ้าน ขายรถ กู้หนี้ยืมสิน มาซื้อหุ้นตัวนั้นเพื่อจะได้กำไรคนเดียวน่าจะดีกว่า จริงไหมครับ 

 

ข้อสุดท้าย

 

     หลายคนหวังว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้ซื้อขายแล้วได้กำไรมากๆในเวลาอันรวดเร็ว ในหัวข้อนี้ผมไม่ได้มีเจตนาอยากจะดับความฝันของใครนะครับ แต่เชื่อว่าหลายคนคงจะมีความหวังว่า หลังจากเรียนการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้วจะสามารถซื้อขายหุ้นโดยทำกำไรได้เป็นเท่าตัวหรือหลายเท่าตัวในเวลาอันรวดเร็ว

 

     แต่......ความจริงก็คือการที่เราจะได้กำไรมากหรือน้อย เงินลงทุนเติบโตขึ้นเร็วหรือช้า ไม่มีใครสามารถจะรู้ได้ บางครั้งหุ้นที่ซื้อก็ขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ บางครั้งราคาก็ไม่ขึ้นเลย บางครั้งราคากลับลดลงไปอีก ทำให้ตลอดระยะเวลาที่เราซื้อขายหุ้นในระยะยาวไม่สามารถคาดเดาได้ว่าช่วงใดจะเป็นช่วงที่เงินทุนของเราจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และสถานการณ์ที่จะต้องพบเจอแน่ๆ คือ เราจะต้องพบกับบางช่วงเวลาที่เกิดผลขาดทุนหรือเงินทุนไม่เติบโตขึ้นเลย ซึ่งอาจจะกินระยะเวลานานเป็นปีๆ ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าเรามีวางแผนหรือกลยุทธ์ในการซื้อขายหุ้นที่ดีในระยะยาวผลตอบแทนโดยรวมจะออกมาเป็นกำไร ซึ่งผมมั่นใจว่าจะไม่ใช่ผลตอบแทนในระดับ หลายสิบเปอร์เซนต์ หรือเป็นร้อยๆเปอร์เซนต์ทบต้นติดต่อกันหลายๆปี

 

     ลองดูข้อมูลจากตารางด้านล่างซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อมูลที่สามารถเรานำมาใช้อ้างอิงได้ดีเกี่ยวกับความคาดหวังเรื่องผลกำไรจากการซื้อขายหุ้นของเราในระยะยาว เนื่องจากเป็นผลการดำเนินงานของคนที่เราเชื่อได้ว่ามีฝีมือระดับพระกาฬ

 

Screen Shot 2557-10-15 at 6.31.32 PM                                         ที่มา : Building Reliable Trading Systems  - Keith Fitchen

 

     ข้อมูลจากตารางเป็นข้อมูลผลการดำเนินงาน Barclay’s top 20 Commodity Trading Advisors (CTAs) ในช่วงปี 2005-2010 ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • ผลตอบแทนของ CTA ที่ดีที่สุดคือ 44.54% ต่อปีแบบทบต้นระยะเวลา 5 ปี (เงินทุน 1 บาท ระยะเวลา 5 ปี เงินเพิ่มขึ้นมาเป็น 6.3 บาท)
  • กำไรแบบทบต้น 5 ปี เฉลี่ยของ CTA 20 ราย = 27.98% ต่อปี (เงินทุน 1 บาท ระยะเวลา 5 ปี เงินเพิ่มขึ้นมาเป็น 3.4 บาท)
  • มี CTA 17 ราย มีช่วงเวลา 12 เดือน หรือ 1 ปีที่มีผลการซื้อขายเป็นขาดทุน (Worst 12 Month Period ติดลบ

 

     ใครที่อ่านตารางแล้วไม่เข้าใจไม่เป็นไรครับ จากข้อมูลในตารางมีความจริงเกี่ยวกับการคาดหวังผลลัพท์จากการวิเคราะห์ทางเทคนคิที่ผมอยากแสดงให้เห็นคือ

  • กำไรจากการซื้อขายแบบต่อเนื่องหลายๆปีที่เราจะคาดหวังได้อาจไม่ได้สูงเป็นหลายเท่าอย่างรวดเร็วตามทีเคยหวังไว้
  • อาจจะต้องพบกับช่วงเวลาที่ซื้อขายแล้วขาดทุนหรือไม่ได้กำไรเป็นระยะเวลานาน

 

     บทความนี้เป็นบทความแรกของผมครับ ยังไงฝากติดตามอ่านได้นะครับ ถ้าหากอยากสอบถาม หรือมีข้อสงสัยสามารถสอบถามผ่านทางเมนู "ถามกูรู" หรือสามารถ Comment ถามที่ท้ายบทความได้ครับ

 

 

TRENDING