76.3k
views
7 คำถาม ช่วยให้อ่านแท่งเทียน แบบไม่ต้องท่องจำ

    เฮ่นโล้ว สวัสดีคร๊าบบบ….ในหัวข้อนี้ Daddy จะมาบอกเคล็ดลับการอ่านกราฟแท่งเทียน และการแปลความหมายในมุมมองทางเทคนิคของกราฟแท่งเทียนกันครับ Daddy ตั้งใจไว้ว่าอยากให้ทุกคนหลังจากที่อ่านบทความนี้จบ น่าจะสามารถอ่านกราฟแท่งเทียนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยไม่ต้องไปนั่งจำชื่อ หรือจำ Pattern ต่าง ๆ ก็สามารถเทรดหุ้นโดยใช้แท่งเทียนได้ราวกับเป็นมืออาชีพกันเลยทีเดียว เพราะผมจะเน้นเนื้อหาที่เป็นการทำความเข้าใจกราฟแท่งเทียนล้วน ๆ

 

  เวลาที่เรามองกราฟแท่งเทียน 1 แท่ง หลักสำคัญ คือ เราจะต้องสามารถอ่านอารมณ์ของแรงซื้อแรงขายในตลาด และตอบให้ได้ว่าฝั่งไหนมีแรงมากกว่า ฝั่งไหนมีความกระตือรือร้น แต่อย่างไรก็ตามรูปแท่งเทียนเพียง 1 แท่ง อาจจะยังให้ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงมือซื้อขายหุ้น เราจึงต้องพิจาณาแท่งเทียนหลาย ๆ แท่งประกอบกันด้วย โดยจะใช้ข้อมูลทั้ง 4 อย่างของแต่ละแท่งเทียน คือ ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุด มาเปรียบเทียบกันระหว่างแท่งเทียนแต่ละแท่ง

      Daddy มีเคล็ดลับ โดยตั้งคำถาม 7 ข้อ เวลาที่เราอ่านกราฟแท่งเทียน รับรองว่าคำตอบจากคำถามเหล่านี้จะช่วยให้เราได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ประกอบการตัดสินใจ ในการเทรดหุ้นได้เป็นอย่างดี คำถามเหล่านั้น ได้แก่

แท่งเทียน2


 

คำถามที่ 1 แท่งเทียนในแต่ละแท่งเทียน ผลการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อกับแรงขายฝั่งไหนเป็นฝ่ายชนะ

 

วิธีการที่จะบอกว่าในแท่งเทียนแต่ละแท่งฝั่งไหนเป็นฝ่ายชนะ ทำได้โดยแบ่งความยาวของแท่งเทียน (วัดจากราคาสูงสุดถึงราคาต่ำสุด) ออกออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน

 

      1.1 ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนนั้นๆ อยุ่ในช่วง ⅓ ของด้านบน เราจะสรุปว่าในแท่งเทียนรูปนั้นแรงซื้อเป็นฝ่ายชนะ  

 

      1.2 ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนนั้นๆ อยู่ในช่วง ⅓ ของตรงกลาง เราจะสรุปว่าในแท่งเทียนรูปนั้นแรงซื้อแรงขายพอๆกัน

 

      1.3 ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนนั้นๆ อยู่ในช่วง ⅓ ของด้านล่าง เราจะสรุปว่าในแท่งเทียนรูปนั้นแรงขายเป็นฝ่ายชนะ

 

 Screen Shot 2015-07-29 at 11.34.57 AM

รูปที่แสดงตัวอย่างของแท่งเทียนที่มีราคาปิดอยู่ใน ช่วง 1/3 ด้านบน ช่วง 1/3 ตรงกลาง

และช่วง 1/3 ด้านล่าง

การสรุปผลของแรงซื้อแรงขายของแท่งเทียนแต่ละแท่งด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับแท่งเทียนที่มีขนาดยาวเท่านั้น ถ้าเป็นแท่งเทียนขนาดสั้น ๆ การตีความให้อ่านจากเนื้อหาในคำถามที่ 2

