2.7k
shares
ฉลาดเกมส์โกง ... เรียนรู้เรื่อง "ภาษี" จากหนังเรื่องนี้ได้ด้วยเหรอ??
by TAXBugnoms,May 11, 2017 7:52 AM
writer of อื่นๆ

ไม่น่าเชื่อว่าพรี่หนอมจะมาถึงจุดนี้ จุดที่ชวนแฟนเพจ TAXBugnoms เรียนรู้ภาษีจากหนัง โดยเฉพาะหนังเรื่องนี้ ฉลาดเกมส์โกง ซึ่งกำลังเป็นหนังที่ได้รับความนิยมมากๆในตอนนี้ครับ!!

วันก่อนเขียนลงแฟนเพจไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็มีหลายคนแย้งและถามมาว่า "เฮ้ย... จะมาสอนอะไรเรื่องภาษี รายได้มันผิดกฎหมาย ใครจะบ้าไปเสียภาษี หรือว่าพรี่หนอมคิดว่าตัวเองว่างจัดกันแน่ครับผม" 

 

ประเด็นนี้ตั้งใจเขียนขึ้นมา เพราะมีหลายคนเข้าใจว่า รายได้ที่ทำผิดกฏหมายนั้นไม่ต้องเสียภาษี แต่จริงๆแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่ 10701/2555 พูดถึงเรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับว่า "ต่อให้เป็นรายได้ที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องเสียภาษีอยู่ดีนั่นแหละ" 

อ้างอิงคำพูดนี้เลยครับ "แม้เงินได้ดังกล่าวจะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร"

 

 

 

เอาล่ะครับ เพื่อให้ได้เรียนรู้กันจริงๆ เรามาลองแยกสิ่งที่เกิดขึ้นในหนัง เปรียบเทียบกันกับเรื่องของภาษีกันดีกว่าครับ ว่ามีประเด็นอะไรบ้าง...

 

Bad-02

ประเด็นแรก... ค่าแป๊ะเจียะ เสียภาษีไหม และในฐานะผู้ปกครองที่เป็นคนจ่ายนั้น จะวางแผนภาษีได้อย่างไรบ้าง

1) โดยปกติแล้ว ค่าแป๊ะเจี๊ยะนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบค่าบำรุงการศึกษา ค่าสนับสนุนการศึกษา ซึ่งโรงเรียนนั้นจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีจากการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 588) หรือพูดง่ายๆว่าไม่เสียภาษีนั่นแหละครับ

2) แต่ในแง่ของผู้เสียภาษี หรือผู้ปกครองที่จ่ายไปนั้น อาจจะถือว่า เงินแป๊ะเจี๊ยะก้อนนี้ ถือเป็นรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาได้ โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) ซึ่งประเด็นสำคัญคือต้องพิจารณาว่าเป็นการบริจาคเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาหรือไม่ และโรงเรียนจะสามารถออกให้ในชื่อผู้ปกครองได้หรือเปล่า...

ตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนได้ที่นี่
http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html

 

Bad-01

 

ประเด็นที่สอง รายได้จากการโกงของลิน (ให้เพื่อนลอกข้อสอบ) ต้องเสียภาษีหรือไม่
 
1) อย่างที่บอกไปครับว่า แม้ว่าจะเป็นรายได้จากการทำผิดกฎหมาย แต่ยังต้องเสียภาษีตามกฎหมายอยู่ เพราะประมวลรัษฏากรไม่ได้จำกัดแค่รายได้ที่ถูกกฎหมายเท่านั้น
 
2) "ลิน" เป็นคนบอกพ่อว่าสอนเปียโนเพื่อน แต่จริงๆ คือการให้ลอกข้อสอบ ซึ่งถือเป็นการรับทำงานให้ เข้าข่ายถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 ตามมาตรา 40(2) จึงต้องเสียภาษีจากรายได้ส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตามรายได้จำนวน 234,000 บาทที่ได้นั้น เมื่อคำนวณตามเกณฑ์ของภาษีใหม่ปี 2560 แล้ว จะพบว่าไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจาก เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนจำนวน 50% ไม่เกิน 100,000 และค่าลดหย่อนส่วนตัวจำนวน 60,000 บาทแล้ว คำนวณได้เงินสุทธิจำนวน 74,000 บาท ซึ่งเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกนั้นรับสิทธิยกเว้นภาษี

