สวัสดีครับ

ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่คอลัมน์ใหม่  “สัมพลาดให้คุณฉลาดขึ้น?” ที่จะไปตระเวนสัมภาษณ์ กูรู คนดัง คนที่มีชีวิตพัง เอ้ย!! ชีวิตดี๊ดี แบบที่ไม่มีใครเหมือน รับประกันความแรงแซบแลบแปล้บสะใจตามสไตล์พี่เกรย์แมนแห่งออมมันนี่ที่คุณต้องร้องซี๊ดดดดอย่างแน่นอน

ผมสัญญาว่าจะหมั่น สัมภาษณ์คนกูรูใหม่ๆ มาให้ทุกคนอ่านกัน ทุกๆ 1 - 2 สัปดาห์ รู้ใช่ไหมครับว่า คอลัมน์แบบนี้ต้องรีบติดตาม กด Like ให้ไว และอย่าลืมแชร์ให้คนอื่นอ่านด้วยครับ เค้าจะได้รู้ว่าเราฉลาด!!  ทั้งๆ ที่ จริงๆ เราอาจจะโง่กว่าคนอื่นเยอะก็ได้ (ตึ่ง..โป๊ะ!!)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า...กับบทสัมภาษณ์ปฐมฤกษ์ด้วย ผู้ชายคนหนึ่งที่ ไม่สูง ไม่อ้วน ไม่หล่อ ไม่เตี้ย ไม่ขาว ไม่ดำ และที่สำคัญ!!  ไม่รู้ว่าผมจะสัมภาษณ์คนนี้ไปทำไม?  ขนาดผมเองยังไม่เคยได้สัมภาษณ์ ออกสื่อกับเค้าบ้างเลย ทำไมต้องเป็นคนนี้ด้วย ทำไม๊ ทำไม ทำม้ายยยยยยยยย

ต่อให้ผม #ร้องไห้หนักมาก ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา แนะนำกันเลยดีกว่า ผู้ชายคนนี้ ชื่อ “ไม้แบต” ครับ เป็นว่าที่ AomMoney Guru คนใหม่ ที่นายหมีเอาเข้ามา จะเอามาแทนที่ผม ซึ่งจะมาเขียนบทความเรื่อง “เทคนิคการเล่นแบตมินตันยังไงให้เป็นทีมชาติ” ให้พวกเราอ่านกัน…... ไม่ใช่!! (ตึงโป๊ะมึงจะตลกก็ไม่บอกนะสัส)

จริงๆแล้ว  คุณพี่ไม้แบต คือกูรูด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของเมืองไทย สามารถทำกำไรจากการปล่อยเช่า และขายคอนโดได้ถึง 2 เท่า!!! ทุกวันนี่พี่แบตมีผู้ติดตามทางเฟสบุ๊กมากกว่า 65,000 กว่า คน จนผมแอบหมันไส้และไม่อยากจะสัมภาษณ์

แต่พูดมาซะขนาดนี้ ผมเชือว่าทุกคนคงอยากรู้จักพี่แบตแล้วใช่ไหมล่ะครับ ! ถ้าไม่อยากรู้จัก ก็หัดรู้จักคนเก่งๆไว้บ้างนะครับ บางครั้งอาจเป็นเพราะเราคบแต่คนโง่ชีวิตก็เลยเป็นแบบนี้ !!

Grayman: สวัสดีครับพี่ไม้แบตครับ แนะนำตัวให้ ทุกคนรู้จักหน่อยสิครับ ส่วนคนที่ไม่อยากรู้จักพี่ เชิญด่าพวกมันได้ตามสบายเลยครับ

Maibat: สวัสดีครับ ผมชื่อ อนุพงศ์ ชัยยะราษฎร์ ครับ ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา ผมทำในบริษัทข้ามชาติมาโดยตลอดน่ะ ทำมาทางด้านการเงิน สายบัตรเครดิต ผ่านมาแล้วมากมายทั้ง Citibank , AIG และก็ย้ายมาอยู่ที่ GE จนสุดท้าย GE ขายให้กับแบงค์กรุงศรี ทำมาประมาณทั้งหมด 15 ปีแล้วครับ

Grayman: คุณพระ!! 15ปี !! ทำไมพี่แก่จังเลยครับ

Maibat: เออ กูแก่ขนาดเป็นพ่อมึงได้แล้วกัน (อันนี้พี่แบตไม่ได้ตอบครับ แต่ผมคิดว่าแกคงคิดในใจ)

Grayman: อยากให้พี่ช่วยเล่าประสบการณ์เม่า ของคุณให้ทุกคนฟังเป็นเยี่ยงอย่างหน่อยสิครับ