 

 

คำถามที่ 2 แท่งเทียนแต่ละแท่งมีความยาวมากหรือน้อย

 

การพิจารณาความฝันผวนของแท่งเทียนแต่ละแท่งสามารถดูได้จากความยาวของรูปแท่งเทียน โดยวัดจากราคาสูงสุดถึงราคาต่ำสุด

 

      2.1 ถ้าแท่งเทียนที่มีความยาวยิ่งมาก คือ แท่งเทียนที่จุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดห่างกันมาก แปลความหมายได้ว่าแท่งเทียนแท่งนั้นๆ แสดงให้เห็นถึงความรีบร้อนกระตือรือร้นของทั้งแรงซื้อและแรงขาย จึงซื้อขายกันอย่างผันผวน

 

      2.2 ถ้าแท่งเทียนมีลักษณะสั้นๆ เล็กๆ คือแท่งเทียนที่จุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดห่างกันไม่มาก แปลความหมายได้ว่าแท่งเทียนแท่งนั้นๆ ทั้งแรงซื้อและแรงขายยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกไปในทิศทางไหน จึงซื้อขายกันอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่ผันผวน

 

 

คำถามที่ 3 ปริมาณการซื้อขายของแท่งเทียนแต่ละแท่งเป็นอย่างไร

ปริมาณการซื้อขายเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้บอกว่าแท่งเทียนแท่งนั้น ๆ มีคนให้ความสนใจหรือเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายมากหรือน้อย ปริมาณการซื้อขายที่มากเป็นตัวบอกว่าคนสนใจเข้ามามีส่วนร่วมซื้อขายจำนวนมาก จึงช่วยเสริมความมั่นใจและเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิเคราะห์ทิศทางของราคามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าปริมาณการซื้อขายน้อยบ่งบอกว่ามีคนสนใจเข้ามามีส่วนร่วมน้อย จึงมีความน่าเชื่อถือของผลการวิเคราะห์ทิศทางของราคาน้อย ให้ระมัดระวัง

 

      ตัวอย่างการวิเคราะห์แท่งเทียนร่วมกับปริมาณการซื้อขาย ได้แก่

      3.1 แท่งเทียนที่มีขนาดยาวและปริมาณการซื้อขายมาก แสดงว่ามีคนสนใจหรือเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายเป็นจำนวนมากภายในแท่งเทียนนั้น จึงช่วยเสริมความมั่นใจในการสรุปผลระหว่างแรงซื้อกับแรงขายของแท่งนั้นๆ

เช่น ถ้าเราพบแท่งเทียนที่เป็นแท่งโปร่ง (แท่งสีเขียว) ขนาดยาว และราคาปิดอยู่ในช่วง ⅓ ด้านบน พร้อมกับปริมาณการซื้อขายมาก ๆ สามารถสรุปได้อย่างมั่นใจว่า แท่งเทียนแท่งนั้นแรงซื้อชนะแรงขาย และเป็นแท่งเทียนที่บอกถึงทิศทางขาขึ้น

 หรือ ถ้าเราพบแท่งเทียนที่เป็นแท่งทึบ (แท่งสีแดง) ขนาดยาว และราคาปิดอยุ่ในช่วง ⅓ ด้านล่าง พร้อมกับปริมาณการซื้อขายมาก ๆ เราก็สามารถสรุปได้อย่างมั่นใจว่า แท่งเทียนแท่งนั้นแรงขายชนะแรงซื้อ และเป็นแท่งเทียนที่บอกถึงทิศทางขาลง   

      3.2 แท่งเทียนที่มีขนาดยาวแต่มีปริมาณการซื้อขายน้อย แสดงว่ามีคนสนใจเข้ามามีส่วนร่วมน้อย ให้ระมัดระวัง เช่น ถ้าเราพบแท่งเทียนที่เป็นแท่งโปร่งขนาดยาว แต่มีปริมาณการซื้อขายน้อย ให้เราระวังว่าการที่ราคาเพิ่มขึ้นนี้อาจจะไม่ยั่งยืนเป็นการขึ้นแบบหลอก ๆ

