14.6k
views
3 ข้อคิด เพื่อตรวจสอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่
by TarKawin,Jul 9, 2017 9:47 AM
writer of Tarkawin


ช่วงหลังนี้จะลงทุนอะไรก็ต้องระวังกันเยอะนะครับ ผมเห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการเชิญชวนลงทุนที่ได้รับตอบแทนง่ายๆ เพียงแค่เอาเงินไปลงทุนกับเขาก็ได้การันตีผลตอบแทน ถามว่าได้จริงไหม

  • ก็อาจจะมีคนได้จริงและมีคนไม่ได้จริง
  • บางคนก็ได้จริงตอนแรกๆแต่พอระยะยาวก็ไม่ได้จริง
  • บางคนได้ผลตอบแทนที่เห็นได้ในระบบ แต่ไม่สามารถเอาเงินออกมาใช้ได้

 

ซึ่งสุดท้ายแล้วที่ผมเห็นมาก็คือมันจะจบลงด้วยการปิดบริษัทหนีแล้วผู้ที่เดือดร้อนจากการลงทุนก็จะไปร้องกรี๊ดๆๆๆๆหน้าตลาดหลักทรัพย์และขอให้กลต.มาตรวจสอบ ทั้งๆที่หลายๆครั้งเขาก็จะเตือนออกมาตั้งแต่แรกแล้วว่าการลงทุนแบบไหนเขารับรองอย่างถูกต้องบ้าง ที่เราพลาดไปก็ไม่ใช่อะไรหรอกแค่ความโลภบังตาทั้งนั้นล่ะครับ

 

 

มารู้ความหมายของธุรกิจแชร์ลูกโซ่กันก่อนดีกว่า ปกติแล้วเวลาที่เราทำธุรกิจกับเพื่อนหรือคนรู้จัก เราอาจจะเริ่มจากเอาเงินมารวมกันแล้วไปซื้อของมาขาย พอได้กำไรก็แบ่งกัน แต่ถ้าไม่ปกติเนี่ย เขาจะหาเงินจากการเชิญชวนคนอื่นให้มาร่วมทุนด้วย แล้วก็เอาเงินของคนใหม่ๆจ่ายเป็นผลประโยชน์ให้กับคนที่มาก่อน แล้วถ้าคนใหม่ๆอยากได้เงินก็จงไปหาคนมาร่วมทุนเพิ่ม ทำแบบนี้เป็นทอดๆไปคล้องเวรคล้องกรรมกันเป็นลูกโซ่เลย

 

ก่อนที่เราจะไปดูข้อสังเกตของธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่นะครับ คือบางทีเราอาจจะแอบสงสัยว่า ธุรกิจอะไรดี๊ดี ให้เงินปันผลได้ทุกเดือน เดือนหนึ่ง 5% 10% 20% ของเงินลงทุนได้ มันก็ต้องถามว่าเงินที่เอามาปันผลนั้นมาจากไหน ผมอยากจะท้าวความถึงหลักการของการดูที่มาที่ไปของเงินสดก่อนนะครับ


 3 ข้อคิด เพื่อตรวจสอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่

 

 

ปกติแล้วเงินจะไหลเข้าออกบริษัทไปๆมาๆใน 3 ส่วนและถ้าบริษัทจะมีเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นแล้วละก็จะต้องมาจากเงินสดที่มีอยู่ในมือบริษัทครับ ทีนี้บริษัทจะมีเงินสดเข้ามาได้ยังไง


1. เงินสดจากการดำเนินงาน : บริษัทขายของได้กำไรจะได้เงินสดเข้ามา เช่นเวลาเราเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว มันต้องมียอดขายหักต้นทุน แล้วก็มีกำไรเกิดขึ้น ร้านเราก็จะมีเงินเข้มา

2. เงินสดจากการลงทุน : บริษัทขายทรัพย์สินออกไปจะได้เงินสดเข้ามา ถ้าขายของไม่ดี ไม่มีเงินสดในกิจการเลย ร้านก๋วยเตี๋ยวอาจจะขายกิจการสาขาบางแห่งออกไปเพื่อให้มีเงินมากขึ้นก็ได้

3. เงินสดจากการระดมทุน : บริษัทยืมเงินมาหรือระดมทุนเพิ่มจากคนที่อยากเป็นเจ้าของ เจ้าของกิจการก็จะไปบอกผู้ถือหุ้นหรือไปกู้เงินในธนาคารเพื่อเอาเงินเข้าใช้ในกิจการต่างๆของบริษัท

4. นอกจากนั้นแล้วบริษัทก็อาจจะมีเงินสดที่มีอยู่ในบริษัทอยู่แล้วอีกส่วนหนึ่งมาปันผลก็ได้ อันนี้เป็นเงินจากบุญเก่าครับ บางทีมีเงินอยู่แล้วก็เอามาใช้ได้

 

 

เพราะฉะนั้นแล้วจะเป็นลูกโซ่ที่ปันผลได้อย่างตลอดเวลาหรือไม่สิ่งที่แรกเราจะต้องดูก็คือ ธุรกิจนั้นมีเงินเข้ามากพอที่จะเป็นผลให้ได้เดือนละ 10% หรือเปล่า? พูดง่ายๆก็คือถ้าเราลงทุนเปิดร้านค้าด้วยเงินทุน 1 ล้านบาท เงินก้อนนี้จะเอาไปเปิดร้าน จ้างคน ซื้อของมาขาย และต้องมียอดขายมากพอที่จะทำให้มีกำไรอย่างน้อย 1 แสนบาทมาให้กับเราทุกเดือนๆให้ได้ ซึ่งข้อมูลตรงนี้ก็ควรจะมีเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่การลงทุนมันง่ายขนาดที่จะได้ผลตอบแทนอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า ผมว่าคนที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจจะเข้าใจดี ณ จุดนี้ก็ลองเช็คที่มาของกำไรดูนะครับว่ามีจริงไหม

