5.1k
shares
3 ทางเลือกสร้างเงินฉุกเฉินขั้นเทพ!!

เงินฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเนี่ย จัดเต็มมาทั้งหมด 3 บทความกันเลย จาก 2 บทความที่แล้วเราก็รู้ แล้วว่าเงินฉุกเฉินนั้นสำคัญอย่างไรและวิธีสร้างเงินฉุกเฉินให้ปลอดภัย บทความที่ 3 นี้เป็นหัวใจของเงินฉุกเฉินเลยนะจ๊ะ เพราะเป็นการลงมือทำจริงจากประสบการณ์จริงของผู้เขียนเอง จะเป็นยังไงบ้างอ่านกันได้เลยนะจ๊ะ

สำหรับผู้อ่านที่พึ่งเข้ามาเจอบทความนี้ สามารถอ่านบทความฉุกเฉินย้อนหลังได้ที่

แม้ว่าเงินฉุกเฉินเป็นเงินที่ใช้ระยะสั้น แต่ก็มีเวลาใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น เกิดอุบัติเหตุกะทันหันต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล จำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วนที่สุด คือ “เงินฉุกเฉินด่วนจี๋” ก็จะเป็นการเงินสดที่ถอนออกได้ทันทีต้องตอนนี้เท่านั้น!!

แต่ถ้าตกงานแล้วจะต้องมีเงินมาใช้จ่ายช่วงรองานใหม่อีกหลายเดือน ก็จะเป็นเงินฉุกเฉินที่ไม่เร่งด่วนมาก ก็อาจจะแบ่งเก็บไว้ในแหล่งเก็บเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นได้ จะได้ไม่เสียโอกาสการลงทุน

 

เงินฉุกเฉิน2

 

เงินฉุกเฉินก็มีช่วงเวลาการใช้งานของตัวเอง จะภายในวันนี้หรืออีกหลายเดือนข้างหน้าก็มีวิธีการเก็บที่แตกต่างกัน ที่จริงมันก็ไม่ยุ่งยากหากเก็บไว้ในที่เดียว แต่ก็ทำให้ซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดเพื่อได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย มันน่าจะทำให้เรามีเงินฉุกเฉินงอกเงยขึ้นมาได้บ้าง ชอบทางเลือกไหนก็นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองนะจ๊ะ ^_^

 

3 ทางเลือกสร้างเงินฉุกเฉินขั้นเทพ

 

ทางเลือกที่ 1 เก็บไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

 

ทางเลือกนี้จะเก็บเงินฉุกเฉินทั้งหมดไว้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์มี ATM ถ้าจะให้ดีมากขึ้นควรเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์ (e-banking) แล้วโหลดแอพของธนาคารนั้นๆ มาไว้ที่สมาร์ทโฟนของเราด้วย เพื่อเป็นช่องทางนำเงินออกมาใช้ให้สะดวกสบายมากขึ้น หากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องการใช้เงินด่วนจี๋เมื่อไหร่ก็สามารถถอนเงินออกมาใช้งานได้ทันที

 

เงินฉุกเฉิน3

 

เงินฉุกเฉินจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน...

 

ครั้งหนึ่งเคยลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้าน จะกลับไปเอาก็เข้างานสายแน่ๆ ตอนนั้นก็มีเหรียญนิดหน่อยอยู่ในกระเป๋าใส่เศษสตางค์ ทำให้เอาชีวิตรอดมาถึงที่ทำงานได้ แต่เงินที่มีก็คิดว่าไม่น่าจะอยู่รอดถึงตอนเย็นแน่ๆโชคดีที่โหลดแอพธนาคารออนไลน์มาไว้ที่ไอแพดก็เลยฝากเพื่อนกดเงินออกมาได้ เราใช้วิธีโอนเงินออนไลน์เข้าบัญชีธนาคารของเพื่อน แล้วใช้บัตร ATM ของเพื่อน กดเงินสดออกมาให้เรา เฮ้อ...มีชีวิตรอดไปอีก 1 วัน

