สวัสดีครับ เพื่อนนักลงทุนในกองทุนรวมทุกท่าน คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์ใหม่ ที่ผม 'หมอนัท คลินิกกองทุน' ตั้งใจจะทำขึ้นมานานแล้วครับ แต่ว่าก็ติดภารกิจหลาย ๆ อย่าง จนได้น้อง ๆ มาร่วมทีมงานมากขึ้น ทำให้คลอดคอลัมน์ใหม่ออกมาจนได้ครับ ซึ่งสัปดาห์นี้จะผมเป็นคนเขียนเองเพื่อเป็นแนวทางพร้อมกับแนะนำในแต่ล่ะส่วนก่อนครับ แต่บทความต่อๆไปผมจะเป็นที่ปรึกษาคอยดูภาพรวมของแต่ละสัปดาห์ครับ และมีน้องๆทีมงานคอยดูแลบทความให้ครับ

เนื้อหาในคอลัมน์นี้คงเน้นหนักไปที่ กองทุนออกใหม่ของแต่ละ บลจ. แต่แน่นอนว่า ส่วนใหญ่กองทุนที่ออกมานั้นจะเป็นกองทุนตราสารหนี้แบบ Roll-Over ครับ คือ กองทุนที่ลงทุนไปแล้วจะบอกระยะเวลาการลงทุน + ผลตอบแทนโดยประมาณที่จะได้ เช่น 6 เดือน จะได้ผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี และเมื่อครบกำหนด ก็จะถามกับนักลงทุนว่าจะลงทุนต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนพอสมควรครับ

กองทุน IPO ที่น่าสนใจรายสัปดาห์

เราคงไม่ได้มาคุยถึงกองทุนตราสารหนี้แบบ Roll-over กันครับ แต่เป็นกองทุนที่น่าสนใจมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้น กองทุนอสังหาฯ กองทุนต่างประเทศ หรือกองทุนอื่น ๆ ที่น่าสนใจในแต่ละสัปดาห์กันครับ

โดยสัปดาห์นี้ มีความน่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ แต่ละ บลจ. เริ่มที่จะออกกองทุน LTF กันอีกครั้ง หลังจากหายไปนานเนื่องจากความไม่แน่นอนว่าจะมีการต่ออายุของ LTF ต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าพอมีการขยายอายุ LTF ที่จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ ก็ทำให้ตลาดกองทุนกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยผมเริ่มเห็นแล้วว่ามีกองทุน LTF ของหลาย ๆ บลจ. ที่กำลังจะออกมาใหม่อีกเยอะแยะเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ความหลากหลายของกองทุนเองก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ครับ เรียกได้ว่า ใครมีแนวทางการลงทุนแบบที่คิดว่าใช้ได้ผล ก็งัดกันออกมาอย่างเต็มที่เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Low beta กองทุนหุ้นเล็ก หรือ กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้นไปด้วย เป็นข่าวดีจริง ๆ

ส่วนกองทุนที่น่าสนใจ เข้าตา และกำลังเปิด IPO อยู่ตอนนี้ก็คือ !!! กองทุน LTF หน้าใหม่ 2 กองทุนจาก บลจ. ทิสโก้ครับ ได้แก่

  1. กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค หุ้นระยะยาว หรือ TDSLTF
  2. กองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap หุ้นระยะยาว หรือ TMSLTF

ซึ่งถ้าใครที่ลงทุนในกองทุนรวมอยู่แล้ว ผมเชื่อว่า น่าจะรู้จักกองทุนหุ้นของ บลจ. นี้ดีว่า กองทุนหุ้นขนาดเล็กที่เคยออกมานั้น ทำผลตอบแทนได้ดีจนแซงหน้า บลจ. รุ่นพี่ ที่ออกกองทุนหุ้นขนาดเล็กมาได้อีกด้วยครับ แต่ถ้าใครไม่รู้จักก็ไม่เป็นไรครับ ตามผมมา เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ

กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค หุ้นระยะยาว (TDSLTF)

โดยกองทุนแรก หรือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค หุ้นระยะยาว (TDSLTF) นั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่าเป็นกองทุนปันผล ถ้าใครที่ชอบกระแสเงินสดที่จะได้รับมาระหว่างการลงทุนละก็ กองทุนนี้น่าสนใจทีเดียว โดยจะมีนโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้งครับ

