2.9k
shares
[ซีรีย์ภาษีครึ่งปี] ตอนที่ 3 : ค่าลดหย่อนภาษีครึ่งปี
by TAXBugnoms,Sep 25, 2015 5:59 PM
writer of Taxbugnoms

โอ๊ะ.. โอ สวัสดีคร้าบบ กลับมาแล้วครับในตอนที่ 3 กับซีรีย์ภาษีครึ่งปีกับนาย @TAXBugnoms หลังจากที่เรา รู้จักกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีไป 2 ตอน โดยตอนแรกเป็นเรื่องของ รายได้ 4 ประเภทที่ต้องเสียภาษีครึ่งปี และตอนที่ 2 เป็นเรื่องของ วิธีการคำนวณภาษีครึ่งปี ตอนนี้จะมาพูดกันในเรื่องของตัวที่สำคัญที่สุดในการคำนวณภาษี นั่นคือรายการ "ค่าลดหย่อน" นั่นเองครับ

 

โดยรายการ "ค่าลดหย่อน" สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี เราจะได้รับสิทธิในการลดหย่อนบางประเภทเหลือเพียงครึ่งเดียวของสิทธิที่เราได้รับครับ (อ้อ.. ครึ่งปีก็เอาไปครึ่งเดียว) และผมได้สรุปรายการลดหย่อนทั้งหมดออกมาเป็นตารางด้านล่างนี้ครับ

 

bnpart3-03

 

โดยค่าลดหย่อนบางรายการที่สามารถลดหย่อนได้แบบแหว่งนิดเว้าหน่อย อย่างเช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต หรือ  ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมนั้น เพราะเป็นค่าลดหย่อนที่ประกอบด้วย ส่วนที่เป็น ค่าลดหย่อน และส่วนที่ ยกเว้นจากรายได้ ของเรานั่นเองครับ

 

อย่างเบี้ยประกันชีวิตและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมนั้น กฎหมายให้สิทธิลดหย่อนเต็มจำนวน 10,000 บาทและสิทธิยกเว้นจากรายได้ 90,000 บาท ดังนั้นเมื่อเป็นการยื่นภาษีครึ่งปีแล้ว ในส่วนของค่าลดหย่อนจะถูกหารครึ่งเหลือ 5,000 บาท แต่ในส่วนของการยกเว้นนั้นจะอยู่ที่ 90,000 บาทเท่าเดิม จึงทำให้สามารถลดหย่อนสูงสุดคือ 95,000 บาทครับ

 

และเงื่อนไขการใช้ค่าลดหย่อนที่ว่านี้ต้องเป็นค่าลดหย่อนที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม - มิถุนายน) เท่านั้นนะครับ ถึงจะสามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนในการยื่นภาษีครึ่งปีได้คร้าบ

 

เมื่อมาถึงตรงนี้... หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันคำนวณยากแสนยาก แต่ถ้าหากเราเลือกกรอกแบบแสดงรายการ ภงด.94 ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตก็จะมีข้อดีอย่างนึงครับ คือ ระบบจะสามารถช่วยคำนวณให้เราได้เลย ทำให้เรารู้ว่าจำนวนเงินที่เรากรอกได้สูงสุดเป็นเท่าไร ถือว่าเป็นการตรวจสอบข้อมูลการกรอกแบบแสดงรายการของเราไปในตัวครับ (อิอิ) หรือจะลองใช้งานเวปไซด์ช่วยกรอกรายการภาษีเงินได้ครึ่งปีอย่าง ITAX.in.th ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเช่นเดียวกันครับ

 

จากตัวอย่างในตอนที่ 1 และ 2 ก่อนหน้า สมมุติว่านายเกรย์แมนมีการจ่ายประกันชีวิตไปในระหว่างปีจำนวน 50,000 บาท เมื่อรวมกับค่าลดหย่อนส่วนตัวจำนวน 30,000 บาทแล้ว เท่ากับว่านายเกรย์แมนจะเหลือเงินได้สุทธิจำนวน 120,000 บาทเท่านั้น ซึ่งแปลว่านายเกรย์แมนไม่ต้องเสียภาษีสินะ!! (เนื่องจากภาษียกเว้นให้กับเงินได้สุทธิ 150,000 บาท) ฮั่นแน่... อย่าลืมครับว่า นายเกรย์แมนยังต้องคำนวณภาษีอีกวิธีหนึ่งด้วย!!!

 

อย่าลืม!! การคำนวณภาษีตามวิธีเงินได้พึงประเมิน

อย่างที่บอกไปครับว่า... ในส่วนของการคำนวณภาษีครึ่งปีนั่นเราจะใช้วิธีคำนวณเดียวกันกับการคำนวณภาษีเงินได้สิ้นปีเลยครับ โดยวิธีเงินได้พึงประเมินนั้น เราจะต้องนำ เงินได้ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน มาคำนวณภาษี โดยคูณ 0.5% แล้วมาเปรียบเทียบกับวิธีการคำนวณตามวิธีเงินได้สุทธิที่คำนวณไปก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นให้เลือกเอาจำนวนที่มีภาษีมากกว่ามาชำระครับ

 

ดังนั้นจากที่นายเกรย์แมนลัลล้าดีใจไม่ต้องเสียภาษี ถ้าคำนวณโดยวิธีเงินได้พึงประเมินนี้ก็จะกลายเป็นว่านายเกรย์แมนต้องเสียภาษีถึง 5,000 บาท โดยที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้เพราะเป็นวิธีที่คำนวณได้มากกว่านั้นเองครับ

 

ช่องทางการจ่ายภาษี

เมื่อคำนวณเรียบร้อยแล้ว ถ้ายื่นผ่านอินเตอร์เน็ตก็จ่ายชำระภาษีได้เลยคร้าบบ หรือถ้ายื่นแบบผ่านกระดาษก็สามารถชำระได้หลายช่องทางเช่นเดียวกันครับ โดยในปี 2558 นี้ไม่ว่าจะเป็น สรรพากรเขตในกรุงเทพฯ ชำระด้วยบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย บัตร TAX SMART CARD ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย โดยสามารถผ่อนชำระภาษีได้หลายงวดตามที่แต่ละธนาคารกำหนดอีกด้วยครับ 

 

และแล้ว...ซีรีย์เรื่องภาษีครึ่งปี ที่ผมเล่าให้ฟังทั้ง 3 ตอนนี้ คือ สรุปวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีที่ใครหลายคนควรรู้ครับ แม้บางคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญไว้เสียตอนสิ้นปีก็ได้ แต่ผมขอบอกตรงๆครับกว่าการจ่ายภาษีให้ถูกต้องนั้นอาจจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นกว่านี้คร้าบบ

 

สุดท้ายนี้... ซีรีย์ชุดนี้ก็คงต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ ถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ คนไหนมีรายได้ประเภทที่ 5-8 แล้วล่ะก็ อย่าลืมนำมาคำนวณภาษีและจ่ายให้ถูกต้องด้วยนะคร้าบบบบ

 

bnpart3-01

by TAXBugnoms
Writer of TAXBugnoms.
รวมทุกบทความของ TAXBugnoms กูรูสายฮากวนโอ๊ยจาก aomMONEY เจ้าของบล็อกภาษีข้างถนน ผู้รอบร...
TRENDING