      3.3 แท่งเทียนที่มีขนาดสั้นแต่ปริมาณการซื้อขายมาก การที่มีคนเข้ามามีส่วนร่วมมากๆ ในราคาช่วงแคบ ๆ แสดงให้เห็นว่ากำลังมีแรงซื้อเก็บหุ้นเป็นจำนวนมาก หรือมีการขายหุ้นทิ้งออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้หุ้นมีการเปลี่ยนมือ ดังนั้นจึงเป็นแท่งเทียนที่มีความน่าสนใจ ว่าในอนาคตถ้าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายยอมตัดสินใจเลือกให้ราคาเคลื่อนที่ไปข้างใดข้างหนึ่ง ราคาก็อาจจะมีการเคลื่อนที่ขึ้นแรง หรือลงอย่างรวดเร็ว

      3.4 แท่งเทียนที่มีขนาดสั้นและมีปริมาณการซื้อขายน้อย แปลว่าไม่มีคนสนใจ หรือ มีคนสนใจน้อยและซื้อขายกันในช่วงแคบๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก

 

 

คำถามที่ 4 รูปแท่งเทียนส่วนใหญ่บอกว่าฝั่งไหนมีแรงมากกว่า โดยเฉพาะแท่งเทียนขนาดยาว

แท่งเทียนในปัจจุบันมีอารมณ์เดียวกันกับแนวโน้มของตลาด เช่น ควรจะมีแท่งเทียนเป็นแท่งโปร่งจำนวนมากกว่าในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น หรือควรจะมีแท่งเทียนที่เป็นแท่งทึบจำนวนมากกว่าในตลาดขาลง ก็สามารถมั่นใจได้ว่าแนวโน้มตลาดน่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

      4.1 ในช่วงตลาดหุ้นขาขึ้นแสดงว่ามีความต้องการซื้อมาก รูปแท่งเทียนส่วนใหญ่จะเป็นแท่งโปร่ง(สีเขียว)ยาว ซึ่งเป็นรูปแท่งเทียนที่ให้ข้อมูลว่ามีแรงซื้อมาก หรือราคาปิดอยู่ใน ⅓ ช่วงบนของแท่ง เพื่อยืนยันว่าแรงซื้อเป็นฝ่ายชนะในแท่งเทียนนั้นๆ ในกรณีที่เป็นแท่งทึบก็มักจะเป็นแท่งเล็กๆ ที่มีความยาวไม่มาก 

      4.2 ในช่วงตลาดขาลงแสดงว่ามีความต้องการขายมาก รูปแท่งเทียนส่วนใหญ่จะเป็นแท่งทึบ(สีแดง)ยาว ซึ่งเป็นรูปแท่งเทียนที่ให้ข้อมูลว่ามีแรงขายมาก หรือราคาปิดอยู่ใน ⅓ ช่วงล่างของแท่ง เพื่อยืนยันว่าแรงขายเป็นฝ่ายชนะในแท่งเทียนนั้นๆ ในกรณีที่เป็นแท่งโปรงก็มักจะเป็นแท่งเล็กๆ ที่มีความยาวไม่มาก

 

 

คำถามที่ 5 ข้อมูลราคาแท่งเทียนในปัจจุบันเทียบกับข้อมูลของแท่งเทียนแท่งก่อนหน้าเป็นอย่างไร

 

การนำข้อมูลทั้ง 4 อย่างได้แก่ ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุดของแท่งเทียนปัจจุบันและแท่งเทียนก่อนหน้ามาเปรียบเทียบกันจะให้ข้อมูลของแรงซื้อกับแรงขายกับเรา ดังนี้

 

5.1 ราคาเปิดแท่งเทียนปัจจุบันเทียบกับราคาปิดแท่งเทียนก่อนหน้า

ถ้าราคาเปิดของแท่งเทียนปัจจุบันอยู่สูงกว่าราคาปิดของแท่งเทียนก่อนหน้า แปลว่าช่วงเริ่มต้นของแท่งเทียนปัจจุบัน ฝั่งซื้อมีความรีบร้อนอยากซื้อมากกว่าฝั่งขาย

