หลังจากห่างหายไปนานกับการเขียนบทความ เนื่องจากงานช่วงนี้ที่ถาโถมเข้ามาใส่อย่างต่อเนื่องครับ ไม่มีเวลาแม้จะกินข้าว ปัจจุบันต้องต่อสายน้ำเกลือและ สารอาหาร เข้าหลอดเลือดเลยทีเดียว(เว่อร์มาก) นอกเรื่องไปตั้งไกลครับ (ไหนบอกไม่มีเวลา ยังจะนอกเรื่องอีก) เรามาต่อกันกับ กองทุน RMF ที่น่าสะสมกันนะครับ

กองทุนที่น่าสะสมในครั้งนี้ผมขอแบ่งเป็น 4 ประเภทละกันนะครับ

1. กองทุนหุ้น RMF

กองทุนหุ้นสไตล์ Active Fund

กองทุนที่เข้ารอบ เข้าตา ผมในครั้งนี้คือ 3 กองทุนนี้ครับ

1.1 UOBEQRMF (UOBAM)

เน้นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ที่มีการเติบโตสูง กองทุนปรับเปลี่ยนหุ้นค่อนข้างไว สไตล์ซื้อมา-ขายไปเพื่อผลกำไร ผลตอบแทนระยะสั้นผันผวนมาก แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่สูงมากเช่นเดียวกัน

1.2 ABSC-RMF (Aberdeen)

เน้นการลงทุนในหุ้นแบบพื้นฐาน ในหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่ราคายังถูก สไตล์ Buy and Hold ผลตอบแทนไม่ผันผวน แต่ผลตอบแทนระยะยาวยังดีและน่าสนใจ

1.3 BERMF (BBLAM)

เน้นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ที่มีการเติบโตสูง จะมีการคัดเลือกและสลับเปลี่ยนหัุ้นในกองทุนบ้าง ตามสถานการณ์ ทำให้มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ

ที่ผมเลือกกองทุน 3 กองทุนนี้ก็ เนื่องจากผลตอบแทนที่ "สม่ำเสมอ" และให้ผลตอบแทนที่ดีด้วยครับ

อย่างที่ผมเขียนบอกทุกครั้ง และ เสมอ ๆ ว่า เรากองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี แต่อาจจะไม่สม่ำเสมอก็ได้ ซึ่งอันนั้นผมจะไม่เอามาอยู่ในกองทุนคัดเลือกเด็ดขาด

กองทุนสไตล์ Passive fund (กองทุนอ้างอิงดัชนี) (อ่านเรื่องกองทุน passive vs active ที่นี่)

ก่อนจะจบในส่วนของกองทุนหุ้น ผมอยากบอกว่าอย่าลืมกองทุนประเภท Passive Fund ด้วยนะครับ เนื่องจากกองทุนแบบนี้ก็ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นกันครับ และที่สำคัญต่อให้ผู้จัดการกองทุนลาออกไป ก็ไม่กระทบต่อตัวกองทุนแบบนี้ด้วยครับ

SCBRMS50 (SCBAM) – เหมาะกับคนที่ชอบลงทุนแบบ Passive ที่ระยะยาวแล้วให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งตามทฤษฎีแล้วในระยะยาวไม่มีใครเอาชนะตลาดหุ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นการลงทุนแบบนี้จึงยังน่าสนใจ ที่สำคัญค่าธรรมเนียมถูกมากเมื่อเทียบกับกองทุนแบบ Active

2. RMF (ตราสารหนี้ในประเทศไทย)

จริง ๆ กองทุน RMF ตราสารหนี้นั้นเป็นสิ่งที่หลายท่าน"ลืม"ไปในการลงทุนครับ เพราะว่าอะไรน่ะหรือครับ เพราะว่าเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้นมันน่าดึงดูดมากกว่า แต่ผมขอแนะนำว่าในการซื้อ RMF นั้น เราควรที่จะมองหากองทุน RMF ตราสารหนี้ก่อน กองทุนหุ้น LTF เสียด้วยซ้ำครับ เพราะจะเป็นตัวช่วยในการลดความเสี่ยงจากการลงทุน LTF นั้นเองครับ เนื่องจากว่า LTF นั้นจะเน้นการลงทุนในหุ้นเสียมากกว่าครับ ถ้าเป็นคนที่รับความเสียงได้ต่ำ เราก็ควรที่จะมี กองทนตราสารหนี้ RMF ดี ๆ ซักกอง เพื่อที่จะทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนระยะยาวของเรานั้นลดลงจนอยู่ในระดับที่เรารับได้ครับ

แต่วันใดไม่พอใจ หรือ เป็นช่วงขาขึ้นของตลาดหุ้นอย่างชัดเจนแล้วละก็ เราเองก็สามารถที่จะ "สับเปลี่ยน" กองทุน RMF ตราสารหนี้เหล่านี้ไปยังกองทุนหุ้นได้เช่นกันครับ โดยไม่จำกัดเฉพาะ กองทุนของ บลจ. เดียวกันนะครับ สามารถเปลี่ยนไปยังบลจ. อื่น ก็ได้ครับ และก็ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นกองทุนหุ้นอย่างเดียว จะเป็นกองทุนทองคำ หรือ กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ก็ได้ครับ แต่ขออย่างเดียวคือ ยังคงเป็น RMF เหมือนเดิมครับ

ปล. ไม่ผิดกฏเกณฑ์การถือครองในการลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน RMF ด้วยนะครับ !!

กองทุนที่น่าสนใจในการลงทุนด้วยก็คือ

2.1. NFRMF (Thanachart)

กองทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน แต่มีสัดส่วนของพันธบัตรผสมอยู่ด้วย

2.2. KFGOVRMF (KSAM)

กองทุนเน้นลงทุนในพันธบัตรเป็นส่วนมากจึงมีความเสี่ยงด้านการผิดชำระหนี้ต่ำ

2.3. BFRMF (BBLAM)

กองทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ แต่มีสัดส่วนของตราสารหนี้เอกชนผสมออยู่ด้วย

ถึง 3 กองทุนนี้จะแตกต่างกันในเชิงนโยบายการลงทุนแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี และใกล้เคียงกันครับ ชอบกองทุนไหน ก็เลือกกันได้เลยครับ

 ผลตอบแทนย้อนหลัง1 Year3 Years5 Years10 Years
Nasset General Fixed Income RMF3.893.742.783.48
Bualuang Fixed-Income RMF3.913.222.662.87
Krungsri Government Bond RMF4.373.942.723.10
ข้อมูลจาก Morningstar Direct ณ วันที่ 30/9/14

3. RMF (ตราสารหนี้ต่างประเทศ)

ลงทุนในกองทุนหลัก( Master Fund)คือ กองทุน Templeton Global Bond Fund ที่เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการบริหารกองทุนเช่น การซื้อ-ขายค่าเงิน, มองหาโอกาสลงทุนในตลาดเกิดใหม่ จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาว 2-3 ปีขึ้นไป และแน่นอนว่า การลงทุนในกองทุนต่างประเทศนั้นเป็นการกระจายความเสี่ยงในระดับภูมิภาคไปด้วยนั่นเอง และเป็นการเพิ่มผลตอบแทนได้ดีในระยะยาวด้วยครับ

3.1. TMBGRMF (TMBAM)

3.2. T-GlobalBondRM