เปิดกิจการใหม่!! ควรรู้จักภาษีธุรกิจอะไรบ้าง
สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจแล้ว เรื่องภาษีถือเป็นอีกหนึ่งที่สร้างความหนักใจให้กับการทำธุรกิจ เพราะมีความยุ่งยากวุ่นวายปวดหัวคล้ายจะเป็นลม อมยาอมไปสามเม็ดก็ไม่หาย (เอ่อ.. กรุณาไปตลกที่อื่นนะครับ)
แต่พรี่หนอม @TAXBugnoms ขอบอกเลยครับว่า สำหรับเรื่องภาษีนั้น มีความเข้าใจผิดอยู่ 2 เรื่อง คือ
- เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะหาคำตอบว่า เราจ่ายภาษีไปทำไม ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า ความหมายของภาษีก็คือ สิ่งที่รัฐเรียกเก็บจากประชาชนโดยที่ไม่มีผลตอบแทน ดังนั้นไม่ต้องหาคำตอบครับ เพราะสิ่งที่เราจ่ายไปนั้นไม่มีผลตอบแทนแน่ๆ ฮิ้ววว
- ภาษีเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเราควรจ้างคนอื่นมาทำก็ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง (อ้าว) แต่ประเด็นหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เจ้าของธุรกิจต้องรู้เรื่องภาษีในส่วนที่จำเป็นต่อธุรกิจ เพราะมันถือเป้นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบของเราครับ
ดังนั้นผมอยากจะให้ปรับทัศนคติใหม่ก่อนว่า
ความรู้เรื่องภาษีเหมือนกับการขับรถยนต์
คือ เป็นแล้วเป็นเลย ถ้ารู้ภาษีแล้วก็รู้เลยเช่นเดียวกันครับ
บทความในตอนใหม่นี้เป็นการรวบรวม "ภาษี" ทั้งหลายที่เราต้องเจอเมื่อมีการเปิดกิจการใหม่ หรือ ทำธุรกิจนั่นเองครับ แต่ก่อนอื่นเรามารู้จักสิ่งที่เรียกว่า รูปแบบธุรกิจกันก่อนครับ ว่าธุรกิจของเรานั้นเป็นอะไร ระหว่าง บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล
เริ่มที่ "บุคคลธรรมดา" กันก่อนครับ สำหรับบุคคลธรรมดานั้นจะประกอบด้วย 3 ประเภท ได้แก่ เจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญ และ คณะบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้จ้า
เจ้าของคนเดียว
คำว่า เจ้าของคนเดียว คือ การธุรกิจด้วยตัวเราคนเดียว เมื่อได้กำไรหรือขาดทุนก็จะมีผลต่อตัวเราเป็นคนเดียว ซึ่งข้อดีก็คือความเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ยกตัวอย่างเช่น คนค้าขายทั่วไปที่เราพบเห็นกันนี่แหละครับ
ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ห้างหุ้นส่วนสามัญ จะมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาร่วมลงทุนและดำเนินกิจการร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันผลกำไรจากการทำธุรกิจและรับผิดชอบหนี้สินร่วมกัน ซึ่ง ห้างหุ้นส่วนสามัญแบบที่ไม่ได้จดทะเบียน จะถือว่าเป็นบุคคลธรรมดา
คณะบุคคล
เดิมที คณะบุคคล จะมีลักษณะเหมือนกับห้างหุ้นส่วนสามัญแต่ต่างกันตรงที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแบ่งปันผลกำไรที่ได้ร่วมกัน และได้มีการกำหนดนิยามใหม่เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมาว่า คณะบุคคล คือ บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกล
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน รูปแบบของห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลนั้นไม่เหมาะแก่การใช้งานอีกต่อไปครับ เนื่องจากเหตุผลของการเสียภาษีที่ซ้ำซ้อน ซึ่งผมเคยเขียนไว้ในบทความที่บล็อกภาษีข้างถนน เรื่อง [สรุป] การปรับปรุงภาษีห้างหุ้นส่วนสามัญคณะบุคคลในบทความเดียว และ 5 ขั้นตอนควรรู้ก่อนยื่นภาษีห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคล
