25.4k
views
7 ความจริงที่คุณควรรู้ ก่อนลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต (ภาคต้น)
by TAXBugnoms,Oct 20, 2014 1:18 PM
writer of เคล็ดลับภาษี

insurancecs5-04

ช่วงนี้มีหลายๆคนสอบถามเข้ามาเรื่องการวางแผนภาษีด้วย “ประกันชีวิต” เพื่อประหยัดภาษีและรับผลตอบแทนไปพร้อมๆกัน ดังนั้น @TAXBugnoms เลยขอนำความรู้เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีสำหรับการประกันชีวิตมาเล่าให้ฟังกันครับ

ก่อนอื่น เราต้องรู้ว่าการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตนั้นสามารถ มี 2 ประเภท คือ ประกันชีวิต และ ประกันชีวิตแบบบ่ำนาญ ซึ่งมีเงือนไขในการลดหย่อนภาษีที่แตกต่างกันดังนี้

insurancecs5-01

เบี้ยประกันชีวิต รวมทั้งสิ้นจำนวน 100,000 บาท ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยส่วนแรกสามารถหักได้ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาทนั้นหักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 90,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องทำกับบริษัทรับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในประเทศไทย
  • ถ้ามีการจ่ายเงินคืนเงินปันผลหรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา จะต้องมีเงื่อนไขดังนี้
  • กรณีได้รับเงิน  คืนทุกปี ยอดเงินคืนนั้นต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
  • กรณีได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น 2 ปี 3 ปี 5 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลา

กรณีอื่นๆ ผลรวมของเงินคืนตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันสะสมในช่วงนั้นๆ

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ การยกเว้นเบี้ยประกันชีวิตในกรณีนี้เป็นการเพิ่มเติมค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเพิ่มเติมจากข้อ 1.โดยลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้เป็นจำนวน 200,000 บาท (รวมทั้งหมดทั้ง 1+2 : 300,000 บาท) ซึ่งประกันชีวิตแบบบำนาญนี้เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว (RMF) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องเอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในไทย
  • มีการกำหนดการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ จะจ่ายเท่ากันทุกงวดหรือจ่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการเอาประกันก็ได้
  • มีการกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์เมื่อผู้มีเงินได้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ถึงอายุ 85 ปี หรือกว่านั้น ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว ก่อนได้รับผลประโยชน์
 

แต่ถ้าอ่านแล้วมันปวดหัวจนเกินไป @TAXBugnoms ขอสรุปให้ฟังสั้นๆว่า ลองปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตใกล้ตัวคุณ ว่าอยากซื้อประกันชีวิตแบบไหนก็ตาม รับรองว่ามีมาบริการถึงที่แน่นอนครับ

 

insurancecs5-02

หลังจากที่รู้จักกับประกันชีวิตแต่ละประเภทที่สามารถลดหย่อนภาษีไปแล้ว ทีนี้มาถึงเรื่องราวที่จะเล่าให้ฟังกันต่อว่า 7 ความจริงที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเรื่องประกันชีวิตสำหรับการลดหย่อนภาษีในตอนแรกนั้น มีอะไรบ้าง

ประกันชีวิต “เท่านั้น” ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ หลายๆคนมักจะเข้าใจผิดว่า การทำประกันแบบไหนก็ตาม เช่น ประกันสุขภาพ ประกันความเสี่ยง แบบไหนก็ได้สิทธิในการลดหย่อนภาษีทั้งหมด เคยมีบางคนเข้าใจว่าประกันรถยนต์สามารถลดหย่อนภาษีได้ แต่ความเป็นจริงนั้น การทำประกันชีวิตเท่านั้นถึงจะมีสิทธิลดหย่อนภาษีคร้าบ

ผลตอบแทนที่แท้จริงต้องคำนวณด้วยวิธี IRR (Internal Rate of Return) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ โดยต้องเปรียบเทียบทั้งกรณี ระหว่าง

  • ไม่รวมผลประโยชน์ทางภาษี คิดจากประกันชีวิตอย่างเดียว โดยปกติผลตอบแทนสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2 - 3% ต่อปี
  • รวมผลประโยชน์ทางภาษีของแต่ละคนเข้าไปด้วย สำหรับส่วนนี้ผลตอบแทนสูงสุดประมาณ 7-8% ต่อปี

มองการประกันเป็นเรื่องของการป้องกันความเสี่ยง วัตถุประสงค์ของการทำประกันส่วนใหญ่นั้น คือการป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่การลงทุน ดังนั้นเราต้องพิจารณาให้ดีถึงวัตถุประสงค์ที่เราต้องทำ เพราะประกันนั้นจะคุ้มค่าที่สุดเมื่อเกิดความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด เช่น การเสียชีวิต ดังนั้นคุณค่าที่แท้จริงของประกันชีวิตนั้นอยู่ที่ “ความคุ้มครอง” ไม่ใช่ “ผลตอบแทนทางการลงทุน” นะครับ

 

สำหรับในส่วนนี้ การให้น้ำหนักในการลงทุนสินทรัพย์ของแต่ละคนในแต่ละข้อไม่เท่ากัน ดังนั้น ขอแนะนำว่าอ่านแล้วลองพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสมกับ "ตัวเอง" น่าจะดีที่สุด อย่างเช่น ผู้ใหญ่บางท่านที่ผมรู้จัก ซื้อประกันปีละ 200,000 โดยไม่ได้สนใจว่าจะลดภาษี จะได้ IRR เท่าไร คิดแต่เพียงว่า มีความคุ้มครองในชีวิตของแกก็พอแล้ว ในขณะบางคนอาจจะมองในเชิงผลตอบแทนว่าควรจะเลือกอะไรในการลงทุนเพื่อให้ตัวเองได้รับผลตอบแทนที่มากที่สุด จึงควรปรับใช้ให้เหมาะกับแต่ละคนนะคร้าบบ

 

สำหรับในตอนต้นนี้ขอพูดถึง 3 ข้อแรกที่เป็นส่วนของการลงทุนก่อน สำหรับ 4 ข้อหลังในตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของภาษีกันบ้าง อย่างไร @TAXBugnoms ขอฝากติดตามตอนต่อๆไปด้วยนะคร้าบบบบ

TRENDING