17.0k
shares
[Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0
by Dr. Nut,Feb 2, 2017 5:47 AM
writer of Docternut

[Review] กองทุนน่าลงทุนในยุคไทยแลนด์ 4.0

 

            สวัสดีครับ นักลงทุนในกองทุนรวมทุกท่าน คลินิกกองทุนแห่งนี้กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งแล้วนะครับ ในช่วงนี้เรามักจะได้ยินใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือว่าภาคเอกชน ได้พูดถึงเรื่องหนึ่งอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวของการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในแบบที่ว่าจะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต หรือทดแทนการทำธุรกิจแบบเดิมไปเลยเพื่อให้เกิดการพัฒนา และสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีมากขึ้น

 

            โดยถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ หรือว่า ธุรกิจที่สร้างใหม่ขึ้นมานั้นสามารถแก้ไขปัญหา และสร้างทางเลือกที่โดนใจให้กับคนทั่วไปได้แล้วละก็ จะทำให้บริษัทที่สร้างมานั้นประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงทำให้บริษัทเหล่านี้มีศักยภาพ ทั้งในเรื่องของจำนวนผู้ที่จะใช้สินค้าหรือบริการที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงกำไรและผลตอบแทนครับ

 

นั่นก็คือ “บริษัท ฯ ในกลุ่มเทคโนโลยี ฯ” นั่นเองครับ

 

            เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่กำลังมาแรงในยุคนี้ เพราะว่าธุรกิจนี้จะเป็นส่วนเสริม หรือว่าเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถขยายตัวไปได้อย่างไร้พรมแดนใด ๆ ยกตัวอย่าง เช่น Alibaba , Tencent จากประเทศจีน รวมถึง Facebook , Google ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี

 

            ซึ่งถ้าหากเราเองคิดแล้วว่าคงไม่สามารถที่จะสร้างธุรกิจแบบนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ก็ไม่อยากที่จะตกเทรนด์ของการลงทุนในยุคนี้ไปแล้วละก็ตามมาเลยครับ ผมจะเล่าให้ฟัง….

 

            ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่มานานและมีมูลค่าทางธุรกิจสูง ๆ อย่างเช่น บริษัทน้ำมัน, ธนาคาร, หรือแม้แต่ค้าปลีกเองก็โดนทดแทนด้วยกลุ่มเทคโนโลยีทั้งสิ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, และ Apple ของเหล่าสาวก

 

            ในปี 2016 ที่ผ่านมา บริษัท ฯ ที่ใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกได้ถูกครอบครองโดยบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ บริษัทที่น่าจับตามอง และเป็นบริษัทที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ชื่อว่า FANG หรือ Facebook, Amazon, Netflix,  และ Google

 

            ถึงแม้ว่าบางธุรกิจจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อย่างกลุ่มค้าปลีกที่เข้าไปทางออนไลน์มากขึ้น เช่น Amazon หรือว่ากลุ่มบริษัท ฯ ยา ที่ได้เทคโนโลยีมาช่วยให้การแพทย์ดีขึ้นก็ตาม แต่ว่าบางอุตสาหกรรมก็ถูกทดแทน หรือว่าถูกท้าทาย แข่งขันด้วยกลุ่มนี้เช่นกัน กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ที่อยู่ดี ๆ บริษัท ฯ นอกสายตา หรือผู้เล่นในกลุ่มเทคโนโลยี อย่าง Tesla เข้ามาแทรกแซงตลาดอย่างหน้าตาเฉย และเติบโตรวดเร็วกว่าที่เคยเจอในคู่แข่งระดับเดียวกันเสียอีก

 

            สิ่งเหล่านี้เป็นข้อยืนยันได้ดีว่า กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหนก็ตามล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ ซึ่งผมเองก็คิดว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยที่หลาย ๆ อุตสาหกรรมจะถูกปฏิวัติอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

            ที่ผมบอกอย่างนี้ก็เพราะว่า ถึงแม้กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ กำลังตกที่นั่งลำบาก หรือเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวอย่างไร กลุ่มเทคโนโลยีนี้ก็ยังดำเนินไปได้ แถมเติบโตได้ดีสวนทางกับ ระบบเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศครับ

 

            ทั้งนี้ก็เพราะว่า กลุ่มเทคโนโลยีเองสามารถที่จะแทรกตัวไปกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ เหมือนเป็นตัวช่วยในการพัฒนา หรือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบต่าง ๆ ได้ หรือว่าจะทำการทดแทนสิ่งที่เคยมีอยู่ไปเลยก็ได้เช่นกันครับ

