ภาวะการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2557 มีความผันผวนมาก ราคาต่ำสุดของวันดัชนี SET  ปรับตัวลดลงไปถึง -138.96 จุด คิดเป็น -9.17 % แต่ราคาปิดสามารถขยับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเหลือเพียง -36.46 จุด ถ้านับจากต้นเดือนธันวาคม 2557 ดัชนี SET อยู่ราวๆ 1600 จุด และใช้เวลาเพียง 5 วัน ติดลบไปถึง 120 กว่าจุด หลายคนคงจะมีคำถามว่า หุ้นลงแรงเพราะอะไร? ตอนนี้จะซื้อหุ้นได้หรือยัง? ตลาดหุ้นจะหยุดลงหรือยัง? หรือจะลงไปกว่านี้อีกมั๊ย?  ผมขอตอบตรงๆเลยอย่างจริงใจครับว่า “ไม่รู้!!!!!!!!!” ลองอ่านบทความ คำถามต้องห้ามหากจะเรียนรู้หุ้นเทคนิค เพื่อจะได้เข้าใจครับว่าทำไมผมถึงตอบว่า “ไม่รู้!!!!!!!!”

แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ผมแนะนำให้ลองตั้งคำถามง่ายๆแบบนี้สัก 3 คำถามดีกว่าครับ 

  1. ตอนนี้เป็นจังหวะที่น่าสนใจเข้าซื้อหุ้นหรือเปล่า? เพราะอะไร? 
  2. ถ้าอยากจะซื้อหุ้นจะซื้อตัวไหนดี ?
  3. ถ้าซื้อหุ้นแล้วหุ้นไม่ยอมขึ้นจะตัดขาดทุนที่ตรงไหน เพราะอะไร?

คำถามที่ 1  ตอนนี้เป็นจังหวะน่าสนใจซื้อหุ้นหรือเปล่า?

(หลายคนคงอยากบอกว่าอย่าถามได้ไหมว่าตอนนี้น่าซื้อหรือเปล่า เพราะซื้อหุ้นเต็มพอร์ทตังหมดไปเรียบร้อยแล้ว ให้ถามว่าตอนนี้เริ่มขาดทุนเยอะแล้วจะทำยังไงดีกว่า :P) คำตอบก็คือตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีมากๆ น่าสนใจซ๊อปหุ้นราคาถูกครับ ผมนี่เมาส์ในมือสั่นไปหมดแล้วอยากเคาะซื้อหุ้นเต็มแก่ละ เหตุผลเพราะอะไรลองมาดูกันครับ

ภาพแรกเป็นกราฟรายสัปดาห์ของดัชนี SET ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน (ระยะเวลา 6ปี) ผมได้ลองลากเส้นแนวโน้มขาขึ้น (Trend Line) จะเห็นได้ว่าตอนนี้หุ้นลงปรับตัวลงมาบริเวณเส้นแนวโน้มของกราฟรายสัปดาห์เป็นครั้งที่ 4 พอดี เส้นแนวโน้มจากกราฟรายสัปดาห์ที่มีระยะเวลานาน และราคาได้สัมผัสเส้นแนวโน้มเส้นนี้ก่อนหน้ามา 3 ครั้งแล้วด้งปรับตัวสูงขึ้น  ถือได้ว่าเป็นเส้นแนวโน้มที่แข็งแกร่งอย่างมาก เพราะจะเห็นได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา 6 ปี ดัชนี SET ไม่เคยลดต่ำลงกว่าเส้นนี้เลย ดังนั้นเมื่อ ดัชนี SET ปรับตัวลดลงมาถึงเส้นแนวโน้มเส้นนี้ผมจึงคิดว่าเป็นเวลาที่ดีที่เราจะลองหาจังหวะซื้อหุ้น โดยคาดหวังว่าราคาจะเด้งกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

ภาพที่สองเป็นกราฟรายวันของดัชนี SET มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ 3 จุดคือ 