แต่ถ้าราคาเปิดของแท่งเทียนปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนก่อนหน้า ก็แปลว่าช่วงเริ่มต้นของแท่งเทียนปัจจุบัน ฝั่งขายมีความรีบร้อนอยากขายมากกว่าฝั่งซื้อ

 

5.2 เปรียบเทียบราคาต่ำสุดของแท่งเทียนปัจจุบันเทียบกับราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า

ในช่วงหุ้นขาขึ้นเราชอบที่จะเห็นราคาต่ำสุดของแท่งเทียนปัจจุบันอยู่สูงกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า (ราคาต่ำสุดยกสูงขึ้นเรื่อยๆ) หรืออย่างน้อยราคาต่ำสุดของแท่งเทียนปัจจุบันไม่ควรต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า

การที่ราคาต่ำสุดของแท่งเทียนปัจจุบันต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า แปลความหมายได้ว่าแรงซื้อไม่กระตือรือร้นอยากซื้อหุ้น แต่แรงขายกับรีบร้อนขายหุ้นมากกว่าจึงทำให้ราคาลดต่ำลงมาก ให้ความรู้สึกอารมณ์เหมือนหุ้นช่วงขาลงมากกว่า

 

5.3 เปรียบเทียบราคาสูงสุดของแท่งเทียนปัจจุบัน กับแท่งเทียนก่อนหน้า

ในช่วงหุ้นขาขึ้นถ้าราคาสูงสุดของแท่งเทียนปัจจุบันสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า และราคาปิดของแท่งเทียนปัจจุบันสูงกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้าก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่าหุ้นยังเป็นขาขึ้น

ในช่วงหุ้นเป็นขาลงเราก็ชอบที่จะเห็นราคาสูงสุดของแท่งเทียนปัจจุบันต่ำกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า (ราคาสูงสุดลดต่ำลง) หรืออย่างน้อยราคาสูงสุดของแท่งเทียนปัจจุบันไม่ควรสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า และถ้าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนปัจจุบันต่ำกว่าราคาต่ำของแท่งเทียนก่อนหน้า และราคาปิดของแท่งเทียนปัจจุบันต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนก่อนหน้าก็จะยิ่งยืนยันว่าหุ้นยังเป็นขาลง

 Screen Shot 2015-07-29 at 11.35.11 AM

รูปที่ตัวอย่างของแท่งเทียนที่ราคาต่ำสุดยกสูงขึ้นในช่วงหุ้นขาขึ้น และแท่งเทียนที่ราคาสูงสุดลดต่ำลงในช่วงหุ้นขาลง

 

 

คำถามที่ 6 กลุ่มของแท่งเทียนหลายแท่งมีราคาทับซ้อนกันมากหรือน้อย

      กลุ่มของแท่งเทียนที่ราคามีการทับซ้อนกันมากแปลว่า ระดับราคาที่มีการซื้อขายในแต่ละแท่งเทียนใกล้เคียงกันแตกต่างกันไม่มาก แสดงให้เห็นอารมรณ์ของแรงซื้อกับแรงขายที่ไม่มีฝั่งไหนรีบร้อนซื้อขายหุ้น จากรูปแท่งเทียนหลายๆ แท่งที่มีการทับซ้อนกันจึงสรุปได้ว่าเป็นช่วงที่ราคาเป็นช่วงพักฐาน

