ทำไมธุรกิจขาดทุนถึงยังต้องเสียภาษี นี่คือเหตุผลที่คุณต้องอึ้ง!!

สวัสดีครับ วันนี้ @TAXBugnoms กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวของ ภาษีธุรกิจ หลังจากที่คราวที่แล้วเรารู้จักความสำคัญของการทำบัญชีไปแล้ว (อ่านเพิ่มเติมที่บทความ : 5 ข้อผิดพลาดหากคุณไม่ใส่ใจบัญชีของธุรกิจ ) สำหรับตอนนี้จะมาพูดถึงเรื่องของภาษีธุรกิจอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ที่เป็นนิติบุคคลอย่าง ห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัท ทั้งหลายนั้นมักจะละเลยและมองข้ามไป จนทำให้ต้องเสียภาษีมากขึ้นกว่าเดิมครับ
สำหรับความเข้าใจผิดอีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าของธุรกิจหลายๆคนมักจะเข้าใจผิด นั่นคือ เรื่องของการที่วางแผนทำให้กิจการของตัวเองนั้น “ขาดทุน” เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียภาษี จนมีคำพูดติดปากที่ชอบบอกกับฝ่ายบัญชีหรือสำนักงานบัญชีว่า "ไปทำตัวเลขมาให้ธุรกิจขาดทุนซะเลย จะะได้ไม่ต้องเสียภาษีไงละ วะฮะฮะฮ่าาาา" (เอ่อ.. อันนี้คนบ้านะครับ)
นี่แหละครับ!!! คือ เรื่องเข้าใจผิดที่เป็นปัญหาอย่างมากในการจัดการภาษีธุรกิจ เพราะว่าการเสียภาษีนั้นไม่ได้เกี่ยวกับ “กำไรหรือขาดทุนทางบัญชี” ที่ธุรกิจได้ทำมา แต่มันเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “กำไรขาดทุนสุทธิทางภาษี” ต่างหากล่ะจ้า
เอาล่ะครับ.. เรามาปรับทัศนคติกันใหม่
มาทบทวนกันอีกครั้งนะครับว่า กำไรของธุรกิจมาจากไหน?
"กำไรของธุรกิจ" มาจาก รายได้ หักด้วย ค่าใช้จ่าย ถ้ารายได้มากกว่าก็ถือว่าเป็น "กำไร" แต่ถ้ารายจ่ายมากกว่าก็กลายเป็น “ขาดทุน” หรือจะเขียนเป็นสมการง่ายๆออกมาได้ดังนี้ครับ
กำไร(ขาดทุน) = รายได้ - ค่าใช้จ่าย
นั่นคือหลักการทั่วไปที่เราเข้าใจกันดีอยู่แล้ว (ถ้าใครไม่เข้าใจตรงนี้ต้องรีบทำความเข้าใจไว้ด้วยนะครับ ถือว่าพรี่หนอมขอร้องเลยล่ะ - -”) โดยหลักการทางบัญชีนั้น เราจะใช้ กำไร (ขาดทุน) สุทธิทางบัญชี คือ กำไรขาดทุนที่มาจาก รายได้ทางบัญชีหักด้วยค่าใช้จ่ายทางบัญชี หรือที่เราเห็นตัวเลขที่แสดงไว้ในงบกำไรขาดทุนนี่เองครับ
แต่สำหรับการคำนวณภาษีแล้ว เราไม่ได้สนใจเพียงแค่กำไรขาดทุนทางบัญชีเพียงอย่างเดียว เพราะเราสนใจ กำไร(ขาดทุน) ทางภาษี ต่างหากครับ!! ซึ่งเรียงลำดับมาได้ดังนี้ครับ
ภาษีของธุรกิจ = กำไร x อัตราภาษีเงินได้
โดยกำไร = กำไรทางภาษี
ดังนั้น... ถ้าธุรกิจมีขาดทุนทางภาษี
ถึงจะแปลว่าไม่ต้องเสียภาษียังไงล่ะครับ
นั่นหมายความว่า!! การที่ธุรกิจของเรามีขาดทุนทางบัญชี มันไม่ได้หมายความว่าธุรกิจของเราจะไม่เสียภาษีนะครับ!!! เพราะกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่ กำไรสุทธิทางบัญชี (ขีดเส้นใต้ตรงนี้ไว้สิบห้าเส้นด่วนๆครับ)
แล้วกำไร (ขาดทุน) สุทธิทางภาษีคืออะไรกันล่ะ
กำไร (ขาดทุน) สุทธิทางภาษี คือ กำไรขาดทุนที่ใช้ในการคำนวณภาษี ซึ่งมาจาก รายได้ทางภาษีหักด้วยค่าใช้จ่ายทางภาษีออกมาเป็นตัวเลขกำไรหรือขาดทุนนั่นเองครับ
กำไร(ขาดทุน)ทางภาษี = รายได้ทางภาษี - ค่าใช้จ่ายทางภาษี
