ในบทความตอนที่แล้ว ผมได้แนะนำให้รู้จักกันว่า Indicators คืออะไร และมีวิธีการแสดงข้อมูล Indicators ด้วยกราฟแบบไหนบ้าง พร้อมทั้งอธิบายประโยชน์ของการวิเคราะห์ Indicators ว่าให้ข้อมูลอะไรกับเราบ้าง

ในตอนที่ 2 ของซีรี่ย์นี้ผมจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับสุดยอด Indicators ตัวแรก นั่นก็คือ  เส้น Moving Average (MA) หรือภาษาไทยเรียกว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ซึ่งเป็น Indicators ที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดและถูกนำไปใช้งานเพื่อช่วยตัดสินใจซื้อขายหุ้นอย่างแพร่หลาย ผมมั่นใจสุดๆ ครับว่าไม่มีใครที่วิเคราะห์ทางเทคนิคนิคเพื่อตัดสินใจซื้อหุ้นโดยที่ไม่ใช้งานเส้น Moving Average เพื่อเป็น Indicators ช่วยประกอบการตัดสินใจ เพราะการใช้งานง่ายและประสิทธิภาพของ Moving Average โดยส่วนตัวผมจึงยกให้ Moving Average เป็นสุดยอด Indicators ในดวงใจลำดับที่ 1 ที่จะต้องมีไว้อยู่ในกราฟเวลาวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคตลอดเวลา

ในโปรแกรมวิเคราะห์กราฟราคาหุ้นทุกโปรแกรมจะมี Moving Average ให้เลือกใช้งานมากมายหลากหลายประเภท ยกตัวอย่างประเภท Moving Average ที่พบเห็นบ่อยๆ เช่น Simple Moving Average (SMA), Weighted Moving Average (WMA),และ Exponential Moving Average (EMA) เป็นต้น แต่ตลอดบทความนี้ผมจะเจาะลึกและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ EMA (Exponential Moving Average) เป็นหลัก เพราะว่า EMA เป็นประเภทที่มีคนใช้งานมากที่สุดและได้รับความนิยมสูงที่สุด ในขั้นแรกผมจะให้เรารู้จักกับ Moving Average กันก่อนครับว่ามันคืออะไร มีวิธีการคำนวณอย่างไร และมีการแสดงผลเพื่อนำมาวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยวิธีไหน

ทำความรู้จักกับ Moving Average

Moving Average (MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เป็นการคำนวณค่าเฉลี่ย (Average) ของราคาหุ้น โดยใช้ข้อมูลของราคาหุ้นย้อนหลังตามที่ระยะเวลาที่เรากำหนด เช่น ถ้าเราสนใจค่าของ Moving Average ระยะเวลาย้อนหลัง 5 วัน เราจะใช้ราคาหุ้น 5 วันย้อนหลังนับจากวันปัจจุบัน มาคำนวณด้วยสูตรของค่าเฉลี่ยประเภทที่เราสนใจ หรือถ้าเราสนใจ Moving Average ระยะเวลาย้อนหลัง 10 วัน ก็หมายความว่าเราจะใช้ราคาหุ้น 10 วันย้อนหลังนับจากวันปัจจุบัน มาคำนวณด้วยสูตรค่าเฉลี่ยที่เราสนใจ ซึ่งข้อมูลราคาหุ้นที่นิยมนำมาใช้คำนวณค่า Moving Average คือ ราคาปิดของหุ้นของช่วงระยะเวลาที่เราสนใจ

แต่เนื่องจากค่าเฉลี่ยเพียงค่าเดียวไม่สามารถให้ข้อมูลที่เพียงพอกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ดังนั้นวิธีการแสดงผลของ Moving Average จึงคำนวณค่าเฉลี่ยออกมาจำนนวนหลายๆ ค่า โดยจะคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นย้อนหลังค่าใหม่ เมื่อมีข้อมูลของราคาตัวใหม่เพิ่มขึ้นมา และวาดกราฟเของ Moving Average ออกมาเป็นกราฟเส้นที่มีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า(Moving) โดยการเรียงข้อมูลค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้ต่อเนื่องกัน และวาดควบคู่กันไปกับกราฟของราคา จึงเป็นที่มาของคำว่า “Moving Average”

