เรื่องน่ารู้!!! มนุษย์เงินเดือนทำธุรกิจส่วนตัวต้องเสียภาษีอย่างไร?

ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองต้องแข่งขันตามกระแส มีหลายคนต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของชีวิต มนุษย์เงินเดือนหลายๆคนจึงตัดสินใจเพิ่มโอกาสให้ตัวเองด้วยการทำอาชีพเสริมครับ บางคนอาจจะต่อยอดจากสายงานที่ตัวเองถนัด บางคนอาจจะตัดออกไปสายงานอื่น ส่วนบางคนไม่รู้จะทำอย่างไรเลยต้องกล้ำกลืนฝืนทำโอทีต่อไป แฮร่!!!
บทความ "ภาษีธุรกิจ101" วันนี้ เริ่มต้นมาจากการที่ผมได้รับข้อความส่งมาปรึกษาเรื่องภาษีหลังไมค์ที่เพจ @TAXBugnoms เป็นการสอบถามสั้นๆว่า ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน ขายของออนไลน์ในชื่อตัวเองโดยที่ไม่ได้จดบริษัท จะต้องเสียภาษียังไงและแบบไหนบ้าง และที่ผ่านมาเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่แล้ว แต่รายได้จากการขายของไม่เคยยื่นภาษีเลยครับ!! (ผ่างงงง) จะทำอย่างไรและมีโอกาสถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังหรือไม่
สำหรับคำถามนี้ ผมขออธิบายแบบนี้นะครับ เนื่องจากยังมีคนจำนวนมากเข้าใจผิดเรื่องการขายของออนไลน์อยู่่มากๆ ว่าไม่ต้องเสียภาษี แต่บอกเลยชัดๆตรงนี้ครับว่า "การเปิดร้านค้าออนไลน์" หรือแม้แต่เราจะมีรายได้เสริมอะไรก็ตามนั้น เรามีหน้าที่ต้อง "เสียภาษี" อย่างแน่นอนครับ โดยภาษีที่เราต้องนั้นมี 2 ประเภท ดังนี้
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นจะมาจากการคำนวณ "เงินได้สุทธิ" แล้วคูณด้วยอัตราภาษี
ภาษี (วิธีที่ 1) = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี
เงินได้สุทธิ = เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่เรามีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี เราจะเกิดภาระภาษีเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งนั่น คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม นี้เองครับ
"ภาษีมูลค่าเพิ่ม" คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการ โดยจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่ "เพิ่มขึ้น" ในแต่ละขั้นตอนของการผลิต การจำหน่ายหรือการให้บริการ โดยวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไปนั้นจะเรียกว่า วิธีภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ (ภาษีขาย - ภาษีซื้อ) ถ้าในเดือนไหนภาษีขายมากกว่า เราก็มีหน้าที่นำส่งให้สรรพากร แต่ถ้าภาษีซื้อมากกว่าเราก็สามารถขอคืนได้ครับ
ตัวอย่างเช่น ขายสินค้าในราคา 100 บาท ต้องบวก "ภาษีขาย" เข้าไปอีก 7 บาท เมื่อเรียกเก็บจากลูกค้า จะต้องเรียกเก็บในราคา 107 บาท ดังนั้นสำหรับเจ้าของธุรกิจทั้งหลายต้องระวังเรื่องภาษีส่วนนี้ว่าต้องรวมเข้าไปในหน้าที่ของเราเมื่อมีการขายสินค้า และอย่าลืมบวกเพิ่มเข้าไปในราคาขายด้วยนะคร้าบบ
สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีทั้งงานประจำและเปิดขายของร้านค้าออนไลน์เป็นอาชีพเสริม ผมอยากให้เริ่มถามตัวเองด้วยคำถามนี้ก่อนครับว่า “รายได้จากการขายของนั้นเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี” หรือยัง??