 

แต่ในความสะดวกสบายก็มีข้อควรระมัดระวัง คือ ความปลอดภัยของเงินในบัญชีออนไลน์ เราควรนำเงินเก็บไว้ในบัญชีธนาคารออนไลน์เท่าที่พอใช้ในแต่ละเดือนเท่านั้น ไม่ควรนำเงินทั้งหมดมาไว้ในบัญชีนี้ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดจะเสียหายไม่มาก แล้วควรระวังใจตัวเองที่อาจจะเผลอถอนเงินออกมาใช้ง่ายๆด้วยเช่นกัน

 

ทางเลือกที่ 2 เงินฝากกับกองทุนรวมตลาดเงิน

 

ทางเลือกนี้ต่อยอดมาจากทางเลือกแรก แล้วเพิ่มการเปิดบัญชีกองทุนรวมตลาดเงินแบบออนไลน์ และผูกติดไว้กับบัญชีออมทรัพย์ด้วย เวลาซื้อหรือขายกองทุนรวมจะได้สะดวกมากขึ้น โดยเราจะแบ่งสัดส่วนของเงินฉุกเฉินในเงินฝากและกองทุนรวมตลาดเงินตามความจำเป็นของแต่ละคน

 

เงินฉุกเฉิน4

 

เราแบ่งเงินฉุกเฉินเป็น 2 ส่วน คือ

  • ทัพหน้า คือ เงินฝาก เป็นส่วนเก็บเงินฉุกเฉินแบบด่วนจี๋และเป็นช่องทางนำเงินออกมาใช้ เพราะมี ATM และเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์
  • กองหนุน คือ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นที่สะสมเงินฉุกเฉินที่ไม่เร่งด่วนมาก ให้ผลตอบแทน มากกว่าการฝากออมทรัพย์ มีสภาพคล่องใกล้เคียงเงินสดเพราะส่งคำสั่งขายหน่วยลงทุนวันนี้ได้เงินสดเข้าบัญชีออมทรัพย์ในวันรุ่งขึ้น

 

เงินฉุกเฉิน5

 

ตัวอย่าง เราต้องการเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 6 เดือนของค่าใช้จ่าย มีรายจ่ายส่วนตัวเดือนละ 10,000 บาท สรุปว่าเราควรมีเงินฉุกเฉิน 60,000 บาท แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน คือ เก็บในบัญชีเงินฝาก 20,000 บาทและเก็บไว้ในกองทุนรวมตลาดเงิน 40,000 บาท

 

เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตชีวิตที่ต้องการใช้เงินด่วนจี๋ เราก็ถอนเงินฝาก (จำนวน 20,000 บาท) ออกมาใช้ก่อน ถ้ามันรุนแรงจนทำให้เงินฝากหมด เราค่อยนำเงินกองหนุนในกองทุนรวมตลาดเงิน (จำนวน 40,000 บาท) ออกมาใช้งาน โดยการส่งคำสั่งขายหน่วยลงทุนวันนี้ ระบบจะขายหน่วยลงทุนนำเงินสดกลับมาที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ในวันรุ่งขึ้น เราก็ถอนเงินออกมาใช้ได้

 

เงินฉุกเฉิน6

 

ข้อดีของวิธีนี้ คือ เราจะไม่เผลอกดเงินฉุกเฉินออกมาใช้ง่ายเกินไปเพราะเงินส่วนใหญ่อยู่ในกอง ทุนรวมตลาดเงิน ทำให้ป้องกันการถอนออกเพราะอารมณ์ได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งได้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากออมทรัพย์อีกด้วย แต่สิ่งสำคัญวิธีนี้เราควรเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินก่อนตัดสินใจลงทุนนะจ๊ะ

 

ทางเลือกที่ 3 ทัพหน้า กองหนุนและกำลังเสริม

 

