Single Money โสดสนิทต้องคิดเรื่องเงิน เพราะคนโสด “ไม่ได้แปลว่าไม่มีภาระ” บทสัมภาษณ์ มาดามฟินนี่ หรือ คุณหนึ่ง พนิดา ชูกุล ผู้มีทั้งความรู้และเคยมีปัญหาการเงิน

Single Money โสดสนิทต้องคิดเรื่องเงิน เพราะคนโสด “ไม่ได้แปลว่าไม่มีภาระ” บทสัมภาษณ์ มาดามฟินนี่ หรือ คุณหนึ่ง พนิดา ชูกุล ผู้มีทั้งความรู้และเคยมีปัญหาการเงิน

บทความนี้เราได้มาจากการสัมภาษณ์ คุณหนึ่ง พนิดา ชูกุล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม มาดามฟินนี่ ซึ่งคุณหนึ่งก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงการการเงินมาเกือบ 10 ปีแล้ว

ใครหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของเธอมาหลายครั้งว่า ก่อนหน้านั้น เธอเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งแม้จะอยู่ในสายบัญชี แต่คุณหนึ่งเองก็เคยเป็นหนี้บัตรเครดิตจนหมุนเงินไม่ออก ซึ่งนำมาสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่

จากหนี้บัตรเครดิตสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ 

คุณหนึ่งเล่าว่าถึงจะทำงานในสายบัญชีมาแต่ตอนนั้นตัวเองไม่มีความรู้เรื่องการจัดการเงิน เมื่อเรียนจบออกมาได้ทำงานดีๆ มีเงินเดือนสูงขึ้น ก็เผลอปล่อยตัวปล่อยใจ ใช้จ่ายตามใจตัวเอง มีบัตรเครดิตก็ใช้ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งถึงจุดที่รู้สึกว่า

‘เอ๊ะ ทำไมหนี้บัตรเครดิตมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะ’ และเริ่มหมุนเงินจนไปต่อไม่ไหว

ตอนนั้นเอง คุณหนึ่งอยู่ในช่วงอายุ 30 ต้นๆ เธอถึงได้เริ่มบอกกับตัวเองว่า "ต้องหยุดละ ชีวิตมันไปต่อแบบนี้ไม่ได้ ไม่งั้นจะแย่กว่านี้" นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอนำหลักการจัดการเงินที่ตัวเองเคยเรียนรู้มากลับมาใช้อย่างจริงจัง และแชร์เรื่องราวลงเพจมาดามฟินนี่ จนกลายเป็นกูรูด้านการเงินในวันนี้

จุดเริ่มต้นของ Single Money โสดสนิทต้องคิดเรื่องเงิน

ก่อนหน้านี้ คุณหนึ่งออกหนังสือ ‘เก็บเงินแสนแรก’ และ ‘ขายอะไรก็ขายง่าย ถ้าขายเป็น’ กับสำนักพิมพ์พราว ซึ่งต่อยอดจากเนื้อหาในคอร์สออนไลน์ของเธอเอง และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้อ่าน

แม้จะภูมิใจกับทั้งสองเล่มที่ผ่านมาแต่ในใจลึก ๆ เธอยังรู้สึกว่า "ยังมีเรื่องที่อยากเล่า อยากเขียนในแบบที่เป็นตัวเองมากกว่านี้"

จนกระทั่งปีที่แล้ว เธอรู้สึกว่าพร้อมแล้วที่จะเขียนหนังสือเล่มใหม่ และอยากเจาะกลุ่มที่เธอเข้าใจเป็นพิเศษ ซึ่งก็คือ "คนโสด" เพราะยังไม่มีใครพูดถึงการเงินสำหรับคนโสดอย่างจริงจัง

เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นของหนังสือ Single Money มาจากงาน Work Life Festival ที่ทีมงานแนะนำให้เธอลองพูดเรื่องการเงินกับคนโสด นั่นทำให้เธอลงลึกในหัวข้อนี้ และพบว่าคนโสดมีบริบททางการเงินที่แตกต่างจากคนมีคู่มาก เช่น

- การใช้เงินเพื่อลดความเหงา
- การผลักภาระทางการเงินหรือทางครอบครัวให้คนโสดเพราะคิดว่าไม่มีภาระ
- บางคนไม่มีลูกแต่มีสัตว์เลี้ยงที่ต้องดูแล

ซึ่งข้อรายละเอียดยิบย่อยพวกนี้คือสิ่งที่คุณหนึ่งอยากสื่อสารออกมา เพื่อสะกิดไหล่ให้คนโสดรู้ว่าถึงจะมีอิสระแต่เราก็ยังมีภาระแฝงอยู่นะ!

