วางแผนภาษีแบบ Step By Step สำหรับธุรกิจ “ขายของออนไลน์”
วันนี้บทความสำหรับ ภาษีธุรกิจ101 จะเป็นเรื่องของการขายของออนไลน์อีกแล้วครับ ซึ่งจริงๆแล้วบทความเรื่องนี้ @TAXBugnoms ได้เขียนไว้ในซีรีย์สั้นๆที่มีชื่อว่า ขายของออนไลน์ สบายใจเรื่องภาษี ถ้าใครสนใจก็สามารถย้อนหลังไปอ่านทั้งสามตอนได้ที่นี่ครับ
- ขายของออนไลน์ สบายใจเรื่องภาษี [1] : ความรู้เกี่ยวกับ E-Commerce
- ขายของออนไลน์ สบายใจเรื่องภาษี [2] : ทำกิจการแบบไหนต้องเสียภาษีบ้าง
- ขายของออนไลน์ สบายใจเรื่องภาษี [3] : มันมีภาษีอะไรที่ต้องเสียบ้าง?
นอกจากนั้นถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถอ่านบทความที่มีชื่อว่า ไขทุกปัญหา!! ภาษีขายของออนไลน์ เพิ่มเติมได้อีกหนึ่งบทความคร้าบบ จะได้เข้าใจกันแบบแจ๋มแจ้งแดงแจ๋กันไปเลย

Mind Map ภาษีสำหรับคนที่มีธุรกิจขายของออนไลน์
เอาล่ะคร้าบ!! หลังจากที่ปูพื้นฐานความรู้และแนะนำบทความเก่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาดู เคล็ดลับวางแผนภาษีสำหรับธุรกิจขายของออนไลน์กันบ้าง ครับว่าถ้าอยากจะทำธุรกิจออนไลน์ เราควรวางแผนอย่างไรบ้าง โดยผมขอแนะนำเป็นแต่ละขั้นตอนดังนี้ครับ
เริ่มต้นจาก เลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสม โดยปกติการทำธุรกิจนั้นจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล ซึ่งผมขอให้ทางเลือกในการตัดสินใจ 5 ข้อดังนี้ครับ
- คุณคิดว่าตัวเองเหมาะกับการทำธุรกิจจริงจัง มีฝันไกล เป้าหมายชัดเจน หรือไม่?
- คุณคิดว่าธุรกิจของคุณต้องจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่?
(ถ้ายังไม่รู้ว่าภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร กลับไปอ่านบทความข้างบนอีกครั้งหนึ่งครับ) - คุณคิดว่าจะได้ กำไรจากธุรกิจ มากกว่า 2 ล้านบาทต่อปี หรือไม่?
- คุณคิดว่าตัวเองมีความเข้าใจในเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือไม่?
- คุณยินดีจ่ายต้นทุนแฝงในการจัดการเพิ่มเติม เช่น ค่าบัญชี ค่าสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายด้านเอกสารต่างๆ หรือไม่?
