23.5k
shares
[Review]จะเลือกกองทุนให้ดี ลักษณะหุ้นในกองทุนก็สำคัญ !!
by Dr. Nut,
Mar 6, 2017 6:57 AM

writer of Docternut

[Review]จะเลือกกองทุนให้ดี ลักษณะหุ้นในกองทุนก็สำคัญ !!

          สวัสดีครับนักลงทุนในกองทุนรวมทุกท่าน คำถามที่ผมได้รับบ่อย ๆ และยังคงมีเข้ามาเรื่อย ๆ ที่ คลินิกกองทุน แห่งนี้ ส่วนมากก็จะถามว่า เราจะลงทุนในกองทุนไหนดี ? …. เรียกได้ว่าเป็นทางลัด ตัดตรงไปที่กองทุนเลย เหมือนกับกำลังจะขอเลขเด็ดแบบทีเดียวรวยซะอย่างนั้น

 

          ซึ่งผมคงต้องบอกว่า การลงทุนในกองทุนนั้น ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างง่ายและไม่ซับซ้อนเสียเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้ง่ายจนถึงขนาดที่จะสามารถเลือก และแนะนำเป็นกองทุนรายกองได้อย่างถูกต้องแม่นยำครับ ประกอบกับว่ากองทุนที่เราเลือกนั้น ก็มีโอกาสไม่มากที่จะไปได้ดีแบบตลอดรอดฝั่งครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่าปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น สภาพเศรษฐกิจ หรือว่าภาวะตลาดการลงทุนที่ผันผวนครับ

 

          แต่สิ่งที่จำเป็นของนักลงทุนในกองทุนรวมต้องคิดไว้เสมอนั่นก็คือ ต้องรู้จักกองทุนของตนเองที่กำลังถืออยู่ว่าเป็นกองทุนประเภทไหน แบบไหน มีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร ซึ่งกลยุทธ์การลงทุน และแนวทางการลงทุนนี่แหละครับ ที่บางครั้งจะเป็นตัวกำหนดผลตอบแทนของการลงทุนได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และถ้าสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนนั้น ๆ ดีมากขึ้นไปด้วยครับ

 

          ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าบางครั้ง ถ้าหากกองทุนเองมีกลยุทธ์ และแนวทางการลงทุนที่ดีมากก็จริง แต่สุดท้ายสภาพตลาดหรือว่า สภาพแวดล้อมนั้นไม่เอื้ออำนวย ก็อาจจะทำให้ผลตอบแทนผิดเพี๊ยนไปได้เหมือนกัน เช่น ถ้ากองทุนถือหุ้นเล็กอยู่ แต่สภาพเศรษฐกิจ และตลาดการลงทุนเริ่มฟื้นตัวอย่างร้อนแรง อาจจะทำให้หุ้นใหญ่ หรือหุ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นปรับตัวขึ้นไปก่อน แล้วค่อยตามด้วยหุ้นที่มีขนากลาง หรือขนาดเล็กก็เป็นไปได้ครับ ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นที่เราถืออยู่นั้น ทำผลตอบแทนได้ดีไม่เท่า

 

          ซึ่งในทางกลับกันแล้ว กองทุนที่ถือหุ้นใหญ่ ๆ ก็อาจจะทำผลตอบแทนได้ดีกว่า เช่นในปีที่แล้ว หุ้นในกลุ่มพลังงาน และหุ้นขนาดกลาง - ใหญ่ นั้นปรับตัวขึ้นตามภาวะราคาน้ำมันที่สูงมากขึ้น การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้หุ้นในกลุ่มก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นไปด้วย และมากกว่าในกลุ่มหุ้นเล็กครับ

Screen Shot 2560-02-27 at 12.38.21 AM

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงราคา/ผลตอบแทนในอนาคต


          เห็นไหมครับว่าการที่เราจะลงทุนในกองทุนประเภทไหน มีกลยุทธ์อะไรก็มีความสำคัญ และมีผลต่อผลตอบแทนที่จะได้รับอย่างชัดเจน

 

          พอถึงตรงนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า แล้วเราจะลงทุนกับกองทุนหุ้นแบบไหนดี จะหุ้นเล็ก หุ้นกลาง หุ้นขนาดใหญ่ หรือว่าจะลงทุนในหุ้นที่มีปันผลสูง หรือว่าเน้นว่ามีการเติบโตสูง ผมเองก็คงตอบทุกท่านไม่ได้เหมือนกันครับ ว่าหุ้นกลุ่มไหนจะดี เพราะว่าต้องใช้การคาดการณ์ และมีความชำนาญสูงในการมองภาพรวม ซึ่งหลาย ๆ คนก็พยายามที่จะพยากรณ์ หรือคาดเดาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจ และตลาดการลงทุนแต่ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดอยู่เหมือนกันครับ

Screen Shot 2560-02-26 at 1.22.39 AMแหล่งข้อมูล: Krungsri Research

 

          โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เราก็พอที่จะแก้ไขได้อยู่บ้าง และผมคิดว่าจะทำให้การลงทุนของเราไม่สะดุดลง นั่นก็คือการลงทุนในกองทุนที่มีความแตกต่างกันของกลยุทธ์ และ ประเภทของหุ้นที่ลงทุน เช่น เราอาจจะเลือกกองทุนหุ้นเล็ก กับกองทุนหุ้นใหญ่ มาผสมกันในพอร์ตการลงทุนครับ

          ซึ่งความยุ่งยากจะบังเกิดก็ตอนนี้ ตอนที่เรามีหลาย ๆ กองทุนผสม ๆ กันอยู่ในพอร์ตการลงทุน บางคนอาจจะมีมากเกินไปทำให้บริหารได้อย่างยากลำบาก


          ถ้ารู้สึกว่าเราเองไม่ได้มีเวลาในการบริหารพอร์ตการลงทุนแล้ว เราอาจจะใช้อีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนก็ได้นั่นก็คือ การเลือกกองทุนที่มีหุ้นหลากหลายในพอร์ตการลงทุน หรือ Unconstrained (เพราะเราไม่ได้จำกัดแค่ขนาด (Cap) ของหุ้น แต่รวมไปถึงทุกสไตล์ด้วย หุ้นปันผล หุ้นเติบโต)


          แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับผู้จัดการกองทุนแล้วละครับว่า จะเลือกหุ้นกลุ่มไหน ขนาดไหนเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจครับ


          คราวนี้เรามาดูตัวอย่างกองทุนที่เป็นแบบ Unconstrained กันบ้างครับ นั่นก็คือ กองทุน KFTSTAR-D ที่กำลังจะ IPO ครับ เรามาดูกันว่ากองทุนมีแนวทางการลงทุนแบบไหน และมีการคัดเลือกหุ้นอย่างไรกันครับ


          กองทุนเปิดกรุงศรีไทยออลสตาร์ปันผล หรือว่า KFTSTAR-D นั้น จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ในแต่ละภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังคงถูกมองข้ามจากนักลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่หุ้นเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนที่ดี และสูงมาก โดย บลจ.กรุงศรี เอง ก็จะยังมีนโยบาย และแนวทางการลงทุนแบบ Bottom-up หรือว่าดูหุ้นเป็นรายตัวจากพื้นฐานที่ดีจริง ๆ ไม่ได้เน้นการเก็งกำไรในระยะสั้น

 

          ซึ่งที่ บลจ.กรุงศรี ออกกองทุนนี้จะออกมาเพื่อเติมเต็ม กองทุนที่ยังขาดหายไปครับ เพราะว่ากองทุนที่เป็นโมเดลแบบ ผสมหุ้นปันผลกับ หุ้นเติบโตนั้นยังไม่มีที่เป็น Multi-Cap มีแต่ส่วนที่เป็นหุ้นเล็ก และ เน้นลงทุนในหุ้นเพียง 15-20 ตัวอย่าง KFDNM-D และ KFDYNAMIC ส่วนกองทุนอื่นอย่าง KFSDIV ก็เน้นหุ้นปันผลดี หรือ KFSEQ กับ KFSEQ-D ก็จะเน้นหุ้นเติบโตสูงไปเลย ซึ่งเรียกได้ว่ากองทุนนี้เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้จัดการกองทุนในการเฟ้นหาหลักทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้อย่างเต็มที่เลยล่ะครับ

Screen Shot 2560-02-26 at 1.23.14 AM

 

          ส่วนกระบวนการคัดเลือกหุ้น ก็เริ่มจากการที่หาหุ้นที่น่าสนใจ และเข้าไปดูถึงงบการเงินของบริษัท ฯ นั้น ๆ ก่อนที่จะวิเคราะห์ในฝั่งของคุณภาพด้วย เช่นบริษัท ฯ มีการบริหารงานที่ดีหรือไม่อย่างไร มีจุดแข็ง จุดอ่อนตรงไหน จากนั้นก็นำหุ้นไปผ่านที่ประชุม หรือ Investment Committee ว่าที่ประชุมชอบหุ้นที่เลือกมาหรือไม่ จนได้หุ้นประมาณ 70-90 ตัว จากหุ้นไทยประมาณ 600 กว่าตัวครับ

 

          แต่ก็ไม่ได้ลงทุนทั้งหมด 70-90 ตัว แต่จะดูถึง สภาพคล่องของหุ้นแต่ละตัว และราคาหุ้นว่าเหมาะสมในการลงทุนหรือไม่อย่างไร โดยมีมุมมองการลงทุนประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เพื่อให้ทันต่อสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายจะลงทุนจริง ๆ กับหุ้นประมาณ 15-30 ตัว ที่เป็นหุ้นที่แข็งแกร่งตามสเปคของกองทุนนี้ครับ

