สวัสดีปีใหม่ 2558 มิตรรักแฟนบทความของ DaddyTrader ทุกๆคน ปีเก่าก็ได้ผ่านไปอีกหนึ่งปี เริ่มต้นปีใหม่ 2558 ผมขออวยพรให้ทุกท่านได้พบกับสิ่งดีๆตลอดทั้งปี 2558 หุ้นในพอร์ทที่ซื้อไว้ก็ขอให้ราคาขึ้นได้กำไร หุ้นที่เคยติดดอยก็ขอให้ลงจากดอย สิ่งร้ายๆ ที่ผ่านเข้ามาก็ขอให้ผ่านพ้นไป ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา

เนื่องจากบทความนี้เป็นบทความแรกของปี
ผมจึงอยากเสนอเนื้อหาสำคัญที่จะทำให้เริ่มต้นศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้อย่างถูกต้องครับ

การที่เราจะประสบความสำเร็จในงานด้านใดสักด้านหนึ่ง สิ่งที่จำเป็น คือ เราควรจะรู้ว่ามีปัจจัยหรือองค์ประกอบอะไรบ้างที่มีความสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในงานนั้นๆ ผมจึงอยากให้คนที่อยากศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคเริ่มต้นด้วยการรู้จักองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วนที่จะทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนซื้อขายหุ้นโดยการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ว่า ได้แก่

1. ต้องมีความรู้ในการอ่านกราฟ

องค์ประกอบแรกที่มีความสำคัญ คือ ความรู้พื้นฐานในการอ่านกราฟ ซึ่งจะมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจ ได้แก่

  • การเรียนรู้เกี่ยวกับวัฏจักร (Cycle) ของการเคลื่อนที่ของราคาที่จะมีขึ้นและมีลงสลับกัน การระบุตำแหน่งในบัจจุบันของของวัฏจักรเพื่อให้เห็นภาพกว้างๆ ว่าตอนนี้เราอยู่ในช่วงเวลาไหนของวัฏจักรและควรจะทำอะไร
  • การเรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend) การเคลื่อนที่ของราคาและเครื่องมือต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มเพื่อดูว่าแรงซื้อหรือแรงขายในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันฝั่งไหนเป็นผู้ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาในตลาด เพื่อตอบคำถามว่าขณะที่เรากำลังสนใจซื้อขายหุ้นเราควรเลือกอยู่ฝั่งซื้อหรือฝั่งขายมากกว่ากัน
  • การเรียนรู้การวิเคราะห์หาแนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance) เพื่อหาจุดหรือระดับราคาที่น่าสนใจซื้อขายเพราะที่แนวรับแนวต้านจะเป็นระดับราคาที่มีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาเพิ่ม ซึ่งการวิเคราะห์หาแนวรับ-แนวต้านสามารถใช้ประโยชน์ในการหาจังหวะในการซื้อขายได้เป็นอย่างดี
  • การเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา (Chart Patterns)และการแปลความหมายกราฟแท่งเทียน (Candle Sticks) เพื่อวัดอารมณ์ของคนที่กำลังซื้อขายในตลาดในแต่ละแท่งเทียนว่าเป็นอย่างไร
  • การเรียนรู้เกี่ยวกับดัชนีชี้วัดต่างๆ (Indicators) ที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเตือนหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายในแต่ละครั้ง

ความรู้พื้นฐานในการอ่านกราฟ จะเป็นส่วนที่มีเนื้อหาค่อนข้างเยอะ มีข้อสังเกตและเทคนิคในการอ่านกราฟเพื่อนำไปใช้งานหลากหลายวิธี สำหรับผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้การวิเคราะห์ทางเทคนิคผมแนะนำให้ศึกษาในส่วนที่เป็นพื้นฐานในการอ่านกราฟและการตีความอารมณ์ของกลุ่มคนประเภทต่างๆ ที่เข้ามาซื้อขายในตลาดจากกราฟให้เข้าใจเสียก่อน แล้วค่อยศึกษาเทคนิคขึ้นสูงที่เป็นสูตรลับเฉพาะตัวของแต่ละคนเพื่อดูแนวความคิดว่าคนเก่งๆ เหล่านั้นมีวิธีการประยุกต์เอาความรู้พื้นฐานมาใช้ในการซื้อขายจริงกันอย่างไร แล้วสุดท้ายค่อยนำแนวคิดเหล่านั้นปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์การซื้อขายของตัวเอง

