ออมเงินเหรอ? ทุกวันนี้แค่ใช้ต่อเดือนยังจะไม่พอเลย!!!

ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ แถมบางคนยังมีค่าเทอมลูกอีก แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาออม~ หลายคนคิดว่าการออมเงินคือการเปิดบัญชีและเอาเงินเข้าไปฝากกับธนาคารเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วการออมเงินเกิดได้ตลอดเวลา เพราะหัวใจชองการออมเงินคือ การใช้เงินอย่าง 'ชาญฉลาด' หรือพูดง่ายๆก็คือ ถ้าใช้เงินให้ดีก็ออมเงินได้แล้ว แล้วเราต้องใช้เงินยังไงล่ะ? มาดูไอเดียใช้เงินเจ๋งๆที่จะช่วยให้เงินในกระปุกของเราเต็มเร็วขึ้น


ไอเดียที่ 1 รู้ว่าตัวเองจ่ายอะไรไปบ้าง

สิ่งแรกที่เราต้องรู้เมื่อต้องการออมเงินคือ เราต้องรู้ว่าเงินของเราหายไปไหน เรื่องนี้ทำได้ง่ายที่สุดโดยการตั้งงบค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะใช้แอพลิเคชั่น, จดรายรับ-รายจ่าย, หรือจะจดลงเศษกระดาษที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ แค่ขอให้เรารู้ว่าเราใช้เงินไปกับอะไรบ้างถือเป็นใช้ได้

บางคนคิดว่ารายจ่ายเล็กๆไม่ต้องจดก็ได้ไม่เป็นไร ขอบอกเลยว่าถ้าเป็นเรื่องเงินๆทองๆแล้วไม่เป็นไรไม่ได้!!! ยิ่งเราใส่ใจสถานะทางการเงินของตัวเองมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งใช้เงินน้อยลงเท่านั้น


ไอเดียที่ 2 อย่ารู้สึกว่าเราต้องโอเคกับเรื่องเงิน

'ปลอดภัยไว้ก่อน' คำนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง แต่บางเรื่องของการเงินกลับเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ก็อย่าคิดมากไป ถ้าเราไปแฮงเอาท์กับเพื่อนบ่อยๆ เราคิดว่านิดหน่อยเอง แต่พอเอารายจ่ายทั้งหมดมารวมกันกลับเป็นรายจ่ายก้อนโตไปซะได้ ดังนั้นบางครั้งเราก็ต้องเซย์โนบ้าง หรือเราอาจจะพาเพื่อมาเที่ยวบ้านเราแทนไปเที่ยวที่อื่นก็เป็นอีกไอเดียที่จะช่วยเราประหยัดเงินแถมยังเพิ่มความสนิทในกลุ่มเพื่อนอีกด้วย


ไอเดียที่ 3 ดูให้ดีว่าอะไรคือกับดักทางการเงิน

บางครั้งแค่ 'ปลอดภัยไว้ก่อน' อาจไม่เพียงพอ แต่เราต้องรู้ด้วยว่าอะไรคือกับดักทางการเงินของเรา เราเป็นนักช็อปเพื่อระบายอารมณ์รึเปล่า? รึต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆตลอดเวลา? ไม่ว่าจุดอ่อนของเราคืออะไรก็ตาม ให้วางแผนเตรียมรับมือกับจุดอ่อนนั้นให้ดี บางที่เราอาจลองวางแผนหาสิ่งทดแทนเพื่อลดรายจ่าย เช่น ถ้าคุณทำงานไม่ได้ถ้าไม่ดื่มลาเต้อุ่นๆสักแก้วในตอนเช้า ก็ลองหาทางทำลาเต้ด้วยตัวเองที่บ้านแทนที่จะซื้อมาดื่ม แบบนี้ก็ช่วยลดรยจ่ายแถมเพิ่มทักษะการชงกาแฟให้ตัวเองเก๋ๆอีกด้วย


ไอเดียที่ 4 สร้างบัญชีต้องห้าม

คนรวยเริ่มต้นการเก็บออมเงินแล้วก็ใช้จ่ายเล็กน้อยไปกับสิ่งจำเป็น ทำให้พวกเขามุ่งมั่นเก็บออมต่อไปได้ แต่การออมแบบนี้อาจจะยากไปหน่อยสำหรับมือใหม่หัดออม ลองเริ่มต้นด้วยการโอนเงินส่วนที่ต้องการออมจากบัญชีเงินเดือนของเราไปยังบัญชีที่เราถอนออกได้ยากแทน แต่เราก็มีอีกวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือการลงทุน เพราะการลงทุนจะทำให้เงินของเรางอกเงยขึ้นมาในเวลาเดียวกันกับที่เราออมเงิน ยิ่งเราออมมาก เงินที่เราใช้ลงทุนก็จะมากขึ้นตามไปด้วย แบบนี้สิมีแต่ได้กับได้


ไอเดียที่ 5 จัดระเบียบซะ

ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าเคเบิลทีวีหรืออินเทอร์เน็ต, โทรศัพท์, รถยนต์ หรือทุกๆบิลที่เราต้องจ่าย เราเข้าใจว่าการจดจำรายการและวันที่ต้องจ่ายนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ถ้าเราลืมจ่ายสักบิล ค่าปรับที่ต้องจ่ายก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากปัญหาของคุณคือ ทำยังไงก็จำไม่ได้ว่าต้องจ่ายบิลวันไหน ลองใช้วิธีหักบัญชีจ่ายอัตโนมัติดู แค่นี้เราก็จ่ายค่าบิลได้ตรงเวลาแถมก็ไม่ต้องเสียค่าปรับอีกต่างหาก


ไอเดียที่ 6 อย่าลืมสร้างเป้าหมายทางการเงิน

การสร้างเป้าหมายคือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการเก็บออมเงิน เพราะนั่นจะช่วยให้คุณหักใจไม่ซื้อกางเกงยีนส์ที่เราเล็งเอาไว้ หรือไม่ไปแฮงเอาท์กับเพื่อนๆสามวันรวด ควรเริ่มต้นด้วยการสร้างเป้าหมายเล็กๆและใช้เวลาสั้นๆในการบรรลุผลสำหรับตัวเรา (เช่นภายใน 6 เดือนต้องเก็บเงินให้ได้ 3 -6 เท่าของเงินเดือนเป็นเงินฉุกเฉิน)


ไอเดียที่ 7 ไม่มีคำว่าอายุน้อยเกินไปสำหรับการเกษียณ

หลายคนคิดว่าการเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว แต่ก็ไม่เร็วเกินไปที่จะลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณ ลองคิดดูให้ดี หากเราเริ่มลงทุนตอนอายุ 35 ไม่ลงทุนตอนอายุ 25 ถือว่าเราเสียเวลา 10 ปีที่จะรวบรวมเงินเพื่อการลงทุน นั่นมันมากกว่าพัน(และหลายพัน)บาทซะอีก ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวม RMF ที่นอกจากจะใช้เงินจำนวนไม่มากในการลงทุนแล้วยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย


การออมเงินไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้คูปองลดราคาเพื่อซื้อของทุกอย่าง หรือใช้ชีวิตโดยปราศจากสิ่งที่เราชอบ แค่ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและดูแลรายได้ให้ดี เพียงแค่นี้คุณจะสามารถมีเงินเก็บได้แบบชิลๆแล้ว