 

          ส่วนปรับพอร์ตการลงทุนเองก็ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไรครับ สามารถที่จะปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยไม่ได้กำหนดขนาดของหุ้นไว้ว่าต้องหุ้นใหญ่ หรือว่าหุ้นเล็กเท่านั้น ซึ่งโดยปกติก็จะมีการทบทวนพอร์ตการลงทุนอยู่ทุกเดือนเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน และทำผลตอบแทนที่ดีของกองทุนครับ เอาเป็นว่าช่วงหุ้นเล็กดี กองทุนนี้อาจจะมีหุ้นเล็กผสมอยู่ด้วย หรือว่าถ้าช่วงไหนหุ้นใหญ่กลับมาทำผลตอบแทนได้ กองทุนนี้ก็พร้อมที่จะปรับหุ้นตามสถานการณ์ครับ



          ที่สำคัญกองทุนนี้ได้รับการพิสูจน์แนวคิดมาแล้วว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี เพราะว่ากองทุนนี้มีการใช้กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นไทย เช่น เดียวกันกับกองทุน KFLTFAST-D นั้น ในส่วนของการลงทุนในหุ้นไทยซึ่งได้พอร์ตการลงทุนที่ค่อนข้างน่าสนใจ เช่น หุ้นที่อยู่ในกองทุนมีราคาไม่แพง แนวโน้มการได้ผลตอบแทนที่ดี คือ การเติบโตของกำไรของหุ้นอยู่ในระดับที่ดี มีเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยอีกด้วย

 

Screen Shot 2560-02-26 at 1.24.06 AM

 

          ซึ่งผลตอบแทนของกองทุน KFLTFAST-D นั้น ก็เป็นที่ประจักษ์ ได้อย่างชัดเจนว่า ทำผลตอบแทนได้ดีกว่า ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่องครับ ซึ่งผมคิดว่ากองทุนนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน ถ้ากองทุนที่มีกลยุทธ์ใกล้ ๆ กันทำได้ขนาดนี้ครับ

 

          อาจมีคนสงสัยว่าเทียบกับ KFSDIV ที่เป็นกองทุนดังของค่ายนี้ แล้วควรจะเลือกอะไร ผมคิดว่า KFTSTAR-D จะเหมาะกับผู้ลงทุนที่มองหาโอกาสรับผลตอบแทนรวมสูงกว่ากองทุนที่เน้นหุ้นปันผลอย่าง KFSDIV เพราะสไตล์การลงทุนในหุ้นปันผลจะเน้นผลตอบแทนจากการรับปันผลสม่ำเสมอจากหุ้นที่ลงทุน มากกว่าการแสวงหาการเติบโตของมูลค่าหุ้น

Screen Shot 2560-02-26 at 1.24.47 AM
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงราคา/ผลตอบแทนในอนาคต

 

          คราวนี้มาดูส่วนของทีมผู้บริหารกันบ้างครับ ก็ต้องถือว่าเป็นผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์มาหลายปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะครับ ซึ่งก็น่าจะการันตีถึงผลงานได้อย่างดี รวมถึงมีทีมงานที่ถือว่าแข็งแรงครับ

 

          และนี่คือค่าธรรมเนียมของ KFTSTAR-D ครับ

pasted image 0


          สุดท้ายนี้ถ้าอยากจะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่มีกลยุทธ์ที่เปิดกว้างของกองทุนรวมก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่งในการลงทุนได้เพราะว่าไม่ว่าจะภาวะไหน ๆ ก็สามารถลงทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากนักลงทุนเองเพิ่งจะเริ่มต้นในการลงทุนกับกองทุนรวม เพราะว่าถ้าหากเราไปลงทุนกับกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนที่จำกัด เช่นเลือกหุ้นเล็กเพียงอย่างเดียว อาจจะได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ว่าก็จะมีความเสี่ยงที่สูงมากขึ้นเช่นเดียวกันครับ การลงทุนกับกองทุนที่เปิดกว้างในการลงทุนกับหุ้นหลากหลาย ก็น่าจะให้ความสบายใจมากกว่า และไม่พลาดโอกาสที่ดีครับ

 

Print

 

          สำหรับกองทุน KFTSTAR-D จะเปิดขายครั้งแรกในช่วงวันที่ 6-16 มีนาคม 2560 นี้ครับ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงศรีและธนาคารกรุงศรีทุกสาขาหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ครับผม ขอให้นักลงทุนทุกท่าน โชคดีในการลงทุนนะครับ แล้วพบกันครั้งหน้าคร้าบบบ

บทความนี้เป็น Advertorial

by Dr. Nut
Writer of Docternut.
รวมทุกบทความของหมอนัท คลินิกกองทุน กูรู aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกองทุน เรื่องเล่าฮา...
TRENDING

© 2017 LikeMe Co., Ltd. All Right Reserved.