  1. บริเวณดัชนี 1370-1380 จุดเป็นบริเวณแนวรับที่พิจารณาจากจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในอดิตช่วงเดือนพฤษภาคม จะเห็นได้ว่าแนวรับจากกราฟรายวันและแนวรับจากกราฟรายสัปดาห์อยู่ที่ระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจว่าที่ดัชนี SET ระดับ 1370-1380 จุด เป็นแนวรับที่น่าจะมีแรงซื้อเข้ามามาก
  2. ปริมาณการซื้อขายของวันที่ 15 ธันวาคม สูงถึงแสนล้านบาท ตัวปริมาณการซื้อขายเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญเวลาวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ ปริมาณการซื้อขายที่สูงจะเป็นตัวยืนยันได้อย่างดีว่ามีคนเข้ามามีส่วนร่วมซื้อขายหุ้นในวันนี้เป็นจำนวนมาก และหุ้นก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นจำนวนมากด้วยเช่นเดียวกัน ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายอีกข้อหนึ่งคือหลายๆครั้งจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดมักจะเกิดในวันที่มีปริมาณการซื้อขายมากๆ ดังนั้นปริมาณการซื้อขายระดับแสนล้านบาทจึงเป็นข้อมูลให้ผมสนใจเข้าหาจังหวะซื้อหุ้นในช่วงนี้ครับ
  3. เมื่อดัชนี SET มาถึงจุดแนวรับที่สำคัญ กราฟแท่งเทียนรายวันเป็นรูป Hammer ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งการกลับตัวของราคาจากขาลงเป็นขาขึ้นที่บอกเราว่าแรงขายเริ่มน้อยลงและแรงซื้อเริ่ม aggressiveมากขึ้น กราฟแท่งเทียนรูป Hammer ที่มีใส้เทียนด้านล่างยิ่งยาว และปริมาณการซื้อขายของวันที่เกิดแท่งเทียน Hammer ยิ่งมีปริมาณมากจะยิ่งทำให้แท่งเทียน Hammer ยิ่งมีความน่าสนใจยิ่งขี้นว่าราคาน่าจะมีการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น

ถ้าเราดูจากรูปที่ 3 ซึ่งเป็นกราฟราย 5 นาทีของดัชนี SET วันที่ 15 ธันวาคม จะสามารถเห็นรายละเอียดได้มากยิ่งขึ้นว่าในกราฟแท่งเทียน Hammer รายวันมีการเคลื่อนที่อย่างไรในระหว่างวัน พบว่าในช่วงแรกของวันมีแรงขายมีพลังในการควบคุมตลาดได้มากกว่าและทำให้fดัชนี SET ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากนั้นในช่วงบ่ายก่อนตลาดปิดก็มีแรงซื้อสวนกลับเข้ามาจนทำให้ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นการแสดงให้เห็นว่าที่ดัชนี SET ระดับ 1370-1380 จุด แรงขายเริ่มอ่อนกำลัง และแรงซื้อเริ่มตื่นตัวแย่งกันซื้อหุ้นจึงต้องไล่ซื้อในราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

คำถามที่ 2 ถ้าอยากจะซื้อหุ้นจะซื้อหุ้นตัวไหนดี?

ผมมีแนวทางในการเลือกหุ้นเวลาที่ SET ลงเยอะๆ แล้วเราคิดว่า SET จะเริ่มเด้ง ผมจะเลือกซื้อหุ้นที่แข่งแกร่งกว่าตลาดในตอนตลาดปรับตัวลง (หุ้นที่มี Relative Strength) หุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาดมีลักษณะดังนี้ คือตอนที่ SET ปรับตัวลงเยอะ หุ้นตัวไหนที่ปรับตัวลงเป็น % ที่น้อยกว่า SET หรือราคาไม่ค่อยลง แต่พอ SET มีทีท่าว่าจะหยุดลงหรือเด้งขึ้น หุ้นเหล่านี้กลับเด้งขึ้นได้เร็วกว่าตลาด สำหรับหุ้นที่อ่อนกว่าตลาด (Relative Weakness) เป็นหุ้นที่มีลักษณะตรงข้ามกับหุ้นที่แข็งกว่าตลาดเป็นหุ้นที่ผมหลีกเลี่ยงเพราะเมื่อ SET ปรับตัวขึ้นหุ้นเหล่านี้มักจะไม่ปรับตัวขึ้นตาม 

มีหลักการในการหาหุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาดอยู่หลายวิธี ส่วนตัวผมใช้งานโปรแกรม Aspen for Windows ผมจะดูความแข็งแกร่งของหุ้นจากกราฟ โดยเอาราคาของหุ้นหารด้วยดัชนี SET ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมอยากดูความแข็งแกร่งของหุ้น INTUCH เทียบกับ SET ผมจะเปิดกราฟ แล้วพิมพ์ INTUCH/SET โปรแกรม Aspen for Windows ก็จะแสดงกราฟต่อเนื่องของ ราคาหุ้น INTUCH หารด้วยดัชนี SET ออกมา ถ้าช่วงไหนกราฟของ INTUCH/SET เป็นแนวโน้มขาขึ้นแปลว่า หุ้น INTUCH มีความแข็งแกร่งมากว่า SET แต่ถ้าช่วงไหนกราฟของ INTUCH/SET เป็นแนวโน้มขาลง แปลว่าหุ้น  INTUCH อ่อนแอกว่าตลาด ถ้าช่วงไหนกราฟ INTUCH/SET เป็น sideway เคลื่อนที่ไปข้างๆ แปลว่าช่วงนั้น INTUCH กับ SET ขึ้นหรือลงด้วย % ที่เท่าๆกัน หรือมีความแข็งแกร่งพอๆก