377
shares
9/10 ประกันชีวิตกับภาษี [ซีรี่ย์ประกันชีวิตชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกัน]

นอกจากประกันชีวิตจะมีมุมของการออมทรัพย์ที่ทำให้เรามีระเบียบวินัยในการออมเงิน มุมของการให้ความคุ้มครองชีวิตที่จะไม่เป็นภาระให้คนข้างหลัง แล้วยังช่วยเราตัวเราประหยัดภาษีได้อีกด้วย โดยหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีของประกันชีวิต 3 เรื่อง ดังนี้

 

9/10 ประกันชีวิตกับภาษี [ซีรี่ย์ประกันชีวิตชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกัน]

 

แบบที่ 1 ซื้อเบี้ยประกันสุขภาพให้พ่อแม่

หักลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 15,000 บาท

  • ผู้จ่ายเบี้ยประกันจะต้องเป็นลูกแท้ๆ ตามกฎหมาย (บุตรบุญธรรมนำมาหักลดหย่อนไม่ได้)
  • หากผู้จ่ายเบี้ยประกันมิได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่พ่อแม่ต้องอยู่ในประเทศไทย
  • เงินได้พึงประเมินทั้งปีภาษีของพ่อแม่ต้องไม่เกิน 30,000 บาท
  • หากมีผู้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพร่วมกันหลายคน ให้เฉลี่ยการลดหย่อนตามจำนวนผู้มีเงินได้ โดยรวมกันไม่เกิน 15,000 บาท
    • ตัวอย่าง ลูก 2 คนจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้พ่อแม่ 15,000 บาท นำไปหักลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่คนละ 15,000/2 = 7,500 บาท
  • ประกันสุขภาพคุ้มครองพ่อกับแม่ ได้แก่
    • การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
    • การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
    • การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
    • การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)

 

 

แบบที่ 2 เบี้ยประกันชีวิตชนิดแบบทั่วไป

หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท

  • ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยเป็นเบี้ยประกันของสัญญาหลักเท่านั้น
  • ประกันที่มีผลตอบแทนคืนจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
  • บริษัทฯที่ออกกรมธรรม์ต้องเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
  • สำหรับคู่สมรสที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้กับคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท โดยจะต้องแต่งงานเกิน 1 ปี
    • ตัวอย่าง สามีทำงานแล้วภรรยาเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้อยู่บ้าน สามีซื้อประกันชีวิตให้ภรรยา 100,000 บาท โดยคุณสามีสามารถนำเงินประกันส่วนนี้ไปหักลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท

 

 

แบบที่ 3 เบี้ยประกันชีวิตชนิดบำนาญ

หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 200,000 บาท

  • ระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • บริษัทฯที่ออกกรมธรรม์ต้องเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
  • ผู้ทำประกันจะได้เงินบำบาญตั้งแต่ 55 - 85 ปีหรือมากกว่า โดยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ครบ
  • หักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้และต้องไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับรายการดังต่อไปนี้ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
    • RMF
    • กบข.
    • เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    • กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

 

 

ตอบคำถามคาใจ “ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี”

คำถาม

  • สรุปว่ามีประกันชีวิตอะไรบ้างที่นำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คำตอบ

เบี้ยประกันที่นำมาลดหย่อนภาษีได้มี 3 แบบ

  1. เบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อแม่
  2. เบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้
  3. เบี้ยประกันชีวิตที่ซื้อความคุ้มครองให้ตัวเอง

 

คำถาม

  • ทำไมโฆษณาบอกว่าเบี้ยประกันชีวิตชนิดบำนาญหักลดหย่อนสูงสุดได้ 300,000 บาท

คำตอบ

  • ถ้ายังไม่เคยซื้อประกันชีวิตชนิดแบบทั่วไป(ที่หักลดหย่อนได้ 100,000 บาท) ก็สามารถซื้อประกันชีวิตชนิดบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท โดยใช้สิทธิ์การลดหย่อนเหมือนเดิม คือ
    • ส่วนที่ 1 นำไปหักลดหย่อนในส่วนของประกันชีวิตชนิดแบบทั่วไปจำนวน 100,000 บาท
    • ส่วนที่ 2 นำไปหักลดหย่อนในส่วนของประกันชีวิตชนิดบำนาญจำนวน 200,000 บาทและไม่เกิน 15% ของเงินได้
    • ตัวอย่าง ถ้ามีเงินได้ทั้งปี 1 ล้านบาท ซื้อประกันชีวิตชนิดบำนาญไป 250,000 บาท ซึ่งความเป็นจริงจะได้เพียง 1,000,000 x 15% = 150,000 บาท เราสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีโดยใช้สิทธิ์ของประกันชีวิตชนิดแบบทั่วไป 100,000 บาทแรกหักออกไปก่อน แล้วส่วนที่สองก็จะใช้สิทธิ์ของประกันชีวิตชนิดบำนาญหักลดหย่อน 250,000 บาทตามลำดับ

 

การที่ภาครัฐใช้วิธีการลดหย่อนภาษีนี้เพราะต้องการจูงใจและส่งเสริมให้คนไทยหันมาเก็บเงินเพื่อสร้างความมั่งคงด้วยการทำประกันชีวิตให้กับชีวิตมากขึ้น เพื่อชีวิตวัยชราที่สุขสันต์เพราะมีเงินออมและจะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม 

 

 

 

สนับสนุนโดย

 

9/10 ประกันชีวิตกับภาษี [ซีรี่ย์ประกันชีวิตชุด หากไม่รู้ 10 เรื่องนี้ก่อนซื้อประกัน]

 

รวมทุกบทความของอภินิหารเงินออม กูรูสาวมากความสามารถจาก aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออ...
TRENDING