4.0k
views
แนวคิดก่อนเลือกกองทุนเพื่อ DCA

ก่อนหน้านี้มีแฟนเพจถามมาในเพจอภินิหารเงินออมว่า...  

แอดแนะนำ กองทุนสำหรับคนเริ่ม DCA ได้ไหมคะ ตอนนี้อ่านจนงงไปหมด😭

แอดมินมองว่าหลายคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆกับน้องคนนี้ เราอ่านเรื่องกองทุนมาเยอะมาก รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นลงทุน แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกกองทุนอะไร บทความนี้เป็นแนวทางที่แอดมินเลือกใช้ ขอยกตัวอย่างกองทุนจริงเพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแทนของกองทุนรวมทั้งหมดนะคะ ความจริงมีวิธีเลือกกองทุนเพื่อ DCA หลายแบบมากๆ เพราะแต่ละคนมีความชอบและความถนัดแตกต่างกัน อ่านจบแล้วควรนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองนะจ๊ะ

 

DCA คืออะไร?

ภาพกราฟเส้นสีส้มนี้เป็นราคากองทุนรวมหุ้น SET50 ของ บลจ. แห่งหนึ่ง เราจะเห็นว่าราคาตั้งแต่ปี 2544 ถึงตอนนี้ปี 2563 มีราคาขึ้นๆลงๆตลอดเวลา หากเรารอว่าจะซื้อช่วงที่ราคาถูกที่สุด เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน ในขณะที่บางคนเห็นราคาถูกแล้วก็ยังไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวราคาลดลงไปอีก บางครั้งราคาขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ไม่ซื้อเพราะกลัวซื้อแพงไป วิธีการลงทุนที่ตัดความกังวลเหล่านี้ออกไป คือ DCA

แนวคิดก่อนเลือกกองทุนเพื่อ DCA

 

DCA ย่อมาจาก Dollar Cost Average เป็นวิธีการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย เราซื้อทุกๆเดือนด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ไม่สนใจเรื่องราคาว่าตอนนั้นราคาถูกหรือแพง เช่น ซื้อกองทุนเดือนละ 1,000 บาท 

  • ตอนนี้ราคากองทุน 50 บาท เราก็ซื้อได้ 20 หน่วย

  • ราคาลดลงไป 30 บาท เราก็ซื้อได้ 33 หน่วย

  • ราคาขึ้นไปที่ 80 บาท เราก็ซื้อได้ 12.5 หน่วย

เราจะเห็นว่าถ้าราคากองทุนลดลง เราจะซื้อหน่วยลงทุนได้จำนวนมากขึ้น แต่ถ้าราคากองทุนเพิ่มขึ้น เราจะซื้อหน่วยลงทุนได้น้อยลง ราคาที่เราได้รับจะเป็นราคาเฉลี่ยที่ไม่ใช่ราคาสูงสุดหรือต่ำสุด ตอนนี้เรารู้แล้วว่า DCA คืออะไร ต่อไปเป็นแนวทางก่อนตัดสินใจเลือกกองทุน

 

2 ขั้นตอนก่อนเลือกกองทุน DCA


แนวคิดก่อนเลือกกองทุนเพื่อ DCA 

1. เริ่มต้นจากถามตัวเองว่า “เราต้องการใช้เงินก้อนนี้ตอนไหน”

 

=> ถ้าต้องใช้เงินก้อนนี้อีก 1 - 3 ปี 

เช่น ซ้อมผ่อนรถก่อนที่จะซื้อรถจริงๆ สะสมเงินท่องเที่ยวต่างประเทศ ค่าเทอมของลูกปีหน้า ฯลฯ เป็นการสะสมเงินระยะสั้น สิ่งสำคัญ คือ เงินต้นจะต้องปลอดภัย ควรเลือกเป็นกองทุนรวมความเสี่ยงค่อนข้างต่ำระดับ 1 - 4 แม้ผลตอบแทนไม่สูง แต่เงินต้นค่อนข้างนิ่ง