คนโสดมีปัญหาและข้อได้เปรียบทางการเงินเฉพาะด้านของตัวเองจริงหรือ?

คำถามนี้เป็นคำถามที่ใครๆ หลายคนสงสัย และคุณหนึ่งตอบว่า " คนโสด คุณมีปัญหาเฉพาะด้านของคุณจริงๆ และการที่เราเองสามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องปรึกษาใคร โดยเฉพาะเรื่องการเงินถ้าไม่มีคนให้ความรู้หรือมานั่งคุยกับเราจริงๆ เรามีโอกาสพังเยอะนะ”

คุณหนึ่งอธิบายเพิ่มว่า คนมีคู่เขาอาจจะมีคนคอยปรึกษาและเขาก็จะมีการแบ่งความรับผิดชอบที่ชัดเจน แต่การโสดบางครั้งมันทำให้เราคิดว่าเราไม่มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ แต่จริงๆ แล้วเรามี และก็ไม่ใช่คนโสดทุกคนที่จะมีเพื่อนหรือกัลยาณมิตรที่จะปรึกษาได้ อีกทั้งเรื่องเงินมันเป็นเรื่องที่ละเอียด.อ่อนถ้าเราไม่สนิทเราก็อาจจะไม่กล้าปรึกษาหรือพูดได้แค่ผิวๆ

ดังนั้น หนังสือเล่มนี้คุณหนึ่งเลยอยากให้มันทำหน้าที่เป็นเพื่อนของคนโสดไปด้วย

ในขณะเดียวกัน คุณหนึ่งบอกว่าคนโสดเองก็มีข้อได้เปรียบ โดยข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของคนโสดคือ อิสรภาพในการตัดสินใจ เพราะในขณะที่คนมีครอบครัวหรือคนมีคู่ต้องปรึกษากันก่อนเกือบทุกเรื่อง คนโสดสามารถคว้าโอกาสทางการเงินได้เร็วกว่า การเปลี่ยนอาชีพหรือโยกย้ายถิ่นฐานทำได้ง่ายกว่า และสามารถวางแผนอนาคตได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องกังวลถึงปัจจัยอื่น

คนโสดจะบาลานซ์การใช้ชีวิตกับการวางแผนอนาคตอย่างไร?

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า “คนโสดไม่มีภาระ” แต่จริงๆ แล้วคนโสดมีภาระและภาระที่ใหญ่ที่สุดของคนโสดคือ ตัวเอง ที่จะต้องอยู่รอดด้วยตัวเองให้ได้ไปตลอดชีวิต

เธออธิบายว่า หลายคนคิดว่าอนาคตเป็นเรื่องไกลตัว และเลือกใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงในปัจจุบันโดยไม่วางแผน แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่รู้หรอกว่าตัวเองจะมีชีวิตไปอีกนานแค่ไหน และถ้าหากเรา "ตายช้า" เราอาจลำบากในวัยเกษียณถ้าไม่ได้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ดังนั้น การเข้าใจการเงินจึงจะทำให้เราเห็นด่านต่างๆ ของชีวิตได้ชัดขึ้น

และอีกเรื่องที่เป็นปัญหาที่คนโสดเจอเป็นอันดับต้นๆ ก็คือในสังคมเราคนโสดส่วนใหญ่มักจะถูกคนชวนไปเที่ยวหรือชวนไปนู้นไปนี่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายทางสังคมที่ค่อนข้างจะสูง หรือบางที่ก็เอางานให้คนโสดทำเยอะๆ เพราะคิดว่าเขาจะได้ไม่เหงา ซึ่งตรงนี้คุณหนึ่งบอกว่า คนโสดต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า “การกำหนดขอบเขต” ของตัวเองขึ้นมา เพื่อรับมือเรื่องต่างๆ ว่าเราสบายใจตรงจุดไหน

โดยการกำหนดขอบเขตของตัวเอง เริ่มต้นจากการเคารพและตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง คุณหนึ่งบอกว่าสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าเราควรได้รับการปฏิบัติอย่างไร เมื่อตระหนักได้ชัดเจน เราก็จะสามารถสื่อสารออกไปได้อย่างมั่นใจว่าขอบเขตของเราคืออะไร เราสะดวกทำสิ่งใด และไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับใคร เพราะเราก็มีกฎส่วนตัวที่ชัดเจนอยู่แล้ว