3) นอกจากนั้น ลินมีรายได้อีกทางหนึ่ง คือ จากการตอบปัญหาในรายการทีวี ซึ่งตรงนี้มองว่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 เช่นเดียวกัน โดยลินมีสิทธิขอคืนภาษีจำนวน 75 บาทได้ (หลังจากที่แบ่งกับแบงค์แล้ว แต่ถ้าหากรับชื่อใครคนหนึ่งคนเดียว คนนั้นต้องเป็นผู้ยื่นและขอคืนภาษีแทน)

4) หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ ลินอาจจะปฎิเสธที่มาของเงิน (ซึ่งเป็นวิธีโกงภาษี) โดยอ้างว่าเงินส่วนนี้เป็นเงินได้จากการเสน่หาตามมาตรา 42(10) แห่งประมวลรัษฏากร ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี และไม่โดนภาษีจากการรับให้ เนื่องจากเงินจำนวนนี้ไม่ถึง 10 ล้านบาท ซึงก็อาจจะสามารถใช้เป็นทางเลือกได้เช่นเดียวกันครับ
 
 
Bad-03
 
มาดูกันในแง่ของแบงค์กันต่อ ในเรื่องนี้ แบงค์เป็นเด็กนักเรียนทุนเรียนดี และมีโอกาสสอบชิงทุนต่างประเทศ คำถามคือ เงินได้จากการเรียนต่อของแบงค์ที่ได้มาฟรีนั้นต้องเสียภาษีไหม?
 
ถ้าหากเป็นทุนให้เปล่า หรือทุนการศึกษานั้น โดยปกติไม่เสียภาษีอยู่แล้ว หากจะตีความตามกฎหมายอาจจะเข้าเกณฑ์ของมาตรา 42(11) เป็นรางวัลการศึกษา หรือว่าจะมีเรื่องของการให้โดยเสน่หา มาตรา 42(10) หรือถ้าหากไม่ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นเงิน หรือส่วนเพิ่มจากการทำงาน ก็ไม่ถือว่าเป็นเงินได้ตามมาตรา 39 ครับ
 
แต่อย่าลืมว่า แบงค์ยังมีรายได้อีกทางหนึ่งร่วมกับลิน นั่นคือ จากการตอบปัญหาในรายการทีวี ซึ่งตรงนี้มองว่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 เช่นเดียวกัน โดยแบงค์มีสิทธิขอคืนภาษีจำนวน 75 บาทไดเช่นกัน (แต่ถ้าหากรับชื่อใครคนหนึ่งคนเดียว คนนั้นต้องเป็นผู้ยื่นและขอคืนภาษี)
 
 

Bad-04

ประเด็นสุดท้าย นั่นคือ แล้วรายได้จากการโกงในรูปแบบทีมของเด็กๆทั้ง 4 คน ควรจะอยู่ในรูปแบบไหน ถึงจะประหยัดภาษีที่สุด? เราคงต้องพิจารณาแบบนี้ครับ

1) ถ้าหากทั้ง 4 คนร่วมกันหารายได้โดยไม่จดทะเบียนนิติบุคคล จะทำให้เกิดรูปแบบของ "ห้างหุ้นส่วนสามัญ" ขึ้นมา ซุึ่งทำให้ภาระภาษีค่อนข้างสูงมาก เพราะต้องเสียในรูปแบบของบุคคลธรรมดา ในอัตรา 5-35% และถ้าแบ่งกำไรกัน คนละ 1-2 ล้านบาท ทั้งหมดยังต้องนำมาเสียภาษีในรูปแบบบุคคลธรรมดาของใครของมันอีกต่อหนึ่ง โดยน่าจะเข้าข่ายเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(7) หรือ 40(8) ซึ่งตรงนี้ต้องพิจารณากันอีกทีครับ