ตามมาด้วยรูปแบบต่อมา นั้นคือ "นิติบุคคล" ที่ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และ บริษัทจำกัด ครับ
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัด
สำหรับห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน จะมีลักษณะเหมือนกับห้างหุ้นส่วนสามัญ แต่มีการจดทะเบียนขึ้นมาเป็นนิติบุคคลครับ ส่วน ห้างหุ้นส่วนจำกัดจะมีข้อแตกต่างตรงที่ จะมีหุ้นส่วนบางคนเรียกว่า หุ้นส่วนจำกัด ถูกจำกัดหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านหนี้สินของกิจการไว้
บริษัทจำกัด
สำหรับ บริษัทจำกัด เป็นรูปแบบของการดำเนินงานที่มีการจัดตั้งโดยคนตั้งแต่ 3 คนขึ้น และไปใช้การวิธีการเข้าร่วมลงทุนโดยการกำหนดทุนออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเท่าๆกัน และเราจะเรียกคนเหล่านั้นว่า "ผู้ถือหุ้น" โดยมีความรับผิดชอบเท่ากับมูลค่าของหุ้นที่ซื้อไว้เท่านั้นครับ
สำหรับคำถามที่ว่าธุรกิจรูปแบบไหนดีที่สุดนั้น บอกตรงๆแบบไม่อายเลยครับว่า "ไม่รู้" เพราะมีปัจจัยมากมายหลายหลากในการตัดสินใจ ดังนั้นอย่าเชื่อใครที่เค้าบอกมานะครับ แต่ให้ปรึกษาและเลือกให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจครับผม
ต่อมาเมื่อเลือกรูปแบบกิจการได้แล้ว ก็จะมาถึงเรื่องของพระเอกอย่าง "ภาษี" กันบ้าง ซึ่งหลักๆ แล้วเราสามารถแบ่งประเภทของภาษีออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม
ภาษีทางตรง
ภาษีทางตรง คือ ภาษีที่มีการเรียกเก็บเงินจากเราโดยตรงและไม่สามารถผลักภาระให้กับคนอื่นได้ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล
โดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีการจัดเก็บในอัตราก้าวหน้า เป็นเป็นรอบปีตามปฎิทิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของทุกๆ ปี ซึ่งผู้ที่มีรายได้จากรูปแบบธุรกิจบุคคลธรรมดา มีหน้าที่ต้องไปชำระภาษีให้พร้อมเพียงกันครับ
ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคล จะมีการจัดเก็บในอัตราคงที่ และมีการลดหย่อนอัตราภาษีให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้าน ซึ่งเรื่องนี้จะถือโอกาสเล่าในคราวต่อไปนะครับ
หลายๆ คนอ่านถึงตรงนี้ อาจจะเกิดคำถามว่าเราควรเลือกรูปแบบธุรกิจเพื่อประหยัดภาษีแบบไหนอย่างไร ผมขอแนะนำให้อ่านบทความที่มีชื่อว่า ทำธุรกิจอย่างไรให้ประหยัดภาษีสูงสุด เพิ่มเติมครับ
ภาษีทางอ้อม
ภาษีทางอ้อม คือ ภาษีที่เราสามารถผลักภาระภาษีให้กับผู้บริโภคได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ซึ่งมีหลักการจัดเก็บที่แตกต่างกันไป เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเรียกเก็บจากธุรกิจที่ขายสินค้าและให้บริการ ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะจะเรียกเก็บสำหรับกิจการเฉพาะ เช่น ธนาคาร หรือ หลักทรัพย์ต่างๆ ส่วนอากรแสตมป์
You might also like
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ TAXBugnoms และคอลัมน์ภาษีธุรกิจกันอีกแล้วครับ หลังจาก...
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมบทความเกี่ยวกับ ภาษีธุรก...
ซื้อสินทรัพย์วันนี้!! แถมฟรีหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ...
สวัสดีครับผม... กลับมาอีกแล้วครับกับคอลัมน์ ภาษีธุรกิจ101 ประจำออมมันนี่ที่เก่าที่เดิม...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