เช่น หากเรากำหนดกฎให้ตัวเองว่า “ไม่ให้ใครยืมเงิน เพราะกำลังเก็บเงินเกษียณ/ใช้หนี้” เราจะรู้ว่านี่คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และการยึดมั่นในขอบเขตที่ชัดเจนจะช่วยให้เราไม่ต้องแบกรับภาระเพิ่มเติม หากเราไม่มีขอบเขตที่แน่นอน เป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ก็อาจไม่สำเร็จ เพราะเราถูกดึงไปตามคำขอของคนอื่นอยู่เสมอ

จริงไหม? คนโสดเหงาแล้วมักใช้เงินบำบัดชีวิต

คุณหนึ่งบอกว่า เรื่องนี้ จริง อาจเพราะว่าคนโสดมีเวลาว่างเยอะ และเวลาว่างนี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่างเปล่า จนต้องหาอะไรมาถมช่องว่างนั้น

- บางคนลงคอร์สเรียนไม่หยุด เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ
- บางคนใช้เงินซื้อของแบรนด์เนม หรือเข้าคลินิกความงาม เพราะกลัวสายตาคนอื่น
- บางคนเที่ยว ช้อปปิ้ง เพื่อบรรเทาความเหงา

ดังนั้น วิธีแก้ที่คุณหนึ่งอยากแนะนำก็คือ "การมี Gratitude หรือการยินดีกับสิ่งที่เรามีอยู่"

คุณหนึ่งบอกว่า mindset เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะถ้าเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่มี เราอาจไม่ต้องใช้เงินมากมายเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้น คุณหนึ่งบอกว่าเธอเข้าใจดีว่าการใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความรู้สึกเป็นสิ่งที่ง่ายและได้ผลเร็ว แต่ในระยะยาว เราต้องเรียนรู้ว่าชีวิตคือเกมยาว

ถ้ามองออกว่าชีวิตมันคือเกมยาว เราก็อาจจะยอมรับได้ว่าเราไม่ได้มีแรงที่จะหาเงินใช้ได้ไปตลอด ซึ่งตรงนี้จุดเปลี่ยนของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปมาก ใครเข้าใจก่อนก็จะได้เปรียบ

ซึ่งตัวคุณหนึ่งเองเธอได้พิสูจน์มาด้วยตัวเองแล้ว และพบว่าการหาเงินให้เก่งเข้าไว้มันโอเค แต่มันไม่ใช่แค่หาเงินเก่ง มันมีอีกหลายมิติสำหรับเกมชีวิตเกมการเงิน

“ถ้าเรารู้ว่าเกมที่เราเล่นมีกี่ด้าน เราก็จะได้จัดการทรัพยากรและก็เฉลี่ยสิ่งต่างๆ ที่ต้องใช้ได้ง่ายขึ้นและดีขึ้น”

หนังสือเล่มนี้สุดท้ายอยากให้คนอ่านได้เรียนรู้อะไรมากที่สุด

คุณหนึ่งบอกว่าถ้าอ่านเสร็จปุ๊บ อยากให้คนอ่าน

1. รู้ว่าเรื่องเงินสำคัญนะ สำหรับคนโสด แม้จะรู้ว่ามันสำคัญอยู่แล้วก็อยากให้รู้ว่ามันมากขนาดนี้จริงๆ

2. คนโสดที่บอกว่าวันี้เราเป็นอิสระ วันหน้าที่เราแก่ เราก็ยังเป็นอิสระเหมือนกัน อยากมีอิสระแบบมีเงินหรือไม่

3. การเป็นโสดไม่ใช่ความผิด แม้ใครจะแปะป้ายอะไรเรายังไง การเลือกเป็นโสดไม่ใช่เรื่องผิด แค่ใช้ชีวิตและเตรียมความพร้อมกับสถานะที่เราเป็นให้ดีก็พอ

สรุป

“Single Money โสดสนิทต้องคิดเรื่องเงิน” ไม่ใช่แค่หนังสือการเงินทั่วไป แต่มันเป็น "เพื่อน" สำหรับคนโสด ที่จะช่วยให้มองเห็นภาพชีวิตของตัวเองในระยะยาว และวางแผนการเงินได้อย่างรอบคอบขึ้น เพราะ "โสด" ไม่ได้แปลว่าต้องเหงาหรือลำบาก และ "การมีเงิน" ไม่ได้แปลว่าต้องจำกัดอิสรภาพจนไม่มีความสุข

ปล. คนไม่โสดอ่านได้ไหม? คุณหนึ่งบอกว่า อ่านได้แน่นอน! เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนการเงิน แม้จะโฟกัสหัวข้อต่างๆ ไปที่คนโสดที่ต้องจัดการการเงินด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีรายละเอียดและแนวคิดที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะโสดหรือไม่ก็ตาม

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save