- กรณีที่รายได้จากการขายของออนไลน์ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี สบายใจได้ว่าเราจะเสียแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเดียวครับ
- แต่ในกรณีที่รายได้จากการขายของออนไลน์มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี รู้ไว้เลยนะครับว่า เรามีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้วยจ้าาา
วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โดยวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น กรณีที่มีรายได้จากเงินเดือนและรายได้จากการขายของออนไลน์นั้น ให้ไล่เรียงไปตามขั้นตอนดังนี้ครับ
เริ่มต้นจากวิธีคำนวณตามวิธีที่ 1
- เงินเดือนถือเป็น เงินได้ประเภทที่ 1 ส่วนรายได้ของออนไลน์ ถือ เป็น เงินได้ประเภทที่ 8 ตามกฎหมาย
- เงินเดือนสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด คือ 40% ไม่เกิน 60,000 บาท ส่วนรายได้ขายของออนไลน์นั้น สามารถหักค่าใช้จ่าย 2 วิธีคือ แบบเหมา และ แบบตามความจำเป็นและสมควร ดังนี้
- แบบเหมาในอัตรา 80% (ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด)
- แบบตามจำเป็นและสมควร (ตามเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ครบถ้วนและถูกต้อง)
- ส่วนที่เหลือคือ "ค่าลดหย่อน"
- นำเงินได้ในข้อ 1 มาลบค่าใช้จ่ายตามข้อ 2 และค่าลดหย่อนตามข้อ 3 เพื่อคำนวณหา เงินได้สุทธิ
- หลังจากนั้นคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
นำวิธีที่ 1 มาเปรียบเทียบกับวิธีการคำนวณตามวิธีที่ 2
สำหรับวิธีที่ 2 นี้ จะใช้คำนวณต่อเมื่อเรา มีเงินได้จากการขายของออนไลน์เกิน 1,000,000 บาทต่อปี ให้นำเงินได้ส่วนนี้มาคูณด้วย 0.5% เพื่อหาจำนวนภาษีที่ต้องเสียครับ!!!
ภาษี (วิธีที่ 2) = เงินได้ (ที่ไม่ใช่เงินเดือน) x 0.5%
หลังจากนั้น ให้นำภาษีที่คำนวณได้ (ตามวิธีที่ 2) มาเปรียบเทียบกับภาษีที่คำนวณจากเงินได้สุทธิ (ตามวิธีที่ 1) หากได้ภาษีจากวิธีไหนมากกว่าให้ใช้วิธีนั้นในการเสียภาษีครับ!!
วิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับ "วิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม" นั้น ผมแนะนำให้เริ่มต้นจากการไปขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่สำนักสรรพากรในพื้นที่ที่กิจการของเราตั้งอยู่ก่อนนะครับ แล้วหลังจากนั้น ตามมาด้วยวิธีการดังนี้ครับ
- ทุกครั้งที่ขายสินค้า อย่าลืมบวกภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% พร้อมกับออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง
- ทุกครั้งที่ซื้อสินค้า อย่าลืมขอใบกำกับภาษีที่ถูกต้องจากผู้ขายสินค้า
- ในทุกๆเดือน ให้นำภาษีขายที่ออกให้ลูกค้าในข้อ 1 มาหักออกจากภาษีซื้อที่ได้รับจากผู้ขายในข้อ 2
- ผลต่างจากข้อ 3 ให้นำส่งแก่กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

และทั้งหมดนี้ คือ วิธีการเสียภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ขายของออนไลน์ทั้งหลายครับ แต่แน่นอนครับว่าตอนนี้ต้องมีคนแอบงงอยู่แน่ๆ ดังนั้นผมขอยกตัวอย่างประกอบความเข้าใจให้เพื่อนๆพี่ๆน้องฟังกันนะคร้าบ
ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ตัวอย่างเช่น นายเกรย์แมนเป็นมนุษย์เงินเดือนโสดสนิทมีรายได้ 50,000 บาทต่อเ
You might also like
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ TAXBugnoms และคอลัมน์ภาษีธุรกิจกันอีกแล้วครับ หลังจาก...
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมบทความเกี่ยวกับ ภาษีธุรก...
ซื้อสินทรัพย์วันนี้!! แถมฟรีหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ...
สวัสดีครับผม... กลับมาอีกแล้วครับกับคอลัมน์ ภาษีธุรกิจ101 ประจำออมมันนี่ที่เก่าที่เดิม...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