 

            ตัวอย่างเช่น ในกลุ่ม Healthcare เองก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อมต่อกับกลุ่มเทคโนโลยีได้สูงครับ ซึ่งถ้าใครเคยไปรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์น่าจะเคยได้ยินชื่อของ "Watson" ที่เป็น AI ช่วยหมอวินิจฉัยโรค และ เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาให้กับแพทย์ จากการอ่านตำราทางการแพทย์....ใช่ครับ Watson มันสามารถอ่านหนังสือ และวิเคราะห์อาการทางโรคได้...โหดไหมละ

 

            ให้นึกภาพว่า มันสามารถอ่านตำราวิจัยทางการแพทย์ได้อย่างไม่รู้เบื่อ จำได้ทุกตัวอักษร แปลความได้ และแนะนำให้แพทย์เลือกวิธีการผ่าตัดที่ดีที่สุด มีเปอร์เซ็นต์การหายมากที่สุด ความเสี่ยงน้อยที่สุด ซึ่งบริษัทฯ IBM ผู้สร้าง Watson เองไม่ได้อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Healthcare โดยตรง แต่ก็สร้างนวัตกรรมแบบนี้ขึ้นมาได้ ใครที่ถือกองทุน Healthcare ถึงแม้ว่าแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุจะมาถึงจริง ๆ และทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมนี้เติบโตได้ก็ตาม

 

            แต่ผมแนะนำว่าให้กระจายพอร์ตการลงทุนไปยังกลุ่มเทคโนโลยีด้วย เพราะว่าสามารถแตกไลน์ไปทางธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างกว้างขวางเลยทีเดียวครับ

 

ipo 11

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

            หลายคนคงมีคำถามในใจว่า แล้วถ้าเราจะลงทุนในวันนี้จะยังทันหรือไม่ หุ้นในกลุ่มนี้แพงเกินไปหรือยัง ซึ่งถ้าดูจากข้อมูลในอดีต (แต่ไม่ได้ยืนยันอนาคตนะคร้าบ) เราจะเห็นว่าราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีนั้นก็ยังคงมีราคาไม่แพงเกินไป เหมือนในช่วงฟองสบู่ Dot com ที่ผ่านมาครับ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่ตัวอุตสาหกรรมนี้มีการเติบโตที่เร็วเลยทำให้ P/E ไม่สูงมากนัก ถึงแม้ว่าจะเป็นหุ้นยอดนิยมในสมัยนี้ก็ตามครับ

 

ipo 132

 

            คราวนี้เรามาดูถึงกองทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากไปลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้ นั่นก็คือ กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้ (KF-GTECH)

 

            ซึ่งกอง Master Fund นั้นก็คือกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง T.Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund ซึ่งทีมผู้จัดการกองทุนมีความเชี่ยวชาญทางด้านการลงทุนกับบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 16 ปี โดยกองทุนนี้จะเน้นการลงทุนกับบริษัทที่เป็น “New Technology” จริง ๆ พอร์ตของกองทุนรวมนั้น จะมีการกระจายการลงทุนในหุ้นทุกขนาดในกลุ่มเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันจะโน้มเอียงไปทางหุ้นขนาดกลางและเล็กซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงสามารถสร้างกระแสเงินสด และอัตราการเติบโตที่ดีได้เช่นกันครับ

 

            พูดง่าย ๆ ว่า ไม่สนใจที่จะลงทุนตามกระแส หรือ เพื่อที่จะเปรียบผลงานกับเกณฑ์มาตรฐาน แต่จะลงทุนกับบริษัท ฯ ที่เห็นศักยภาพจริง ๆ มากกว่า

 

ipo 12

แหล่งที่มา T. Rowe Price ณ 31 ธ.ค. 59

ไม่ได้ลงทุนเลียนแบบตามสัดส่วนของเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark)

 

 

                โดยการคัดเลือกหุ้นนั้น หรือแนวคิด แนวทางในการเลือกลงทุนนั้นมีความน่าสนใจ ผมคิดว่าทางกองทุน master fund นั้นต้องทำงานกันอย่างหนัก เพราะว่ามีการคัดหุ้นจากประมาณ 1,000 บริษัท ฯ จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าเป็น Hardware IT services หรือว่ากลุ่มที่ผลิต Software ด้วย โดยผ่านการดูที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก เช่น มีกลุ่มลูกค้าที่มากพอ  จากนั้นก็จะเอาไปเข้ากระบวนการในการสร้างพอร์ต โดยควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป การกำหนดราคาเป้าหมายของหุ้นแต่ละตัว ฯลฯ