      กลุ่มของแท่งเทียนที่ราคาทับซ้อนกันน้อย แปลว่า ระดับราคาที่มีการซื้อขายในแต่ละแท่งเทียนแตกต่างกัน อาจเป็นการไล่ราคาให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นการทุบราคาให้ลดต่ำลงเรื่อยๆก็ได้ ในกรณีที่แรงซื้อเป็นฝั่งที่รีบร้อนอยากซื้อหุ้นจะไม่รอให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแล้วค่อยซื้อเพราะกลัวว่าจะเสียโอกาส เราจึงเห็นได้ว่าแท่งเทียนแต่ละแท่งจะมีการปรับตัวสูงขึ้นและมีการทับซ้อนของราคาน้อยโดยราคาต่ำสุดของแท่งเทียนแท่งใหม่จะเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า การประยุกต์เพื่อใช้งานในสถานการณ์ซื้อขายจริง เมื่อเราเห็นกลุ่มของแท่งเทียนที่เป็นขาขึ้นแล้วมีการทับซ้อนกันของราคาน้อยๆ จึงให้ข้อมูลกับเราว่าแรงซื้อยังมีความรีบร้อนในการซื้อหุ้น ถ้าเราถือหุ้นตัวนั้นอยู่แล้วก็สบายใจได้ไม่ต้องรีบร้อนที่จะขายหุ้นเพื่อทำกำไร 

      ในกรณีกลับกันถ้าแรงขายเป็นฝั่งที่รีบร้อนอยากขายหุ้น ฝั่งขายก็ไม่ควรรอให้ราคาหุ้นเด้งขึ้นเพื่อขายหุ้นทิ้ง แต่ควรจะยอมตัดใจขายหุ้นทุกราคา และถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ กลุ่มของแท่งเทียนที่เราเห็น ราคาสูงสุดของแท่งเทียนแท่งใหม่ควรจะอยู่ใกล้กับระดับราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า การประยุกต์เพื่อใช้งานในสถานการณ์ซื้อขายจริง เมื่อเราเห็นกลุ่มของแท่งเทียนที่เป็นขาลงแล้วมีการทับซ้อนกันของราคาน้อยๆ เราก็ไม่ควรรีบร้อนเข้าไปซื้อหุ้น

 Screen Shot 2015-07-29 at 11.40.23 AM

รูปแสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันมาก

และกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อย

 

Screen Shot 2015-07-29 at 11.41.17 AM

รูปที่แสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันมาก และกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อยในช่วงหุ้นขาขึ้น (ที่มา Aspen Mobile)

 

Screen Shot 2015-07-29 at 11.42.09 AM

รูปแสดงตัวอย่างกลุ่มของแท่งเทียนที่มีการทับซ้อนกันน้อยในช่วงหุ้นขาลง (ที่มา Aspen Mobile)

 

 

คำถามที่ 7 อารมณ์ของแท่งเทียนในปัจจุบันเปรียบเทียบกับแท่งเทียนหลายๆ แท่งก่อนหน้าเป็นอย่างไร

      แท่งเทียนแท่งล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของแรงซื้อและแรงขายที่แตกต่างจากอารมณ์ของแท่งเทียนหลายๆ แท่งก่อนหน้า เป็นจุดเริ่มต้นชวนให้สงสัยว่า แรงซื้อหรือแรงขายที่มีก่อนหน้านี้เริ่มที่จะลดความกระตือรือร้นในการซื้อหรือขายแล้วใช่หรือไม่

Screen Shot 2015-07-29 at 12.04.16 PM รูปที่แสดงตัวอย่างแท่งเทียนที่มีอารมณ์ตรงข้ามกับแท่งเทียนหลายๆแท่งก่อนหน้า

 

หลายๆ ครั้งเมื่อเราพบแท่งเทียนแท่งล่าสุดที่มีอารมณ์ตรงข้ามกับอารมณ์ของแท่งเทียนหลายๆ แท่งก่อนหน้า จะเป็นจุดที่ราคามีการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้นหรือกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง เช่น กรณีที่หุ้นก่อนหน้านี้เป็นขาลง โดยเห็นว่าแท่งเทียนก่อนหน้านี้หลายแท่งแสดงถึงความเร่งรีบขายหุ้นของฝั่งแรงขาย แต่ปรากฏว่าแท่งเทียนที่ปัจจุบันกลับเป็นแท่งเทียนที่แสดงถึงฝั่งซื้อมีความรีบร้อนซื้อหุ้น และฝั่งแรงซื้อเป็นฝั่งชนะ แท่งเทียนแท่งใหม่ที่เราเห็นนี้จึงเป็นจุดเตือนที่ดีว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แท่งเทียนแท่งนี้อาจจะเป็นจุดที่หุ้นจะกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น จากนั้นเราก็ติดตามการซื้อขายหุ้นตัวนั้นอย่างใกล้ชิดและวางแผนกลยุทธ์การเพื่อให้ได้จังหวะซื้อขายที่ดีต่อไป  

