3 กองทุนต่างประเทศที่น่าลงทุน
ก่อนจะไปถึงกองทุนต่างประเทศที่น่าลงทุน เรามาดูกันครับว่า กองทุนรวมประเภทนี้นั้นมีลักษณะอย่างไร และทำไมเราต้องลงทุนกับกองทุนประเภทนี้
โดยอ่านได้จากบทความนี้ครับ กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund: FIF)
แต่ถ้ายาวไปไม่อ่าน ผมได้สรุปไว้อย่างคราว ๆ ครับ(ถ้าท่านขี้เกียจอ่านก็มาดูที่ผมสรุปได้ครับ)
สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนกับกองทุน FIF และทำไมกองทุนแบบนี้จึงน่าลงทุน ก็คือ
1. รูปแบบของกองทุน
ว่าเป็นแบบ Fund of Fund , Feeder Fund และ การที่บลจ. จ้างที่ปรึกษาการลงทุนเพื่อมาคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุนให้
2. ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บที่อาจจะมีการเก็บซ้ำซ้อนได้
เนื่องจากกองทุนที่ บลจ ไทยไปลงทุนด้วยก็มีการเก็บค่าธรรมเนียมแล้ว 1 รอบ มาเจอ บลจ ในไทยเก็บอีกรอบเลยทำให้ค่าธรรมเนียมค่อนข้างที่จะแพงกว่ากองทุนที่ลงทุนในประเทศ
3. ความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ก็อาจจะทำให้เราขาดทุนได้ หรือได้กำไรมากกว่าเดิมก็เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง แต่ถ้าท่านไหนที่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเรื่องของค่าเงิน บางกองทุนได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินไว้แล้วครับ
4. ความน่าสนใจของกองทุน FIF
ก็คือ การกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศต่าง ๆ หรือ กระจายความเสี่ยงในระดับภูมิภาค
ซึ่งผมเชื่อว่า หลายท่านอาจจะมองข้ามไป และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือ เราก็ลืมไปว่าบางครั้งการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีนั้น ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเราครับ
คราวนี้เรามาดูกองทุนต่างประเทศ ว่ามีกองทุนไหนที่น่าสนใจกันครับ
1. กองทุน SCB S&P500 ,ทหารไทย US500 และกองทุน ASP S&P500
สาเหตุที่ผมแนะนำกองทุนหุ้นในสหรัฐนั้นก็เพราะว่า ถ้าเราดูจากการลงทุนในระยะยาวแล้วละก็จะเห็นได้ว่า ตลาดหุ้นในสหรัฐเองถึงแม้ว่าจะเจอวิกฤตมาหลายครั้งหลายครา แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดี จากภาคเอกชนสหรัฐ(บริษัทต่าง ๆ ยังคงแข็งแกร่ง) และยังเป็นประเทศเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกนั้น ก็ยังทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐนั้นยังคงสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้เรื่อย ๆ และประเด็นที่น่าสนใจคือ คนสหรัฐเองก็ลงทุนในตลาดหุ้นค่อนข้างมาก โดยที่ไม่ต้องมีมาตราการอย่าง LTF มากระตุ้นในคนลงทุนในตลาดหุ้น ทำให้ตลาดหุ้นของสหรัฐนั้นค่อนข้างมีเสถียรภาพมากนั่นเอง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ในช่วงนี้เศรษฐกิจสหรัฐเรียกได้ว่าเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนมากขึ้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ปรับตัวขึ้นดีตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอัตราการว่างงาน การซื้อบ้าน ดัชนีเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทางธนาคารกลางสหรัฐเองก็มีแนวโน้มที่จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย และส่งสัญญาณต่าง ๆ ในทางบวกมากขึ้นครับ
และที่ผมได้แนะนำให้ลงทุนกับกองทุนแบบ Passive Fund (ท่านไหนไม่ทราบว่า Passive Fund คืออะไรกดที่นี่ครับ)
เนื่องจากว่ากองทุน Active fund ที่ทำผลตอบแทนได้ดี และเอาชนะตลาด หรือ ลงทุนแล้วได้กำไรมากกว่ากองทุน Passive Fund ในสหรัฐนั้น หาได้ยากมากครับ ดังนั้นการลงทุนในสหรัฐ ด้วย Passive Fund ผมว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ เนื่องจากค่าธรรมเนียมต่ำมากเมื่อเทียบกับกองทุนแบบ Active ครับ ส่วนระยะยาวยิ่งเราลงทุนนานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้อัตราการขาดทุนน้อยลงครับ กองทุนแบบนี้อาจจะดูแล้วไม่ค่อยน่าสนใจ เพราะว่ามัน"น่าเบื่อ" ดูไม่มีลูกเล่น แต่ผมเชื่อว่า แมวแบบไหนก็จับหนูได้ครับ ยิ่งเป็นเรื่องการลงทุน เราควรสนใจผล มากกว่าความน่าสนใจ หรือ ลูกเล่น ใช่ไหมครับ ?