ตัวอย่าง ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณค่า Moving Average (MA) ระยะเวลาย้อนหลัง 5 วัน
วันที่ราคาปิดของวันข้อมูลที่ใช้คำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะเวลา 5 วัน
1C1-
2C2-
3C3-
4C4-
5C5C1,C2,C3,C4,C5   MA ของ วันที่ 5 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 1-5
6C6C2,C3,C4, C5,C6  MA ของ วันที่ 6 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 2-6
7C7C3,C4, C5,C6,C7  MA ของ วันที่ 7 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 3-7
8C8C4, C5,C6,C7,C8  MA ของ วันที่ 8 คำนวณจากข้อมูลราคาปิดของหุ้นในวันที่ 4-8

หมายเหตุ : ในบทความนี้ผมจะไม่อธิบายสูตรและวิธีการคำนวณ SMA, WMA, EMA แต่ ประเด็นหลักของความแตกต่างของ MA ทั้ง 3 ประเภทคือ สูตรคำนวณของ SMA EMA และ EMA จะให้น้ำหนักของข้อมูลแต่ละตัวที่นำมาคำนวณค่าเฉลี่ยที่ไม่เหมือนกัน หากใครสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรและวิธีกการคำนวณ SMA, WMA, และ EMA ผมแนะนำให้ลองอ่านตาม Link นี้ครับ

http://www.tradestation.com/education/labs/analysis-concepts/a-comparative-study-of-moving-averages

รูปตัวอย่างแสดงกราฟเส้น EMA คำนวณจากระยะเวลาเวลาย้อนหลัง 25 วัน โดยคำนวณค่าเฉลี่ยด้วยสูตรของ EMA ออกมาหลายๆ ค่ามาเรียงกันอย่างต่อเนื่อง และวาดเป็นกราฟเส้นควบคู่กับกราฟแท่งเทียนของราคาหุ้น

ลักษณะสำคัญของเส้น Moving Average

เมื่อเราคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นออกมาหลายๆ ค่า หลังจากนั้นเอาค่าเฉลี่ยเหล่านั้นมาเรียงต่อกันและวาดออกมาเป็นกราฟเส้น Moving Average (MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ควบคู่กับกราฟของราคาหุ้น จะมีลักษณะสำคัญของเส้น MA ที่เป็นข้อสังเกตที่ควรรู้ คือ

1) เวลาที่วาดเส้น MA ควบคู่กันไปกับกราฟของราคาหุ้น จะเห็นได้ว่ากราฟของเส้น MA จะดูเรียบง่าย (Smooth) กว่ากราฟของราคาหุ้นที่มีลักษณะผันผวน ยึกยัก ขึ้นลง มากกว่า การวาดกราฟเส้นของ MA เลยเปรียบเหมือนกับการจำลองกราฟการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นโดยตัดความผันผวนของราคาออกไปบางส่วน ทำให้มองเห็นการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นในรูปแบบที่ง่ายขึ้น

2) เวลาที่เส้น MA ถูกวาดควบคู่กันไปกับกราฟของราคาหุ้น กราฟเส้นของ MA จะเคลื่อนที่ติดตามกราฟการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น และมีทิศทางเดียวกันกับทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้น แต่จะเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงช้ากว่ากราฟของราคา จากคุณสมบัติข้อนี้ของเส้น MA จึงทำให้นักเทคนิคใช้เส้น MA เพื่อระบุว่าทิศทางแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น ณ ปัจจุบันอยู่ในทิศทางขาขึ้นหรือขาลง ทำให้เส้น MA ถูกเรียกว่าเป็น Indicators ประเภท Trend Following Indicator (คอยติดตามแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น)