ทางเลือกนี้เกิดเพราะความผิดพลาดในการลงทุน อยากจะเขียนเป็นบทเรียนให้ผู้ที่กำลังคิดใช้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นที่เก็บเงินฉุกเฉินว่าจะเจอผลกระทบอะไรบ้าง จะได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้า (เล่าเรื่องความผิดพลาดไว้ท้ายบทความ) ตอนนี้เราก็ใช้วิธีการนี้ แต่ก็ปรับส่วนที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงให้ลดลง

 

ทางเลือกที่ 3 เหมาะกันคนที่ศึกษาการลงทุนและรู้จักความเสี่ยงเป็นอย่างดี เราจะแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วนคือ ทัพหน้า(เงินฝาก), กองหนุน(กองทุนรวมตลาดเงิน),  กำลังเสริม (การลงทุนอื่นๆ) เราใช้ทางเลือกนี้เป็นคำตอบให้แฟนเพจที่สอบถามเข้ามาว่าฝากเงินฉุกเฉินไว้ที่การฝากประจำ สลากออมสิน การออมหุ้นว่าสามารถเก็บได้หรือไม่ #เอาที่สบายใจเลยนะจ๊ะ

 

เราควรแบ่งให้เป็นสัดส่วนชัดเจนว่าเก็บเท่าไหร่ คือ  

 

เงินฝาก : กองทุนรวมตลาดเงิน : การลงทุนอื่นๆ

 

ควรปรับสูตรให้เข้ากับสไตล์การลงทุนของตนเองนะจ๊ะ เช่น สูตร 10:60:30 คือ เก็บเงินฉุกเฉินไว้ที่เงินฝาก 10% กองทุนรวมตลาดเงิน 60% และการลงทุนอื่นๆ 30%

 

เงินฉุกเฉิน7

 

สมมติว่าเราวางแผนเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 1 ปี จำนวน 100,000 บาทโดยใช้สูตร 10:60:30 จะได้การเก็บเงินฉุกเฉิน ดังนี้

1. ทัพหน้า : เงินฝาก 10%

เงินฉุกเฉินจำนวน 10,000 บาท เก็บไว้เป็นส่วนของเงินด่วนจี๋ที่ต้องรีบถอนออกมาใช้ทันทีที่ชีวิตเกิดปัญหา ควรเป็นบัญชีที่มี ATM เปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์ พร้อมทั้งโหลดแอพของธนาคารมาไว้ที่สมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มทางเลือกถอนเงินออกมาใช้ได้ง่ายๆ

2. กองหนุน : กองทุนรวมตลาดเงิน 60%

เงินฉุกเฉินจำนวน 60,000 บาท  เป็นเงินฉุกเฉินไม่เร่งด่วนมาก โดยเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวม แบบออนไลน์จะได้ซื้อขายสะดวก รวมทั้งผูกติดบัญชีกองทุนรวมกับบัญชีเงินฝากเข้าด้วยกัน เพื่อง่ายในการนำเงินมาใช้จ่าย เพราะขายกองทุนแล้วเงินจะไหลเข้าไปในบัญชีเงินฝากแล้วเราก็ใช้ ATM ถอนเงินออกมาใช้ได้

3. กำลังเสริม : การลงทุนอื่นๆ เช่น ตราสารทุน(หุ้น)

เงินฉุกเฉินจำนวน 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินฉุกเฉินก้อนสุดท้าย (เช่น ตกงานนานกว่าที่คาดไว้) หากในช่วงวิกฤตใช้เงินฉุกเฉิน 2 ส่วนข้างต้นหมดแล้ว ก็จำเป็นจะต้องขายส่วนนี้ออกมาใช้จ่าย ถ้าเราเก็บเงินฉุกเฉินไว้ในบัญชีฝากประจำ สลากออมสินหรือการออมหุ้นนั้นจะต้องเข้าใจไว้ด้วยว่าช่วงขายออกก่อนกำหนดก็จะเสียประโยชน์บางส่วนด้วย