 

หากเงินสดที่ได้จากการทำธุรกิจมันไม่เพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผล อีกทางเลือกหนึ่งคือการขายทรัพย์สินออกไป เช่น ขายที่ดิน ขายอสังหาริมทรัพย์ ขายโรงงาน ขายหุ้น ขายเงินลงทุน ฯลฯ แน่นอนว่าการขายทรัพย์สินออกไปย่อมมีวันที่ทรัพย์สินจะหมดได้และถ้าเป็นธุรกิจที่ดีนั้นผู้บริหารจะขยายการเติบโตของกิจการโดยการลงทุนเพิ่มมากกว่าที่จะขายทรัพย์สินออกไปเสมอ ปัญหาคือที่เขามาชวนๆเราเราได้เห็นทรัพย์สินเขาไหมหรือแค่บอกลอยๆว่ามี

 

ทางเลือกสุดท้ายที่จะนำเงินมาปันผลได้คือการกู้คนอื่นมาปันผลหรือไม่ก็ระดมทุนเพิ่มเพื่อให้มีเงินสดเข้ามาในบริษัทมากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่ากรณีการกู้เงินนั้นทางธนาคารจะพิจารณาเครดิตต่างๆก่อน จึงเป็นการยากที่จะสามารถทำได้ แต่การระดมทุนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นจะทำได้ง่ายกว่า ซึ่งถ้าบริษัทดีๆนั้นจะนำเงินที่ระดมทุนไปทำการขยายกิจการให้เจริญยิ่งขึ้น ไม่มีการระดมทุนมากมายโดยไม่จำเป็นครับ แต่ก็ต้องคิดดีๆนะว่าถ้าระดมทุนแล้วจะสามารถสร้างผลกำไรอย่างรวดเร็วเพื่อมาปันผล 10% จากเงินลงทุน ได้อย่างไร และจุดนี้ล่ะครับที่เป็นบ่อเกิดของแชร์ลูกโซ่ได้

 


ข้อสังเกตง่ายๆ ของบริษัทที่เป็นแชร์ลูกโซ่จึงเป็นดังนี้


3 ข้อคิด เพื่อตรวจสอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่

 

1. มีการระดมทุนให้ผู้ที่สนใจไม่อั้น ใครๆก็เข้ามาลงทุนได้ โดยมีการการันตีผลตอบแทน และในบางครั้งอาจจะเห็นการให้ค่าคอมมิชชั่นสำหรับการแนะนำคนเข้ามาร่วมลงทุนเพิ่มได้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการชักชวนคนมาระดมทุน ดูๆไปแล้วก็คล้ายๆธุรกิจขายตรงเลยนะครับ

2. ไม่มีความชัดเจนในข้อมูล ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินได้ว่าเอาเงินไปทำอะไร แล้วที่ระดมทุนไปเยอะๆนั้นมันสามารถสร้างผลตอบแทนในกิจการได้จริงหรือเปล่า ลองถามเขาดูว่ามีข้อมูลงบการเงินที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น กระทรวงพาณิชย์ให้ดูไหม ถ้าไม่มี เป็นความลับ อย่าลงทุนเลยครับ ก

3. มีการเชียร์ให้ลงทุนและสร้างบรรยากาศเต็มไปหมด จริงๆก็คล้ายๆเวลาเขาจะปั่นหุ้นนะครับ เขาจะมีการเก็บของ ออกข่าวเพื่อสร้างราคาให้สูงเกินจริง แต่ตอนที่เจ้ากำลังเก็บเขาก็จะเก็บเงียบๆ ของดีเขาเก็บคนเดียวครับ พวกธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ก็เช่นกัน ถ้าเชียร์ๆซื้อกันเยอะๆนี่ก็ต้องระวังไว้ก่อนนะครับ ไม่แปลกใจหรอว่าทำไมเขาต้องมาชวนเรารวยด้วย ถ้าเขาได้เงินจากเราเนี่ยเขารวย แต่เราอาจจะไม่ได้รวยตามถ้าถูกหลอกนะ ฮ่าๆ

 

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและผมคิดว่าเราควรจะต้องระวังไว้มากๆก็คือ “ความเสี่ยง” มันก็อาจจะมีธุรกิจที่สามารถลงทุนและประสบความสำเร็จได้แม้มี Model การลงทุนที่แตกต่างกันออกไปซึ่งเราไม่เคยเห็น แต่ก็อย่าลืมนะครับว่า ความเสี่ยงมันสำคัญสำคัญกว่าการคาดหวังในเรื่องของผลตอบแทนเสมอ จริงอยู่ที่เขาบอกว่าจะให้เดือนละ 10-20% แต่ถ้าเราโชคไม่ดี จ่ายปุ๊ปเขาไม่ให้ผลตอบแทนละครับ แย่เลยนะ

 

 

by TarKawin
Writer of Tar Kawin.
ทุกบทความของ Tar Kawin กูรูสายน่ารักเฟรนด์ลี่จาก aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแบบ D...
TRENDING