หลังจากที่เรารู้จักกับ ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ E-Commerce กับ ธุรกิจขายของผ่านอินเตอร์เน็ต ไปแล้ว สำหรับซีรีย์ตอนสุดท้ายนี้จะเป็นเรื่องของ ประเภทภาษี ที่เกี่ยวข้องกับการขายของออนไลน์ครับ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และวันนี้ @TAXBugnoms จะมาอธิบายความแตกต่างของภาษีแต่ละประเภทให้ฟังกันครับ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลธรรมดา ได้แก่ คนธรรมดาอย่างเราๆ นี่แหละครับ และกลุ่มบุคคลอย่าง คณะบุคคล หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ที่มีรายได้ (เงินได้) จากการขายของออนไลน์ ต้องนำเงินได้จาก ในส่วนนี้ไปรวมกับเงินได้อื่นๆ (ถ้ามี) เช่น เงินเดือน ดอกเบี้ย

โดยเมื่อเรามีรายได้จากการขายของออนไลน์ เรามีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.94 (ภาษีครึ่งปี) ภายในเดือนกันยายนของทุกปี และยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 (ภาษีทั้งปี) ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลตามกฎหมาย เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่มีสาขาในประเทศไทย และอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนด ถ้ามีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่ว่าจะแห่งหนใดก็ตาม ต้องนำรายได้จากการประกอบกิจกาในทุกที่ๆ  มารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร หรือหมายความว่า ถ้าเกิดประกอบกิจการแล้วมีขาดทุนสุทธิก็ไม่ต้องเสียภาษีนั่นเองครับ ซึ่งต่างจากบุคคลธรรมดาบางกลุ่มที่ต้องเสียภาษีต่อให้ชีวิตจริงมีเงินไม่พอใช้ก็ตาม (ฮา… หรือเปล่า)

โดยเมื่อนิติบุคคลมีรายได้จากการขายของออนไลน์ ต้องยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.51(ภาษีครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี และยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 (ภาษีทั้งปี) ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารอบบัญชีคือเดือน มกราคม - ธันวาคม ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 ภายในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี และยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ภายในวันที่ 30 พฤษภาคมของปีถัดไป (หรือวันที่ 29 พฤษภาคมถ้าปีนั้นมีเดือนกุมภาพันธ์ 29 วัน)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ ภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่งที่แยกออกจากภาษีทางตรงอย่าง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ ผู้ประกอบการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในประเทศไทย หรือผู้นำเข้าสินค้าที่มีรายได้มากกว่า 1,800,000 บาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

โดยวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคือ
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ (ขอคืน)  = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ

  • ฐานภาษีของภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ มูลค่าที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ
  • ภาษีซื้อ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการได้จ่ายให้กับผู้ขายสินค้า หรือผู้ให้บริการที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
  • ภาษีขาย คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้า เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ

สำหรับ ซีรีย์ชุด ขายของออนไลน์ สบายใจเรื่องภาษี ก็คงต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ  และหลังจากนี้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆสามารถติดตามซีรีย์และวิธีการเสียภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทได้ที่เพจ "ภาษีธุรกิจ"  ครับ ฝากติดตามด้วยนะคร้าบบบบบ

ขอบคุณข้อมูล : ความรู้เกี่ยวกับอีคอมเมอซ์ จากเวปไซด์กรมสรรพากร