 

=> อีก 10 กว่าปีจะใช้เงินก้อนนี้ 

เช่น เงินส่งลูกเรียนมหาลัย เงินเกษียณ ฯลฯ ควรเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เพื่อรับผลตอบแทนที่มากขึ้น แม้ว่าระหว่างการลงทุนอาจจะมีบางช่วงที่ขาดทุน แต่ระยะเวลามากกว่า 10 ปี ทำให้โอกาสขาดทุนลดลง

 

เรามาดูตัวอย่างจริงเพื่อจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นนะคะ

ถ้าเราเลือกที่เก็บรักษาเงินให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่จะใช้เงิน เป้าหมายของเราก็จะสำเร็จตามที่คิดไว้ ตัวอย่าง เปรียบเทียบการลงทุนแบบ DCA เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 และ 10 ปี ระหว่างภาพฝั่งซ้ายเป็นกองทุนความเสี่ยงต่ำระดับ 1 กับฝั่งขวาเป็นกองทุนความเสี่ยงสูงระดับ 6 นั้นทำให้เงินลงทุนของเราเป็นอย่างไร 

 

การลงทุนระยะเวลา 3 ปี

แนวคิดก่อนเลือกกองทุนเพื่อ DCA

  • ฝั่งซ้าย : กองทุนรวมความเสี่ยงต่ำระดับ 1 จากเงินลงทุน 36,000 บาท เงินของเราจะเติบโตประมาณ 36,625 บาท คิดเป็นกำไร 1.17% ต่อปี กราฟเส้นสีฟ้าเป็นราคาของกองทุนรวมจะขึ้นทีละนิด ไม่หวือหวา  ส่วนเส้นสีเขียวเป็นต้นทุนเฉลี่ยของเรา เงินต้นค่อนข้างนิ่งๆ

  • ฝั่งขวา : กองทุนรวมความเสี่ยงสูงระดับ 6 จากเงินลงทุน 36,000 บาท ลดเหลือประมาณ 31,580 บาท คิดเป็นขาดทุน 10.11% ต่อปี เราจะเห็นว่ากราฟเส้นสีฟ้าที่เป็นราคากองทุนรวมจะขยับขึ้นลงตลอดเวลา นี่เองที่เรียกว่า ความผันผวน ส่วนเส้นสีแดงเป็นต้นทุนเฉลี่ยของเรา ที่มีทั้งช่วงที่ได้กำไรกับขาดทุนสลับกันไป หากเราต้องใช้เงินก้อนนี้ในปีที่ 3 เงินลงทุนก็จะหายไป หากรอเวลาอีกหน่อยการขาดทุนก็จะน้อยลง


สรุปว่า... 

ถ้าเรามีเป้าหมายระยะสั้น ควรเก็บเงินไว้ที่ความเสี่ยงต่ำ แม้จะได้ผลตอบแทนต่ำ แต่เงินต้นอยู่ครบ ได้ใช้เงินตามที่วางแผนไว้แน่นอน ในขณะที่การลงทุนความเสี่ยงสูง แม้ว่าได้รับผลตอบแทนสูงในระยะยาว แต่ระยะสั้นมีโอกาสขาดทุนจำนวนมากเช่นกัน


การลงทุนระยะเวลา 10 ปี

แนวคิดก่อนเลือกกองทุนเพื่อ DCA

  • ฝั่งซ้าย : กองทุนรวมความเสี่ยงต่ำระดับ 1 จากเงินลงทุน 120,000 บาท เงินของเราจะเติบโตประมาณ 128,994 บาท คิดเป็นกำไร 1.45% ต่อปี กราฟเส้นสีฟ้าเป็นราคาของกองทุนรวม ส่วนเส้นสีเขียวเป็นต้นทุนเฉลี่ยของเรา

  • ฝั่งขวา : กองทุนรวมความเสี่ยงสูงระดับ 6 จากเงินลงทุน 120,000 บาท เติบโตประมาณ 167,911 บาท คิดเป็นกำไร 6.25% ต่อปี แม้ว่าเส้นสีฟ้าที่เป็นราคากองทุนรวมจะขึ้นๆลงๆตลอดเวลา ในขณะที่เส้นสีเขียวต้นทุนเฉลี่ยของเรามีกำไร 


สรุปว่า...

