สวัสดีครับ เจอกันเหมือนกันเช่นเคยกับ Weekly Outlook สรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ กับผม อัศวินกองทุน ผู้ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดทุกช่วงการลงทุน ด้วยความรู้และข่าวสารที่ถูกต้องครับผม

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ก่อนที่จะยาวไปกว่านี้ ภาพรวมการตลาดสัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงไปกว่าที่คาดการณ์ครับ...

[WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2560


ภาพรวมของตลาด

เริ่มกันที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อ จากตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ และการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แบบนี้ท่าทีจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ส่วนทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน ซึ่งเกิดมาจากรายงานประชุมของธนาคารกลางยุโรปมีการพูดถึงเรื่องการเพิ่มความเข้มงวดทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางยุโรปในอาทิตย์ก่อน ส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่า และนักลงทุนกังวลต่อผลประกอบการกลุ่มบริษัทที่ทำการส่งออก นับว่าเป็นการปรับตัวลงในสัปดาห์ที่สองติดต่อกันแล้วล่ะครับ

ในทางกลับกัน ฝั่งตลาดหุ้นเอเชียบ้านเราอย่าง อินเดียก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากการเปลี่ยนนโยบายการเก็บภาษีเป็นระบบ GST (Goods and Services Tax) ได้มีการเริ่มใช้จริงในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งระบบภาษีใหม่ช่วยลดความยุ่งยากในการทำธุรกิจในประเทศอินเดียให้สะดวกขึ้น ทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสบางอย่างหรือไม่ ต้องติดตามต่อไปครับ

ส่วนปู่ SET หรือตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง จากแรงขายทำกำไรจากหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ในขณะที่ กนง มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ประเด็นนี้ยังน่าสนใจอยู่เหมือนกันครับว่าจะมีโอกาสไปต่อหรือเปล่า

สุดท้ายสินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบที่ลดลง 6.3 ล้านบาเรล ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ทิศทางในสัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงฉันท์ใด กลยุทธ์การลงทุนก็ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปฉันท์นั้น มาดูกันต่อเลยครับผม


กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

ตลาดหุ้นไทยและเกาหลี มาคู่กันเลยทีเดียว ช่วงนี้ผมแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้นทั้งสองตลาดไปเลยครับ จากเหตุผลของแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศฟื้นตัว ซึ่งทั้งสองประเทศมีสัดส่วนการส่งออกต่อ GDP ในระดับสูง นอกจากนี้ ไทยและเกาหลี มีการค้าเกินดุลและเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงอยู่ ผมคาดการณ์ว่าในไม่ช้านี้จะมีโอกาสไปต่อได้ครับ

ตลาดหุ้นจีน H-share และอินเดีย คู่ที่แล้วแนะนำให้สะสม ส่วนคู่นี้ขอแนะนำให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้น H-share เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตอนนี้เราควรหยุดพักดูท่าทีกันต่อไปก่อนครับ ส่วนเหตุผลที่ให้ชะลอการลงทุนในตลาดอินเดียนั้น เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานแพงและการเข้าซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงมีมากหากนักลงทุนต่างชาติเทขายจากนโยบายการเงินตึงตัวในหลายประเทศครับ แม้ว่าจะดูเหมือนมีข่าวดี แต่อยากให้ดูท่าทีกันอีกสักพักก่อนครับ

ตลาดหุ้นยุโรป ท่าทีในตอนนี้ ผมคิดว่าควรชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปไปก่อน เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์เศรษฐกิจที่ดีและเสถียรภาพทางการเมืองไว้มากแล้วครับ ใครที่สะสมไว้อาจจะต้องหยุดดูสถานการณ์ไปอีกสักระยะครับผม เพราะว่าตอนนี้ผลประกอบการณ์บริษัทมีความเสี่ยงจากเงินยูโรแข็งค่า นอกจากนี้ธนาคารกลางยุโรปและอังกฤษต่างออกมาส่งสัญญาณลดความผ่อนคลายของนโยบายการเงินทำให้ตลาดมีโอกาสเกิดความผันผวนได้ จึงไม่แนะนำให้สะสมเพิ่มในตอนนี้ครับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สำหรับตลาดนี้ ผมยังแนะนำให้สะสมหุ้นสหรัฐฯต่อไปครับ โดยอาศัยมุมมองจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทให้สูงขึ้นครับ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น จัดต่อไปอย่าหยุดยั้งครับ กับการสะสมหุ้นญี่ปุ่น หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ช่วยให้เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นทั้งนั้น ดังนั้น จัดต่อไปกันได้ครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : สำหรับประเทศพัฒนาเน้นสะสมตลาดสหรัฐ และ ญี่ปุ่นครับ ส่วนตลาดเกิดใหม่เน้นฝั่งเอเชียเน้นคู่ไทยเกาหลี ซีรีย์บ้านพี่เมืองน้องครับผม


กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดูแล้วอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้น หลังถ้อยแถลงประธานธนาคารกลางยุโรปเกี่ยวกับการลดปริมาณการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) สร้างความกังวลให้แก่ตลาด โดยในระยะถัดไปคาดว่าอัตราดอกเบี้ยยังมีความเสี่ยงที่จะปรับขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีครับ

พันธบัตรรัฐบาลไทย ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวปรับขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้นกว่า 3 ปี ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง หลังธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติ 8:0 ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : เหมือนเดิมครับ กับสถานการณ์แบบนี้ผมแนะนำให้นักลงทุนเน้นกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน และให้ผลตอบแทนที่ดีแทนครับ


กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

ทองคำ ผมแนะนำให้มีทองคำในพอร์ตไว้บ้างเพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้นครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากธนาคารกลางหลายแห่งออกมาส่งสัญญาณลดความผ่อนคลายของนโยบายการเงินแบบนี้ อย่าลืมมีติดพอร์ตกันไว้บ้างนะครับผม

น้ำมัน ยังสามารถทยอยสะสมน้ำ&#

Related Story