2. แผนกลยุทธ์ในการซื้อขาย

การมีความรู้ในการอ่านกราฟเป็นจนสามารถรู้ได้ว่าเราควรจะอยู่ฝั่งซื้อหรืออยู่ฝั่งขาย และสามารถหาจังหวะในการซื้อขายที่ดีได้แค่เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค เพราะยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจควบคู่ไปด้วย คือ การมีแผนกลยุทธ์ในการซื้อขาย ซึ่งจะมีรายละเอียดประกอบไปด้วย

  • การกำหนดกลยุทธ์ในการเข้าซื้อหุ้น (Entry Strategy) ว่ารูปแบบกราฟต้องมีหน้าตาแบบไหนจึงจะตัดสินใจลงมือซื้อหุ้นตัวนั้น
  • การกำหนดกลยุทธ์ในการขายหุ้น (Exit Strategy) โดยถ้าสถานการณ์เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเราจะมีวิธีปล่อยให้กำไรเติบโต (Let Profit Run) ไม่รีบร้อนทำกำไรเร็วเกินไปอย่างไร หรือถ้าเหตุการณ์ไม่เป็นใจ เกิดราคาหุ้นลดต่ำลงจะขายเพื่อตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ตรงไหน อย่างไร และเพราะอะไร 
  • การกำหนดกลยุทธ์โดยการใช้ตัวกรองสัญญาณหลอก (Trade Filter) เพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นว่าผลการซื้อขายจะออกมาเป็นกำไร 
  • การใช้กลยุทธ์การซื้อขายแบบซอยเป็นหน่วยย่อยหลายๆ ส่วน (Multiple Units) โดยไม่ลงมือซื้อหรือขายหุ้นแค่ไม้เดียวเพื่อเป็นการกระจายโอกาสด้วยการซื้อหรือขายหลายหน่วยย่อยไปตามเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
  • กลยุทธ์ในการเลือกหุ้น (Stock Scanning) เพื่อหาหุ้นที่มีศักยภาพมากกว่าตัวอื่นๆ
  • กลยุทธ์ในการบริหารเงินลงทุน (Money Management) เผื่อกรณีที่ขาดทุนจะได้ไม่เกิดความเสียหายมากจนเกินไปซึ่งจะทำให้เราสามารถอยู่รอดในตลาดและซื้อขายหุ้นได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน  

จะเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์ของการวางแผนกลยุทธ์ในการซื้อขายนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ ลดโอกาสผิดพลาด และกระจายความเสี่ยงในการลงทุน มีการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

แผนกลยุทธ์ในการซื้อขายที่ดีจะช่วยให้เราไม่ขาดทุนอย่างหนักและตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบากในการลงทุน การที่เราให้ความสำคัญกับความรู้ในการอ่านกราฟเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีแผนกลยุทธ์ในการซื้อขาย ถ้าจะเปรียบกับสถานการณ์ในการสู้รบ ก็เหมือนกับเราให้ความสำคัญแต่กับฝึกฝนทหารในกองทัพให้มีฝีมือเก่งกล้าในการต่อสู้ แต่กลับไม่มีกุนซือที่จะช่วยวางแผนการออกรบ โดยหวังว่าจะใช้ความสามารถในการสู้ของทหารเหล่านั้นรบเพื่อเอาชนะด้วยวิธีบุกตะลุยเข้าโจมตีเพื่อทำลายข้าศึกเพียงอย่างเดียว การคาดหวังผลชนะจากการสู้รบด้วยวิธีนี้น่าจะเป็นไปได้ยาก หรือหากรบชนะจริงก็อาจต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากก่อนที่จะประสบความสำเร็จที่เทียบกันแล้วอาจจะไม่คุ้มค่าก็เป็นไปได้

3. มีวินัยสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้