และเจ้ากำไร (ขาดทุน) สุทธิทางภาษีนั้น จะมีความแตกต่างกันทั้งหมด 4 รูปแบบดังนี้ครับ
1) รายได้ที่ถือเป็นรายได้ทางภาษี คือ รายได้ที่ทางบัญชีไม่ถือเป็นรายได้แต่ต้องถือเป็นรายได้ทางภาษี
2) รายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้น คือ รายได้ที่ทางบัญชีถือเป็นรายได้ แต่ไม่ถือเป็นรายได้ทางภาษี
3) รายจ่ายต้องห้าม คือ รายจ่ายที่ทางบัญชีถือเป็นรายจ่าย แต่ไม่ถือเป็นรายจ่ายทางหลักภาษี
4) รายจ่ายที่หักได้เพิ่มขึ้น คือ รายจ่ายที่ทางภาษีกำหนดให้หักเป็นรายจ่ายได้มากกว่าหลักการบัญชี
ซึ่งรายการทั้ง 4 นี้
สามารถเขียนเป็นสมการปรับปรุงกำไรขาดทุนทางบัญชี
ให้เป็นกำไรขาดทุนทางภาษีออกมาดังนี้ครับ
กำไร (ขาดทุน) ทางภาษี
กำไร (ขาดทุน) ทางบัญชี + รายได้ที่ให้ถือเป็นรายได้ + รายจ่ายต้องห้าม - รายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้น - รายจ่ายที่หักได้เพิ่มขึ้น
และสิ่งที่ทำให้ธุรกิจหลายๆธุรกิจมีปัญหาเรื่องภาษี ก็เพราะตัวของเจ้าของธุรกิจเองนั้น ไม่รู้เลยว่าการปรับปรุงกำไร(ขาดทุน)ทางบัญชีเป็นกำไร(ขาดทุน)ทางภาษีนั้่นมีขั้นตอนแบบนี้ จึงทำให้ตัวเลขที่ทางบัญชีพยายามทำให้ขาดทุนโดยการเพิ่มรายจ่ายนั้น กลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามที่ต้องมาบวกกลับในการคำนวณกำไรขาดทุนทางภาษีเสียนี่ (เช่น รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของ รายจ่ายค่ารับรอง ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้วไม่ได้เกิดขึ้นจริง) แล้วแบบนี้ขาดทุนที่คุณพี่สร้างมาแทบตายมันจะมีประโยชน์อะไรกันล่ะคร้าบบบ
ดังนั้น การวางแผนภาษีธุรกิจที่ถูกต้องนั้นไม่ใช่การเพิ่มรายจ่ายธรรมดาครับ แต่เราต้องเพิ่มรายจ่ายที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ (หักได้เพิ่มขึ้น) เช่น ค่าใช้จ่ายในการอบรมสัมมนา ค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างคนพิการ หรือค่าใช้ต่างๆที่กฎหมายกำหนดให้เป็นรายจ่ายได้มากขึ้่นต่างหากครับ
หวังว่าอ่านบทความนี้จบแล้ว เจ้าของธุรกิจทั้งหลายจะเลิกพูดคำว่า “ไปทำตัวเลขให้ขาดทุน” ได้แล้วนะครับ ทั้งเพื่อความสุขของนักบัญชีเอง และความสุขในอนาคตที่ธุรกิจของเราจะไม่มีปัญหากับพี่สรรพากรอีกด้วยคร้าบบบบ
สุดท้ายแล้วการทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลแบบนี้อาจจะวุ่นวายและมีปัญหา ถ้าใครยังไม่ได้ตัดสินใจ ผมอยากแนะนำให้อ่านบทความที่มีชื่อว่า 3 เคล็ดลับวางแผนภาษีธุรกิจ ก่อนอีกครั้งเพื่อตัดสินใจนะคร้าบบบ

You might also like
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ TAXBugnoms และคอลัมน์ภาษีธุรกิจกันอีกแล้วครับ หลังจาก...
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมบทความเกี่ยวกับ ภาษีธุรก...
ซื้อสินทรัพย์วันนี้!! แถมฟรีหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ...
สวัสดีครับผม... กลับมาอีกแล้วครับกับคอลัมน์ ภาษีธุรกิจ101 ประจำออมมันนี่ที่เก่าที่เดิม...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