ถ้าคำตอบข้างต้น คือ ใช่ ตั้งแต่ 4 ข้อขึ้นไป คุณควรพิจารณาที่จะเลือกรูปแบบธุรกิจเป็น นิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัท เพื่อเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล ครับ แต่ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ออกมาในเชิง “ไม่” หรือ “ไม่แน่ใจ” คุณควรเลือกทำธุรกิจในรูปแบบ บุคคลธรรมดา และเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แทนครับ
สาเหตุที่ผมแนะนำแบบนั้นก็เพราะว่า การเสียภาษีในรูปแบบบุคคลธรรมดานั้น ง่ายกว่าตรงที่ เราไม่ต้องจัดเก็บเอกสาร เพราะสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ในอัตรา 80% ทันที (สำหรับธุรกิจออนไลน์ที่ซื้อมาขายไปและไม่ได้ผลิตสินค้าเอง) แถมยังไม่ต้องมีต้นทุนแฝงอีกมากมาย เช่น ค่าใช้จ่ายด้านเอกสารและบัญชี สุดท้ายถ้าไม่ไหวจะเลิกเมื่อไรก็เลิกได้ไม่ต้องมีปัญหาในการปิดบริษัท เลิกกิจการให้รำคาญใจเล่นครับ
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำและย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง คือ อย่าเลือกรูปแบบธุรกิจเพราะต้องการเพียงประหยัดภาษีอย่างเดียว แต่จงเหลียวมองต้นทุนอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นบ้าง (อย่างที่ผมได้ถามไปจากคำถามข้างต้นนี่แหละครับ)
เมื่อเลือก รูปแบบธุรกิจไปแล้ว เรียบร้อยแล้ว อย่าลืม! จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าเรามั่นใจว่าธุรกิจของเรานั้นมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีแน่นอน สิ่งแรกที่ควรทำคือ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนไม่ว่าเราจะเลือกทำธุรกิจในรูปแบบ บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ก็ตามครับ
หรืออีกทางหนึ่งก็คือเก็บข้อมูลรายได้ให้แน่นอน ถ้ารู้ว่าเมื่อไรรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทในปีนั้น ให้รีบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทครับ (อ้างอิงตามมาตรา 85 /1 แห่งประมวลรัษฎากร)
เพราะถ้าหากธุรกิจของเรามีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ดันดื้อหรือไม่ยอมจด สิ่งที่จะต้องเจอ คือ เบี้ยปรับจำนวน 2 เท่า ของภาษีที่ต้องจ่าย และยังโดนเงินเพิ่มอีกในอัตรา 1.5% ต่อเดือน
โดยเคล็ดลับตรงนี้คือ ถ้าเรารู้ว่าตัวเองมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีแน่ๆ เราควรรีบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจครับ เพราะจะได้สิทธิใช้เครดิตภาษีซื้อจากการซื้อสินค้าและบริการไปด้วยครับ
และลำดับสุดท้ายของการวางแผนภาษี คือ เข้าใจกฎหมาย คลายปัญหา สำหรับขั้นตอนนี้ จะเป็นการแนะนำเรื่องแนวคิดภาษีครับ เพราะคนทำธุรกิจใหม่ๆนั้น มักจะไม่ใส่ใจกฎหมายตั้งแต่แรก แต่กลับไปเลือกให้ความสำคัญความต้องการที่จะเสียภาษีน้อยๆเป็นหลัก (ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่)
อาจจะเพราะเราลืมคิดไปว่า การทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรกนั้นเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่ง่ายกว่า เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเจอมานั้น มีหลายๆคนไม่ยอมเสียภาษี จนสุดท้ายโดยประเมินภาษีมากมายเกือบจะต้องปิดธุรกิจและล้มละลายไป ดังนั้นอยากให้หยุดคิดสักนิด ศึกษาให้เข้าใจ ผมเชื่อว่าคนคิดจะทำธุรกิจทุกคนนั้นเก่งอยู่แล้วครับ คงไม่มีอะไรที่จะยากเกินการศึกษาของตัวเองอย่างแน่นอนครับ
สุดท้ายนี้ ถ้าใครคิดว่าตัวเองมีปัญหาภาษีขายของออนไลน์อยากปรึกษา เชิญแวะมาพูดคุยได้ที่เพจ @TAXBugnoms ครับ และฝากติดตามบทความใหม่ๆทุกสัปดาห์จากเพจ @ภาษีธุรกิจ101 ด้วยนะคร้าบบ

You might also like
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ TAXBugnoms และคอลัมน์ภาษีธุรกิจกันอีกแล้วครับ หลังจาก...
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมบทความเกี่ยวกับ ภาษีธุรก...
ซื้อสินทรัพย์วันนี้!! แถมฟรีหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ...
สวัสดีครับผม... กลับมาอีกแล้วครับกับคอลัมน์ ภาษีธุรกิจ101 ประจำออมมันนี่ที่เก่าที่เดิม...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