Maibat: ผมเริ่มต้นลงทุนในหุ้นก่อนครับ โดยจะลงทุนในพวกหุ้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดกำลังบูม ทำให้ได้กำไรดี แต่ว่า พอลงทุนไปซักพักก็เกิดความย่ามใจ เปลี่ยนไปลงทุนพวกหุ้นปั่น หุ้นปั้น หุ้นพรายกระซิบ จนทำให้พอร์ทที่มีต้องติดดอยไป สุดท้ายแล้วก็ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการทยอยขายกว่าจะได้กำไร

Grayman: ว้ายตายแล้ว!! พูดแบบนี้ที่แท้คุณก็เล่นหุ้นไม่เป็น ถึงต้องมาเอาดีด้านอสังหาใช่ไหมล่ะ ไม่แปลกหรอกครับคนเรามักจะไม่กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองผิดพลาด เฮ้อ น่าสงสารจังเลยครับ

Maibat: แหม่… คุณก็พูดเกินไป ปัจจุบันผมก็ยังซื้อหุ้นอยู่บ้างครับ แต่เป็นสัดส่วนที่น้อย แค่ 4-5 ตัวเท่านั้นเอง

Grayman: หลังจากขาดทุนจากหุ้นแล้ว พี่แบตลงทุนอะไรต่อครับ ผมจะได้ไม่ทำตาม

Maibat: หลังจากนั้น ก็มีลงทุนในพวกกองทุนรวม เป็นสัดส่วนที่เยอะหน่อย ผมก็ลงทุนพวก LTF กับ RMF และกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งข้อดีของตราสารหนี้ คือ ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากประจำ และไม่ต้องเสียภาษี 15 % ด้วย จนปัจจุบันพอร์ทเงินระยะสั้นและกลางจะอยู่ในรูปของตราสารหนี้เกือบทั้งหมด

Grayman: ลงหุ้นแล้วเจ๊ง ก็เลยมาลงทุนกองทุนง่ายๆ หวังผลตอบแทนน้อยๆ ความเสี่ยงต่ำ แบบคนทั่วไปเค้าลงทุนกันสินะ หึ!!  แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยน ที่ทำให้คนแบบพี่ กล้าที่จะเสี่ยงมาลงทุนในคอนโดกับเค้าล่ะครับ

Maibat: เอาจุดเริ่มต้นก่อนน่ะครับ

Grayman: ผมไม่ได้ ถามจุดจบแน่นอนครับ

Maibat:  ตอนแรกมีพี่ที่ทำงานมาชักชวนให้ลงทุนคอนโดแถวพระราม 9 เพราะได้ผลตอบแทนดี และหาคนเช่าได้ง่าย หลังจากที่ได้ผลตอบแทนประมาณ 8-9 % เนี่ยแหละ จึงทำให้มาศึกษาและลงทุนอสังหานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมเริ่มรู้สึกว่าอสังหาเหมาะกับการลงทุนของผม

เพราะ อสังหาเป็นทรัพย์สินที่มีลักษณะเป็นเงินเย็น ที่สอดคล้องกับข้อดีของมนุษย์เงินเดือน คือ ลงทุนได้ส่วนหนึ่งและ สามารถกู้ธนาคารได้อีกส่วนหนึ่ง

Grayman: แล้วพี่มาเป็น “Maibat” แบบทุกวันนี้ได้ยังไง ? พี่แค่อยากดังใช่ไม๊ล่ะ

Maibat: เปล่าครับ

Grayman: ไม่ต้องสร้างภาพหรอกครับพี่ เรื่องแบบนี้มันปิดกันไม่ได้หรอก เพราะผมก็อยากดังเหมือนกัน (แต่ทำไมผมไม่ดังซักทีวะ)

Maibat: เปล่าจริงๆ ครับ ผมแค่อยากจะแชร์ข้อคิดในการทำงานของผมครับ  คืออย่างงี้นะครับ ผมทำการบันทึก ทรัพย์สิน หนี้สิน การออมเงิน จดใน Excel มาตลอด 10 ปี  นับตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน  เพราะคิดว่าการวางแผนการเงินอย่างมีเป้าหมายทำให้ ผมสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างแม่นย้ำตามเป้าหมายที่วางไว้  ซึ่งผมทำมาเรื่อยๆ จนทรัพย์สินที่มีก็เติบโต ขึ้นประมาณ 100 เท่าได้

Grayman: โม้รึป่าวครับ คนบ้าอะไรจะมีวินัยได้ขนาดนั้น แถมทรัพย์สินเติบโตตั้ง 100 เท่า พี่คิดว่าคนอ่านจะเชื่อหรอ ? หรือว่าตอนแรกพี่มีหนึ่งบาท ตอนนี้ก็คงมีร้อยบาทสินะ หึ!

Maibat: เรื่องจริงครับ ผมเลยอยากที่จะแชร์ความรู้ตรงนี้  ผมเคยเขียนบทความแชร์ประสบการณ์ชื่อว่า 18 ข้อคิดการเงิน ลงในพันทิป จนกลายเป็นกระทู้แนะนำพันทิป ไม่ว่าจะเป็นห้อง สินธร สีลม และชายคา