2. กองทุน SCB Nikkei 225 และ Asset Plus Stars Fund 6
คราวนี้เรามาดูกองทุนฝั่งญี่ปุ่นกันบ้างครับ ทำไมกองทุนญี่ปุ่นถึงน่าสนใจ ?
คำตอบก็คือ ช่วงนี้ญี่ปุ่นนั้นเริ่มที่จะ "กลับมา" (ไม่ได้ย้ายประเทศนะครับ) ผมหมายถึง เศรษฐกิจโดยรวมของทั้งประเทศญี่ปุ่นที่กำลังดูดีขึ้น จากนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการ เพิ่มการลงทุนซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน และพยายามทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลง เพื่อให้ส่งออกได้ดีขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นเองนั้น เศรษฐกิจขึ้นกับอุตสาหกรรมหนัก และ การส่งออก นั่นเอง ข้อดีอีกประการคือ ทำให้ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวนั้นถูกลงครับ
คราวนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเป็นการลงทุนแบบ Passive Fund อีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ ญี่ปุ่นเอง ตัวดัชนีนั้น ไม่ได้ปรับตัวขึ้น และ มีเสถียรภาพเท่ากับสหรัฐ และปัจจุบันตลาดหุ้นก็ยังไม่ได้กลับมาดีเหมือนเมื่อก่อน (ตามกราฟ) แถมดูแล้วยังคงเป็นแนวโน้มที่ดูแล้วอนาคตอาจจะไม่ดีก็ได้
แต่เนื่องจากช่วงนี้อย่างที่ผมได้อธิบายไปว่า รัฐบาลของนายก อาเบะ นั้นเริ่มที่จะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาดีขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีการขึ้น VAT ทำให้การลงทุนกับกองทุนหุ้นที่มีสัดส่วนของการค้าปลีกในประเทศนั้นชะลอตัวลง ดังนั้นถ้าเราลงทุนกับกองทุนที่ลงทุนในดัชนี Nikkei 225 ที่เป็นหุ้นของบริษัทส่งออกเสียเป็นส่วนใหญ่ น่าจะทำให้ผลกระทบจาก VAT ลดลงครับ และน่าจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อนลงไปด้วย
แล้วก็อย่าลืม เรื่องการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินกันด้วยนะครับ ถ้าค่าเงินเยนอ่อน แน่นอนว่าจะกระทบต่อผลกำไรของเราแน่นอนครับ
3. กองทุน KF-EUROPE , กองทุน KT-EURO และ K-EUROPE
กองทุนยุโรป ทำไมน่าสนใจ หลายท่านอาจจะไม่เห็นด้วย เนื่องจากช่วงนี้เราจะได้ยินข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักของกลุ่มประเทศที่อยู่ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย และประกอบกับ สภาพเศรษฐกิจของยุโรปเองยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก
ซึ่งผมเรียกอาการแบบนี้ว่า ยังอยู่ในห้อง ICU ครับ (แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว) ซึ่งต้องรอดูกันต่อครับ ว่าจะมีอาการแทรกซ้อนหรือไม่ อย่างไร แต่ถ้าโดยพื้นฐานทางเศรษฐกิจก็ยังคงมีความแข็งแรงอยู่ โดยเฉพาะประเทศพี่ใหญ่อย่างเยอรมันครับ
อ้าวแล้วทำไมยังแนะนำละเนี้ย !!
You might also like
4 กองทุนที่ควรมีไว้อวดสาว
4 กองทุนที่ควรมีไว้อวดสาว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่ไม่ไ...
ความเสี่ยงของกองทุนตลาดเงินที่ต้องเตรียมพร้อม
ความเสี่ยงของกองทุนตลาดเงินที่ต้องเตรียมพร้อม กองทุนรวมตลาดเงิน (MONEY MARKET FUND) ก็ค...
ตอบปัญหาคาใจ เกี่ยวกับการยกเลิกลดหย่อนภาษีด้วย LTF แ...
ตอบปัญหาคาใจ เกี่ยวกับการยกเลิกลดหย่อนภาษีด้วย LTF และ RMF ในช่วงเดือนก่อน จนถึงสัปดา...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