 

ตัวอย่าง ช่วงที่ต้องใช้เงินฉุกเฉิน

  • หากจำเป็นต้องปิดบัญชีฝากประจำเพื่อนำเงินมาใช้ก่อนครบกำหนดถอน อาจจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
  • เก็บเงินฉุกเฉินไว้ที่สลากออมสินเพราะคิดว่าเผื่อลุ้นถูกรางวัล แต่การขายสลากก่อนครบกำหนดก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตาม ที่กำหนดหรือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
  • ถ้าใช้บัญชีออมหุ้นเป็นที่เก็บเงินฉุกเฉินเพราะคิดว่าเผื่อได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ตอนขายก็ขึ้นอยู่กับภาวะของตลาดหุ้นที่อาจจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ได้

 

สรุปว่า...

 

การที่เราจะเก็บเงินฉุกเฉินไว้ในทางเลือกไหนนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งเก็บเงินของแต่ละคน ทางเลือกข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ควรเลือกนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตนเอง เช่น หากไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับกองทุนรวมมาก่อน ควรเลือกเก็บเงินฉุกเฉินไว้ที่บัญชีออมทรัพย์ แต่ถ้าเคยศึกษาการลงทุนอื่นๆ มาบ้างก็นำมาผสมในการเก็บเงินฉุกเฉินเพื่อเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มได้

 

---------------------------------------------

 

ประสบการณ์ที่ผิดพลาดในช่วงที่ลองผิดลองถูก

 

ขณะที่ราคาทองคำบาทละ 25,000 ตอนนั้นเราออมทองรายเดือนเพื่อเป็นเงินเก็บไว้จ่ายค่าประกันชีวิต แล้วก็ออมเกินไปบ้างเผื่อไว้ฉุกเฉินก้อนสุดท้าย หากใช้เงินฝากกับกองทุนรวมตลาดเงินหมดแล้วจะได้ขายทองมาใช้ได้ ช่วงที่การลงทุนเติบโตอะไรๆก็สวยงาม บทวิเคราะห์ต่างๆก็พากันบอกว่าราคาทองจะขึ้นเรื่อยๆ เราคิดแต่กำไร ไม่ได้เผื่อใจขาดทุนไว้เลย

 

การลงทุนทำให้รู้ว่า “ข่าวดีท่วมตลาด เราจะเห็นแต่ภาพลวงตา”

 

ลมสงบก่อนพายุจะมา ราคาทองคำที่ร่าเริงวิ่งเป็นกระทิงมาทำราคาสูงสุดที่ 27,100 บาท ก็เริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ มานั่งแปลงร่างกลายเป็นตลาดหมีจำศีลอยู่แถวๆ 19,000 บาท ภาพการเก็งกำไรชัดเจนมาก ตอนนั้นนักลงทุนหลายคนพังยับเยินกันหลายคนเพราะคาดการณ์ผิด

 

ส่วนตัวเราก็นั่งมึนๆเพราะมันผิดแผนไปหมด ต้องทำอะไรสักอย่าง สุดท้ายก็ทนกลั้นใจโทรหา โบรกเกอร์ขายทองแล้วปิดบัญชี ขนเงินที่เหลือมาพักไว้ในบัญชีกองทุนรวมตลาดเงินทันที เพราะถ้า เก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ก็อาจจะถอนออกมาใช้หมดแน่ๆ

 

บทเรียนที่ผิดพลาดจากการเก็บเงินฉุกเฉินผิดที่เพราะหวังว่าจะได้กำไรจากการขาย น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ผู้อ่านได้เรียนลัดโดยที่ไม่ต้องเจ็บเองนะจ๊ะ  #เจ็บแล้วจำไปอีกนาน

รวมทุกบทความของอภินิหารเงินออม กูรูสาวมากความสามารถจาก aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออ...
TRENDING