 

ผมได้แนะนำรูปแท่งเทียนที่น่าสนใจว่าราคาน่าจะมีการกลับตัว ทั้งกลับตัวเปลี่ยนจากขาขึ้นไปขาลง หรือกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น ไว้ในบทความ “10 รูปแบบแท่งเทียนที่ควรค่าแก่การจดจำ”

 

 

สรุป

     การอ่านกราฟแท่งเทียนมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจถึงอารมณ์ของคนที่เข้ามาซื้อขายในตลาด การอ่านกราฟให้รู้ถึงอารมณ์ของแรงซื้อกับแรงขายในตลาดนั้นจะพิจารณาจาก

1) รูปร่างของแท่งเทียน 1 แท่ง โดยการเปรียบเทียบราคาปิดของวันว่าฝั่งแรงซื้อหรือฝั่งแรงขายเป็นฝ่ายชนะ

2) ความยาวของแท่งเทียน โดยแท่งเทียนที่มีความยาวจะบอกว่าแรงซื้อหรือแรงขายมีความรีบร้อนในการซื้อขายจึงทำให้ราคามีความผันผวน แท่งเทียนสั้นๆ แสดงถึงความเอื่อยเฉื่อยขาดความกระตือรือร้นของทั้งสองฝั่ง

3) ปริมาณการซื้อขายที่มากของแท่งเทียนจะเป็นตัวเสริมความมั่นใจในการแปลความหมายแท่งเทียนนั้นๆ เนื่องจากมีคนสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมซื้อขายเป็นจำนวนมาก ถ้าปริมาณการซื้อขายน้อยให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอารมณ์หรือทิศทางของราคานั้นๆ อาจจะอยู่ได้ไม่นานเพราะมีคนเข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายน้อย

4) การเปรียบเทียบระหว่างแท่งเทียน โดยเปรียบเทียบแท่งเทียนในปัจจุบันกับแท่งเทียนก่อนหน้า เช่น แท่งเทียนส่วนใหญ่มีอารมณ์ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

5) ราคาต่ำสุดในแต่ละแท่งเทียนยกตัวขึ้นในช่วงหุ้นขาขึ้นหรือไม่ ราคาสูงในแต่ละแท่งเทียนลดต่ำลงในช่วงหุ้นขาลงหรือไม่ เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มทิศทางของราคาหุ้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

6) กลุ่มของแท่งเทียนมีการทับซ้อนกันของแท่งเทียนมากหรือน้อย เพื่อดูว่าแรงซื้อและแรงขายมีความรีบร้อนในการซื้อหรือขายหุ้นหรือไม่

7) และถ้าเราพบว่ามีแท่งเทียนแท่งใหม่ที่มีอารมณ์ของแรงซื้อแรงขายที่ตรงข้ามกับทิศทางของแท่งเทียนจำนวนหลายๆแท่งก่อนหน้า จะเป็นจุดที่ราคามีการกลับตัว จึงควรให้ติดตามการซื้อขายหุ้นตัวนั้นอย่างใกล้ชิดเพื่อหาจังหวะในการซื้อขาย

การอ่านกราฟแท่งเทียนจะดูข้อมูลจากคำถามทั้ง 7 ข้อประกอบกันจะไม่ดูข้อใดข้อหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว เพื่อจะทำให้เห็นทั้งภาพที่ใกล้ชิดจากการวิเคราะห์แท่งเทียนเพียงแท่งเดียว และภาพกว้างจากวิเคราะห์กลุ่มของแท่งเทียน

TRENDING