 ถ้าเรามีเป้าหมายระยะยาวมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ควรเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อให้เงินทำงานสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้นและลดโอกาสขาดทุน 

 

2. จำนวนเงินลงทุนรายเดือน


แอดมินมองว่าหากเงินลงทุนน้อย แล้วกระจายหลายกองทุน ผลตอบแทนที่ได้จะกลายเป็นเบี้ยหัวแตก เช่น เงินลงทุน 500 บาท ซื้อกระจาย 5 กองทุนๆละ 100 บาท มันมากเกินไป 

=> จำนวนเงิน DCA เดือนละ 1,000 บาท ควรซื้อ 1 - 2 กองทุน

=> จำนวนเงิน DCA เดือนละ 3,000 บาท ซื้อ 2 – 3 กองทุนแล้วจัดพอร์ตตามสัดส่วนการลงทุนในแบบทดสอบความเสี่ยงที่เราได้ทำตอนเปิดบัญชีกองทุน ทำให้รู้ว่าตัวเองเป็นนักลงทุนประเภทไหน พร้อมกับคำแนะนำการจัดสรรเงินลงทุนว่าควรเก็บไว้ที่ความเสี่ยงต่ำ ปานกลางและสูงสัดส่วนเท่าไหร่

 แนวคิดก่อนเลือกกองทุนเพื่อ DCA

ที่มา : E-book วิธีจัดการเงินขั้นเทพ ฉบับลงมือทำ

 

สุดท้าย!! เลือกซื้อกองทุนตามวิธีที่ได้ศึกษามา สิ่งสำคัญ คือ ควรมีวินัยการลงทุนอย่างเคร่งครัด

 

ตัวอย่าง เรามีเป้าหมายเก็บเงินเพื่อเกษียณอีก 15 ปีข้างหน้า มีงบ DCA เดือนละ 1,000 บาท จากการทำแบบทดสอบความเสี่ยง บอกว่าเราเป็นนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูง

1. การลงทุนระยะยาวมากกว่า 10 ปี เราก็มองหากองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6 ขึ้นไป เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ อสังหาฯ ทองคำ ฯลฯ

2. ซื้อกองเดียว 1,000 บาท หรือซื้อ 2 กองๆละ 500 บาท (ควรดูขั้นต่ำของกองทุนที่เราสนใจด้วยว่าเริ่มต้นเท่าไหร่)

3. จากนั้นก็เลือกว่าจะซื้อกองทุนรวมประเภทไหน แล้วเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ผลตอบแทน หากเป็นกองทุนรวมต่างประเทศก็ต้องดูเรื่องการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยสมมติว่าเลือกกองทุนหุ้นไทย แบบ Passive set 50 เราก็นำทุกกองที่เป็น Set 50 มาเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนแล้วเลือกครั้งสุดท้ายว่าจะซื้อกองทุนรวมชื่ออะไรหนะจ๊ะ

 

สรุปแนวคิดก่อนเลือกองทุนเพื่อ DCA คือ 

ต้องรู้เป้าหมายของตัวเองก่อนว่าจะใช้เงินก้อนนี้ตอนไหน 

มีงบเท่าไหร่แล้วค่อยเลือกกองทุนเพื่อ DCA จ้า


------------

PR : E-book เล่มแรกของเพจอภินิหารเงินออม #วิธีจัดการเงินขั้นเทพฉบับลงมือทำ อ่านรายละเอียด E-book ได้ที่ลิงค์นี้นะคะ https://bit.ly/2Xk7wJO

 

 

เพจอภินิหารเงินออม

 


รวมทุกบทความของอภินิหารเงินออม กูรูสาวมากความสามารถจาก aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออ...
TRENDING