2.2k
shares
5/10 คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...]

หลายคนอาจจะเคยปวดหัวกับการทำความเข้าใจกับสัญญาประกันชีวิต นอกจากต้องต่อสู้กับตัวอักษรเล็กๆ ที่เบียดจนแน่นเอียดแล้ว ยังต้องมาแปลภาษาไทยให้เป็นภาษาไทยอีกด้วย คำศัพท์ของประกันในภาษากฎหมายนั้นค่อนข้างเข้าใจยาก บางครั้งต้องอ่านหลายรอบกว่าจะเข้าใจ

ในบทความนี้จะทำให้เรารู้จักกับศัพท์ประกันที่ควรรู้ ในแบบฉบับ “อภินิหารเงินออม” ที่อยากจะลองมาทำให้เข้าใจง่าย โดยมีคำนิยามตามกฎของ คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) อธิบายไปพร้อมกับคำแปลง่ายๆ ไว้ควบคู่กันไปด้วย

 

5/10 คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...] 

 

 

1. สัญญาประกันชีวิต

ภาษากฎหมาย

สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาที่บุคคล 2 ฝ่าย คือ ผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยตกลงกัน ผู้ที่เกี่ยวข้องอีกฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้รับผลประโยชน์ ในสัญญาประกันชีวิตนั้น การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลหนึ่ง

  • ผู้รับประกันภัย คือ คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้
  • ผู้เอาประกันภัย คือ คู่สัญญาฝ่าย ซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยประกันภัย
  • ผู้รับผลประโยขน์ คือ บุคคลผู้จะพึงได้รับสินไหมทดแทนหรือรับจำนวนเงินใช้ให้ อนึ่งผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประโยชน์จะเป็นบุคคลคนหนึ่งคนเดียวกันก็ได้

แปลง่าย ๆได้ว่า

กรมธรรม์ประกันชีวิตเกิดจากสัญญา 2 ฝ่ายคือ ตัวเราและบริษัทประกันภัยตกลงเงื่อนไขกัน โดยมีผู้รับเงินที่เป็นตัวเราหรือผู้อื่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ซึ่งการจ่ายเงินประกันชีวิตนั้นจะจ่ายในขณะที่มีชีวิตหรือเสียชีวิตไปแล้ว

 

2. มูลค่าเงินสด

ภาษากฎหมาย

เมื่อผู้เอาประกันภัยได้ส่งเบี้ยประกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปตั้งแต่ 2-3 ปีขึ้นไป กรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับนั้นจะเกิดมูลค่าขึ้น มูลค่านี้เรียกว่า “มูลค่าเงินสด” ซึ่งถ้าผู้เอาประกันภัยบอกเลิกสัญญาก่อนสัญญาถึงกำหนด ผู้รับประกันภัยจะจ่ายมูลค่าเงินสดคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เงินที่จ่ายคืนนี้เรียกว่า   “มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต”

แปลง่ายๆ ได้ว่า

หากส่งเบี้ยประกันเกิน 2 ปีขึ้นไปกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นจะมี “มูลค่า” ถ้าเราไม่ส่งเบี้ยต่อไปก็สามารถขอคืนเงินสดกลับไปได้ จะเรียกว่า “เวนคืนกรมธรรม์” ซึ่งจะได้รับเงินคืนน้อยกว่าที่เราจ่ายเบี้ย

มีครั้งหนึ่งเราไปเดินงานแฟร์การเงินแล้วเจอตัวแทนที่ขายโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ของลูกค้า จึงอยากจะเตือนให้ผู้อ่านระวังค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าเราเจอคนขายประกันที่แนะนำให้ปิดกรมธรรม์ในปีที่ 2 ซึ่งเราจะเสียประโยชน์และได้รับเงินคืนกลับมาน้อยมาก เขาจะไม่ใช้คำว่า “เวนคืนกรมธรรม์” แต่จะใช้คำอื่นแทน เช่น ไม่ต้องจ่ายเบี้ยต่อไป ปิดสัญญาประกัน เป็นต้น ขอเน้นว่าเราเจอตัวแทนแค่คนเดียวที่แนะนำไม่ถูกต้อง ส่วนบูธอื่นๆ แนะนำได้ดีมากเห็นแก่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

 

3. กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ (Reduced Paid-Up Insurance Option)

ภาษากฎหมาย

การประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันภัยซึ่งไม่ประสงค์จะชำระเบี้ยประกันภัยต่อไป เลือกใช้สิทธิ์โดยการลดจำนวนเงินเอาประกันภัยลง แต่กรมธรรม์ยังคงมีผลคุ้มครองต่อไปจนกว่าสัญญาจะครบกำหนด

แปลง่ายๆ ได้ว่า

ถ้าเราไม่ส่งเบี้ยประกันต่อ แล้วเลือกวิธีนี้จะเป็นการ “ลดทุนประกัน แต่ระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม”

 

 

4.กรมธรรม์ขยายเวลา (Extended Term Option)

ภาษากฎหมาย

ในกรณีที่ผู้เอาประกันชีวิตไม่ส่งเบี้ยประกัน กรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีเงื่อนไขให้ผู้ถือกรมธรรม์เลือกให้สัญญามีผลบังคับต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง โดยเอามูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตมาชำระเบี้ยประกันภัยแบบชั่วระยะเวลา ทั้งนี้จำนวนเงินเอาประกันภัยจะยังคงมีจำนวนเท่ากับกรมธรรม์เดิม

แปลง่ายๆ ได้ว่า

ถ้าเราไม่ส่งเบี้ยประกันต่อ แล้วเลือกวิธีนี้จะเป็นการ “ทุนประกันเท่าเดิม แต่ระยะเวลาคุ้มครองลดลง”

 

 

การเรียนรู้คำศัพท์ประกันชีวิตข้างต้น ทำให้เราอ่านสัญญาประกันภัยได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ว่าแต่ละคำนั้นคืออะไร ส่งผลกระทบต่อชีวิตและเงินของเราอย่างไรบ้างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้คนรอบข้างที่กำลังตัดสินใจทำประกันชีวิตให้มีความเข้าใจเอกสารประกันชีวิตมากขึ้นด้วย

 

*หมายเหตุ

ที่มาของความหมาย

  • คำศัพท์ของสัญญาประกันชีวิตจากหนังสือชุดวิชาที่ 3 การวางแผนการประกันภัย
  • คำศัพท์ประกันชีวิต http://www.oic.or.th/th/vocab-insur/a-1.htm

 

 

 

สนับสนุนโดย

 

5/10 คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันชีวิต [ซีรี่ย์ประกันชีวิต ชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกันชีวิต...]

 

 

รวมทุกบทความของอภินิหารเงินออม กูรูสาวมากความสามารถจาก aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออ...
TRENDING