ไขทุกปัญหาภาษี สำหรับคนที่ทำธุรกิจปล่อยเช่าคอนโด!
ในยุคที่คอนโดโผล่ขึ้นราวกับดอกเห็ด (สำนวนแก่มาก - -") ทำให้ใครหลายคนมองเห็นช่องทางสร้างอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มเติมความมั่งคั่งให้กับตัวเอง โดยการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า และหวังเอากำไรจากการขายในอนาคต (เก็งกำไร) อยากบอกว่าทุกวันนี้ @TAXBugnoms ลองหันหน้าไปซ้ายทีขวาทีก็พบว่ามีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทำอาชีพเสริมแบบนี้เป็นจำนวนมากถึงมากที่สุด!!!
แต่รู้หรือไม่ว่า...
การปล่อยเช่าคอนโดแบบนี้
มันแปลว่าเรามีรายได้ที่ต้องเสียภาษีเพิ่มนะครับ!!
ซึ่งคำถามสำหรับภาษีธุรกิจสำหรับคนที่ปล่อยเช่าคอนโดจะถามมาอยู่บ่อยๆ คือ รายได้จากการให้เช่าคอนโดแบบนี้ ต้องเสียภาษีหรือเปล่า ซึ่งคำตอบสั้นๆง่ายๆ คือ มีรายได้แบบนี้ = เสียภาษี แต่ถ้าใครบอกว่าจะไม่เสียหรือไม่ต้องเสีย ผมก็ขออวยพรให้เคลียร์กับพี่สรรพากรได้รู้เรื่องเมื่อโดนตรวจสอบนะครับ เหตุผลก็เพราะว่า กฎหมายเค้ากำหนดไว้ครับว่า รายได้ทุกประเภทที่เราได้มา ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีด้วยกันทั้งนั้นแหละคร้าบบ
ทีนี้คำถามต่อมาก็คือ แล้วคนที่มีรายได้จากการให้เช่าคอนโดแบบนี้ มีภาษีอะไรที่ต้องเสียบ้าง? คำตอบนี้ขอตอบแบบกระชับจับใจครับว่ามีภาษีอยู่ 2 ประเภทแน่ๆ ที่คนปล่อยเช่าคอนโดทุกคนต้องเสีย นั่นคือ ภาษีโรงเรือน และ ภาษีเงินได้ ครับผม เอาล่ะ.. เรามาเริ่มตันกันที่ตัวแรกก่อนเลย
ภาษีโรงเรือน
สำหรับภาษีโรงเรือนนั้น ผู้ให้เช่าจะถูกบังคับเสียในอัตรา 12.5% ของรายได้ค่าเช่า (หรือคิดเป็นค่าเช่าประมาณ 1 เดือนครึ่ง) โดยเทคนิคในการประหยัดภาษีโรงเรือน คือ การแยกระหว่างค่าเช่ากับค่าเฟอร์นิเจอร์ออกจากกันตั้งแต่ตอนทำสัญญา เพราะภาษีโรงเรือนจะคำนวณจากส่วนที่เป็นค่าเช่าอย่างเดียวเท่านั้น
โดยการยื่นภาษีโรงเรือนนั้น ให้ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่ที่คอนโดของเราตั้งอยู่ครับ การยื่นให้ยื่นเป็นรายปี และต้องยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สำหรับภาษีอีกตัวหนึ่งที่ใครหลายคนไม่อยากจะเสีย พร้อมกับร้องเพลียในใจ นั่นคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เราจะใช้วิธีการคำนวณดังนี้
1. วิธีเงินได้สุทธิ
วิธีเงินได้สุทธินี้ จะคำนวณจากรายได้ค่าเช่าและค่าเฟอร์นิเจอร์รวมกัน (เงินทั้งหมดที่ได้รับ) หลังจากนั้นนำมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามวิธีการคำนวณภาษี (รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี โดยการปล่อยเช่าคอนโดนั้นสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธีคือ
1. วิธีหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา กรณีให้เช่าคอนโดที่เราเป็นเจ้าของด้วยตัวเอง โดยกฎหมายกำหนดอัตราหักค่าใช้จ่ายไว้ที่ 30% ของยอดรายได้ครับ
2. วิธีหักค่าใช้จ่ายตามจำเป็นและสมควร (ค่าใช้จ่ายตามจริง) ซึ่งวิธีการหักค่าใช้จ่ายแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่จัดเก็บเอกสารไว้เรียบร้อยและคิดว่าตัวเองมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 30% ของรายได้ ซึ่งวิธีนี้สามารถนำภาษีโรงเรือนมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ด้วยนะครับ
สำหรับวิธีการคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธินี้ ในแต่ละปีเราสามารถเลือกได้ว่า จะเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายแบบไหน เช่น ปีนี้อาจจะเลือกหักเหมา แต่ปีหน้ามีค่าใช้จ่ายจริงๆมากกว่าเลยเลือกหักตามจริง หรืออาจจะลองคำนวณภาษีเปรียบเทียบกันว่าวิธีไหนประหยัดภาษีมากกว่า ก็เลือกใช้วิธีนั้นไปก็ได้ครับ
ส่วนเรื่องของค่าลดหย่อนนั้น สามารถหาข้อมูลเพิ่มได้ที่บทความ 14 รายการค่าลดหย่อนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยเราสามารถใช้วิธีการวางแผนประหยัดภาษีด้วย LTF และ RMF มาใช้ได้เช่นเดียวกันครับ หากสนใจสามารถอ่านได้ที่บทความ 5 ขั้นตอนวางแผนซื้อ LTF และ RMF สำหรับปี 2015 ได้เลยคร้าบบ
2. วิธีเงินได้พึงประเมิน
สำหรับวิธีนี้จะคิดง่ายๆ โดยการนำรายได้ค่าเช่าทั้งหมดคูณด้วย 0.5% และเราจะเลือกใช้ในกรณีที่มีรายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อปีเท่านั้นครับ (รายได้จากการให้เช่าคอนโดและรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนด้วยนะคร้าบ)
หลังจากคำนวณตาม 2 วิธีเรียบร้อยแล้ว ให้เปรียบเทียบวิธีที่ได้ภาษีมากกว่า แล้วนำมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้เราสามารถเลือกใช้วิธีคำนวณผ่านอินเตอร์เน็ต หรือโปรแกรมคำนวณภาษีต่างๆที่มีให้ใช้บริการครับ และสำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เราสามารถยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือ ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้เช่นเดียวกันครับ โดยต้องยื่นรายการดังต่อไปนี้ครับ
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (มกราคม - มิถุนายน) เนื่องจากรายได้จากการให้เช่าคอนโดนั้นถือเป็นรายได้ประเภทที่ 5 ซึ่งผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 94) ภายในเดือนกันยายนของทุกปี (ร่วมกับรายได้ประเภทที่ 5-8 อื่นๆ ถ้ามี)
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี (มกราคม - ธันวาคม) โดยมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
หมายเหตุ :
1) กรณีที่สัญญาระบุไว้ว่า ผู้เช่าเป็นผู้ออกค่าภาษีโรงเรือนให้แทนผู้ให้เช่า อย่าลืมนำมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีด้วยนะครับ
2) กรณีที่มีค่าเช่าในส่วนที่เป็น เฟอร์นิเจอร์เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี อาจจะต้องมีหน้าที่จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกทางหนึ่งด้วยครับ

ตัวอย่างวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สมมติว่า นายเกรย์แมนผู้โสดสนิทไม่มีค่าลดหย่อนใดๆในชีวิต แต่มีคอนโดปล่อยเช่าจำนวน 5 แห่ง โดยมีค่าเช่าต่อเดือนแห่งละ 20,000 บาท (แบ่งออกเป็นค่าเช่า 10,000 บาท และค่าเฟอร์นิเจอร์ 10,000 บาท) และตลอด 1 ปีนั้นมีคนเช่าเต็มทุกเดือน นายเกรย์แมนจะคำนวณภาษีได้ดังนี้
ภาษีโรงเรือน
You might also like
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ TAXBugnoms และคอลัมน์ภาษีธุรกิจกันอีกแล้วครับ หลังจาก...
จดทะเบียนบริษัททั้งที ทำยังไงให้ประหยัดภาษีได้มากที่...
สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมบทความเกี่ยวกับ ภาษีธุรก...
ซื้อสินทรัพย์วันนี้!! แถมฟรีหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ...
สวัสดีครับผม... กลับมาอีกแล้วครับกับคอลัมน์ ภาษีธุรกิจ101 ประจำออมมันนี่ที่เก่าที่เดิม...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