2) ทางเลือกแบบฉลาดเกมส์โกงนิดนึ่ง และคนส่วนใหญ่มักจะใช้กัน นั่นคือหาทางให้มีผู้รับแทน ซึ่งในที่นี้มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ โรงพิมพ์ของเกรซ หรือ อาณาจักรธุรกิจของพัฒน์ ซึ่งจากเหตุผลในหนังแล้ว การใช้โรงพิมพ์ "ซื่อตรงพานิช" ของเกรซน่าจะสมเหตุสมผลกว่า เนื่องจากมีการใช้แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ และต้นทุนต่างๆที่นั่นเป็นหลัก 

3) โดยต้นทุนในการทำนั้นจะมีตั้งแต่ค่าดินสอ ค่าหมึกพิมพ์ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างๆ ซึ่งต้องพิจารณาให้ดี เพราะบางตัวอาจจะลำบากในการนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของธุรกิจสักหน่อย และถือเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นข้อควรระวัง อย่างไรก็ตามเลือกรับในรูปแบบของนิติบุคคลอาจจะเหมาะสมกว่า และดูจากขนาดโรงพิมพ์แล้ว คาดว่ารายได้ทั้งปีไม่น่าจะเกิน 30 ล้านบาทและทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาท จะทำให้ได้สิทธิประโยชน่์ในการลดอัตราภาษีอีกด้วย

4) ถ้าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2559 และโรงพิมพ์ซื่อตรงพานิชเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนบัญชีชุดเดียวกับกรมสรรพากร สามารถใช้วิธีการง่ายๆ โดยรับรู้รายการทั้งหมดมาเป็นรายได ้และได้รับสิทธิยกเว้นภาษีไม่ต้องเสียเลยก็ได้ครับ

แต่ถ้าหากไม่ได้สิทธินี้ อาจจะต้องเลือกหักค่าใช้จ่ายในการทำงานของ 4 คนนี้ ร่วมกับค่าใช้จ่ายวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี ซึ่งจะทำให้ประหยัดได้มากขึ้น เพียงแต่ว่า แต่ละคนต้องนำไปเสียภาษีชื่อของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ต้องพิจารณาให้ดีครับว่าแค่ไหนถึงจะคุ้มค่า

แต่อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนนี้จะมีในเรื่องของบริการที่ใช้ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ซึ่งเงินที่ได้มานั้นต้องนำส่งภาษีขายทั้งหมด 7% ของยอดขาย ส่วนภาษีซื้อจากการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็สามารถนำมาเป็นภาษีซื้อได้เช่นเดียวกัน

5) หากพิจารณาให้ดี ทั้ง 4 คนอาจจะเลือกจดบริษัทใหม่ขึ้นมาก็ได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากมองว่าธุรกิจนี้จะทำกันแบบกินยาวไปในอนาคตครับผม (ฮ่าๆ)

 

เป็นไงบ้างครับ บทสรุปของเรื่องนี้ในแง่มุมของภาษีที่ดูเหมือนพรี่หนอมจะว่างมากใช่ไหมครับ  แต่จริงๆที่อยากให้สังเกตคือทุกอย่างนั้นเกี่ยวข้องกับภาษีทั้งหมด ซึ่งถ้าหากเราเข้าใจภาษีก็จะมองเรื่องราวเหล่านี้ออกและสนุกสนานไปกับมันได้ครับผม

สำหรับคนที่อยากได้แอพดีๆ ในการคำนวณภาษี ผมขอแนะนำแอพพลิเคชั่น ITAX Pro ตัวช่วยในการคำนวณภาษีจาก ITAX ที่จะช่วยให้คำนวณภาษีกันได้แบบง่ายๆ แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสครับ

 

pro2560

 

โดยส่วนตัวแล้วหนังไทยเรื่องนี้สนุกมากครับ อยากเชิญชวนให้ไปดูกัน ซึ่งพรี่หนอมก็ได้เขียนรีวิวเรื่องนี้ไว้เหมือนกันครับ หากใครสนใจก็อ่านได้เพิ่มเติมครับผมกับรีวิว ฉลาดเกมส์โกง : ทันทีที่เอาใจช่วยพวกเขา ใจเราก็เลิกต้านโกง?

 

ope0xgapi7mCUJ80OKe-o

by TAXBugnoms
Writer of TAXBugnoms.
TRENDING