จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองหรือทำประกันสุขภาพ แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
น้องมั่งคั่ง : พี่มั่นคงคะ...หนูเคยได้ยินคนบอกมาว่า ถ้าเป็นคนแข็งแรงเจ็บป่วยไม่บ่อย ใช้ชีวิตไม่ประมาท ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันสุขภาพหรอก จ่ายเงินทิ้งไปเปล่าๆ สู้เอาเงินไปจ่ายค่ารักษาเมื่อจำเป็นจะดีกว่า พี่มั่นคงคิดว่ายังไงคะ
พี่มั่นคง : โอ๊ะ เป็นคำถามที่ดีมากๆ เลยครับน้องมั่งคั่ง มาเลยครับ พี่จะอธิบายให้ฟัง
พี่มั่นคงเห็นหลายๆ คนมักจะไม่ค่อยจะนึกถึงเรื่องประกันสุขภาพ ด้วยความคิดที่ว่าไม่เป็นไร เราแข็งแรงดีอยู่แล้ว นานๆ ทีถึงจะป่วยเข้าโรงพยาบาล จะเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปทำไม พร้อมด้วยเหตุผลมากมายอีกร้อยแปด
นอกจากนั้นยังมีเรื่องของระบบประกันสุขภาพที่เป็นสวัสดิการให้กับพนักงาน และประกันสังคมที่มาช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาล ทำให้ใครหลายคนยิ่งมองว่าการทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม เป็นเรื่องไม่จำเป็นเข้าไปอีก
แต่ชีวิตคนเราครับ มันไม่แน่ไม่นอนนักหรอก ความเจ็บป่วย หลายครั้งก็มาแบบกระทันหันโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว ถ้าโชคดีก็เบาๆ ไม่เป็นอะไรมาก ได้พักสักสองสามวันก็หาย แต่ถ้ามาทีร้ายแรงล่ะ พอป่วยหนักๆ เข้า จ่ายไม่ไหว ประกันพื้นฐานที่มีก็เอาไม่อยู่ นึกจะไปทำประกันสุขภาพตอนนั้นก็ไม่ทันแล้วใช่ไหมครับ
นอกจากนี้ยังไม่รวมความสะดวกสบายใจในการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือโรงพยาบาลที่สะดวกสบายอีกต่างหาก อย่างที่รู้กันละครับว่า ค่ารักษาพยาบาลทุกวันนี้ก็แพงแสนแพง แถมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ลองสังเกตบิลค่าใช้จ่ายตอนเข้าโรงพยาบาลในแต่ละทีสิครับว่า เสียไปครั้งละเท่าไร? ยิ่งใครที่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท ไม่มีประกันสวัสดิการสุขภาพให้เบิก หรือไม่มีประกันสังคมช่วยรองรับค่าใช้จ่าย เจ็บป่วยขึ้นมาแต่ละที นอกจากเสียรายได้แล้ว ยังเสียเงินที่เก็บสะสมไว้อีกต่างหาก
คำว่า “จ่ายไปก็เหมือนเบี้ยทิ้ง” สู้เก็บเงินไว้จ่ายค่ารักษาดีกว่า เพราะเราต้องยอมจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพไปโดยแลกกับความคุ้มครองที่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้เมื่อไร แนวคิดนี้อาจจะจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าลองคิดกลับกันว่า...ถ้าเกิดล้มป่วยจนต้องใช้ค่ารักษาจำนวนมากขึ้นมาจริงๆ ล่ะ....เราจะสามารถจ่ายเงินก้อนใหญ่นี้ได้โดยไม่กระทบกับเป้าหมายและการใช้ชีวิตได้เลยจริงหรือ
มีเพื่อนของพี่มั่นคงคนหนึ่ง จ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพปีละ 3 หมื่นบาท เป็นเวลา 8 ปี ต่อกันคิดเป็นเงินแล้วก็คือ 240,000 บาท แต่ผลปรากฎว่าในปีที่ 9 เพื่อนคนนี้ต้องผ่าตัดใหญ่ใช้เงินไปกว่า 700,000 บาท ซึ่งถ้าหากเพื่อนคนนี้ไม่ได้ทำประกันสุขภาพไว้ เงินสะสมที่มีก็อาจไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ไหนจะค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วอีก ภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจจะทำให้ฐานะการเงินของตนเองและครอบครัวต้องลำบากได้
ดังนั้นคำถามที่ว่า ทำประกันสุขภาพดีไหม จึงเป็นคำถามที่ต้องคิดให้ดีและถี่ถ้วนว่า ถ้าเราล้มป่วยขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าจะหนักหรือเบา เราพร้อมที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้อย่างที่ต้องการหรือไม่ อย่างที่ว่าแหละครับว่า ความเสี่ยงนั้นไม่เข้าใครออกใคร คนที่แข็งแรงมาตลอดก็สามารถล้มได้เช่นกัน สิ่งที่เราทำได้คือหมั่นดูแลสุขภาพ ระวังความปลอดภัยในการใช้ชีวิต และวางแผนรองรับความเสี่ยงเอาไว้เท่านั้น
ปัจจุบันการซื้อประกันสุขภาพนั้นสะดวกสบายมากมายขึ้นเยอะครับ เราสามารถซื้อเพิ่มจากประกันชีวิตหลักโดยเป็นสัญญาเพิ่มเติม หรือจะซื้อประกันสุขภาพแยกต่างหากตามความพอใจ ขึ้นอยู่กับประเภทของความคุ้มครองและความครอบคลุมที่ต้องการครับ
น้องมั่งคั่ง : พี่มั่นคงคะ แบบนี้การทำประกันสุขภาพก็ถือว่าช่วยรองรับความเสี่ยงได้เยอะเลย อย่างน้อยมีไว้ก็อุ่นใจกว่า จะป่วยวันไหนก็ไม่ต้องกลัวเรื่องค่าใช้จ่าย
พี่มั่นคง : ใช่แล้วครับ น้องมั่งคั่ง แต่อย่าลืมว่าการเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับเรานั้น ต้องพิจารณาถึงความคุ้มครองที่ได้รับว่าตรงและครอบคลุมกับความต้องการ รวมถึงกำลังทรัพย์ของเราหรือเปล่า เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นขึ้นมาจะมีประโยชน์มากเลยครับ
น้องมั่งคั่ง : อุ๊ย..ดีจัง ขอบคุณนะคะพี่มั่นคง
You might also like
วางแผนภาษีแบบมืออาชีพ
น้องมั่งคั่ง : พี่มั่นคงคะ ใกล้สิ้นปีแบบนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่เรื่องวางแผนลดหย่อนภาษี น้อง...
สร้างระบบการเงินอย่างไรไม่ให้มีวันล้ม?
น้องมั่งคั่ง : พี่มั่นคงคะ น้องมานั่งคิดๆ ดูถึงอนาคตข้างหน้า มีเรื่องที่อยากทำเต็มไปหมด...
วิธีลดหย่อนภาษีแบบนี้ก็มีด้วย
น้องมั่งคั่ง : พี่มั่นคงคะ วันก่อนมั่งคั่งเพิ่งอ่านบทความเรื่องวางแผนภาษีไปอีกครั้ง เลย...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