 

            จนสุดท้ายได้หุ้นออกมาเพื่อลงทุนเพียง 40-80 ตัว จากภาพจะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่ละเอียด เลือกหุ้นที่ได้คุณภาพจริง ๆ มาลงทุนด้วย โดยพอร์ตลงทุนจะมีหุ้นในกลุ่ม AI Big data ที่ไว้ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาเรื่องต่าง ๆ ได้เช่นที่ดิน การเกษตร ฯลฯ และลงทุนกับกลุ่ม Machine learning ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาดมากขึ้น เรียนรู้เรื่องยาก ๆ ได้ ซึ่งผมถือว่าน่าสนใจมาก และเป็นกลุ่มที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอีกด้วยครับ

 

            คราวนี้เรามาดูหุ้นตัวอย่างที่กองทุน T. Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund เลือกเข้ามากันครับ

 

  1. Alibaba บริษัท E-commerce ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ผู้ทำสถิติ IPO ในตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วยมูลค่ากว่า 25,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อตั้งโดย แจ๊ค หม่า

 

  1. Tesla หรือที่รู้จักกันในนาม Tesla Motors บริษัทรถยนต์พลังงานทางเลือกสุดโด่งดังที่ในวินาทีนี้ทุกคนต้องรู้จัก ก่อตั้งโดยชายผู้ได้รับสมญานามว่า Iron man ในโลกแห่งความเป็นจริง อย่าง Elon Musk ผู้ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังบริษัทชื่อดังมากมายอย่าง PayPal เป็นต้น

 

  1. Amazon หรือ com E-commerce, ผู้ให้บริการระบบ Cloud Computer และเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากวอชิงตัน

 

  1. Netflix ผู้ให้บริการ Streaming Media Online ชื่อดังจากแคลิฟอร์เนีย ที่มีออริจินัลซีรี่ย์สนุกๆน่าสนใจอย่าง Marvel’s Daredevil และ Lemony Snicket's

 

  1. Splunk บริษัท software ข้ามชาติ ผู้ให้บริการทั้ง IT operations, Web analytics และบริการอื่นๆ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโก

 

ipo 13

แหล่งที่มา T. Rowe Price ณ 31 ธ.ค. 59

 

            ส่วนผลการดำเนินงานจากกองทุน Master Fund นั้น ผมคิดว่าทำได้ค่อนข้างดีในการลงทุนระยะยาว ๆ แต่ในระยะสั้นมีความผันผวนสูง เนื่องจากว่ากองทุนจะเน้นหุ้นที่มีขนาดเล็ก - กลาง และเป็นหุ้นที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งต้องรอให้คนใช้ หรือว่าได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่เสียก่อนจึงจะเห็นการเติบโตที่สูงมาก

ipo14

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

ในส่วนของค่าธรรมเนียมของ KF-GTECH จะเป็นไปตามนี้ครับ

ipo15

 

            เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กลุ่มธุรกิจนี้ผมว่าน่าสนใจในการลงทุนระยะยาวทีเดียวใช่ไหมละครับ ทั้งนี้ผมมองว่า ต่อไปไม่ว่าอย่างไร เทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเพียงนักลงทุนที่เริ่มต้นก่อนก็มีโอกาสที่จะโตไวกว่า และเลือกลงทุนกับผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

 

Web

 

            สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้เองก็มีความเสี่ยงสูงพอสมควร เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มาไวไปไวเหมือนกัน เพราะว่าถ้ามีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ มา ของเก่าก็พร้อมที่จะจากไป ดังนั้น ถ้าอยากจะลงทุนกับกองทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้แล้ว นักลงทุนเองก็ควรที่จะแบ่งสรรปันส่วนเงินเพื่อการลงทุนให้ดี มีการจัดพอร์ตการลงทุนอย่างถูกต้องเสียก่อน ไม่ใช่ว่าทุ่มลงทุนในกองทุนแบบนี้เพียงอย่างเดียวนะครับ ที่สำคัญนักลงทุนเองต้องเข้าใจกลุ่มธุรกิจนี้เป็นอย่างดี รวมถึงติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องด้วยครับ

 

            สำหรับกองทุน KF-GTECH นั้นจะเปิดขายครั้งแรกในช่วงวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ครับ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงศรี และธนาคารกรุงศรีทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ครับผม

 

บทความนี้เป็น Advertorial

by Dr. Nut
Writer of Docternut.
รวมทุกบทความของหมอนัท คลินิกกองทุน กูรู aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกองทุน เรื่องเล่าฮา...
TRENDING