นโยบายการเลือกหุ้นเข้ามาอยู่ในกองทุน

1.เป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยดูจาก ประวัติการจ่ายปันผลที่ดี หรือ สม่ำเสมอ และที่สำคัญ กองทุนจะเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มการจ่ายปันผลที่มากขึ้นในอนาคตจากการทำกำไรของบริษัทที่มากขึ้นด้วยครับ เพราะว่า แนวโน้มการจ่ายปันผลที่เพิ่มมากขึ้น ก็หมายถึงบริษัทนั้นเติบโตได้นั้นเอง

2.เป็นหุ้นที่ผ่านการคัดเลือกของ บลจ. แล้วว่า มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจอีกด้วย โดยจะพิจารณาจากการเติบโตของรายได้ที่สม่ำเสมอ ผลประกอบการที่ดีสม่ำเสมอ กระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง หนี้น้อย และสามารถแข่งขันได้ ซึ่งไม่จำกัดว่าจะเป็นหุ้นในตลาด SET หรือ MAI ครับ

ก็เรียกได้ว่าน่าสนใจทีเดียวกับแนวทางการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาวของที่นี่ครับ โดยกองทุนที่เคยออกมาและคล้ายกับกองทุนนี้นั้น ก็เป็นสไตล์ซื้อแล้วถือนาน เพื่อเอาปันผลมาให้นักลงทุนนั่นเอง

กองทุน Mid/Small Cap หุ้นระยะยาว หรือ TMSLTF

ถัดมาเป็นกองทุนอีกรูปแบบครับ แต่นโยบายการลงทุนเองก็น่าจะคล้ายกับกองทุนที่ออกไปก่อนหน้านี้ครับ คือ กองทุน Mid/Small Cap หุ้นระยะยาว หรือ TMSLTF

สไตล์การลงทุนของกองทุน : หุ้นระยะยาว ลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก-ปานกลาง

ซึ่งก็น่าจับตามมองครับ ว่าจะสามารถทำผลตอบแทนได้ดีเหมือนกับกองทุนที่ออกไปก่อนหน้านี้หรือไม่อย่างไร โดย กองทุนนี้จะเลือกหุ้นตามข้อกำหนด หรือ นโยบายการลงทุนดังนี้ คือ

นโยบายการเลือกหุ้นเข้ามาอยู่ในกองทุน

ลงทุนในหุ้นที่มีขนาดเล็ก - ขนาดกลาง โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาด ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอเท่านั้นครับ แต่เน้นว่าต้องเป็น บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคา ตลาด (Market Capitalization) ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท

และถ้าเป็นไปตามที่ผมคิด คือ มีนโยบายการลงทุนที่คล้าย ๆ กับกองทุนที่เคยออกไปก่อนหน้านี้ หรือ กองทุน TISCOMS แล้วละก็ สไตล์การลงทุนของกองทุนนี้ก็จะมีการซื้อขาย หุ้นค่อนข้างไว ทีเดียวครับ โดยผมดูจากอัตราส่วนการหมุนเวียนสินทรัพย์ หรือ Portfolio Turnover ratio ของกองทุนที่อยู่ที่ประมาณ 300-400% (มากกกว่า 100% แสดงว่าเริ่มที่จะเน้นกลยุทธ์ซื้อขายเก็งกำไรมากขึ้น) แน่นอนว่าต่างจากกองทุนที่มี PTR ต่ำ คือกองทุนที่เน้นการซื้อแล้วถือนานครับ

โดยปกติเวลาที่ผมจะเลือกกองทุนนั้น จะดูที่ผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นหลัก สไตล์การลงทุนจะเป็นเรื่องรอง แต่เนื่องจากผลตอบแทนของ 2 กองทุนนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริง จึงยังบอกอะไรไม่ได้มากครับ

แต่ถ้าไปดูที่ผลตอบแทนจากกองทุนที่เคยออกมาแล้วนั้น ก็พอจะบอกได้ว่า กองทุนหุ้นขนาดเล็ก ขนาดกลางของ บลจ. ทิสโก้นั้น ก็ไม่น้อยหน้าใครเลยครับ กองทุน TISCOMS ก็เป็นอันดับต้น ๆ ในตารางอย่างแน่นอน ส่วนกองทุน LTF ปันผลนั้น สไตล์น่าจะเหมือนกับกองทุน TISCOEDF ที่เป็นกองทุน